EOTech ศูนย์ปืน 3 มิติ

พิชญ จุลศิริ

ThailandOutdoor Netzine

ท่านที่ดูข่าวต่างประเทศบ่อย ๆ โดยเฉพาะข่าวทหารอเมริกันในอิรักนั้น จะสังเกตุว่าในมือของทหารอเมริกันแทบทุกนาย นอกจากจะมีปืนเอ็ม 16 แบบ เอ็ม 4 แล้ว ยังมีศูนย์กล้องที่หน้าตาแปลกแตกต่างจากศูนย์กล้องที่พวกเราพลเรือนใช้กันทั่วไป

ในอดีตเท่าที่ผมทราบนั้น ศูนย์กล้องที่เห็นเป็นศูนย์แบบจุดแดง ช่วยในการจับเป้าหมายได้ไว้ขึ้นเท่านั้นคงจะเหมือนกับกล้องจุดแดงธรรมดาทั่วไปอย่างพวกศูนย์ เอมพ็อทย์ สารพัดแบบ สารพัดยี่ห้อกระมั้ง

แต่พอได้ศึกษาเจาะลึกเรืองศูนย์กล้องตัวนี้ ยิ่งเกิดความแปลกใจ อึ้ง ทึ่ง โดยไม่เสียวกับเทคโนโลยีที่ไอ้กันบรรจุอยู่ภายในจึงพยายามหาโอกาส หามาไว้ครอบครองติดปืนผมซักตัวหนึ่ง

แต่จนแล้วจนรอดก็หาซื้อยากเย็นจริง ๆ ในบ้านเราที่มีขายแถวคลองถมก็เป็นของ made in china ทำเทียมเลียนแบบ เอามาติดปืนจริง ยิงที่สองที่ ก็กระเด็นเป็นชิ้น ๆ แล้วล่ะท่าน...

ประกอบกับศูนย์เล็งทั่วไปจะเป็นลักษณะทรงกระบอก

ทำให้ผู้เล็งจำเป็นต้องหรี่หรือหลับตาข้างหนึ่งเพื่อเล็งปืน

ทำให้สูญเสียการมองเห็นเป้าหมายไปอีกเกือบ 50 เปอร์เซ็นต์

ศูนย์กล้องแบบจุดแดง (Red Dot) ทั่วไปมีจุดบอด

ตรงที่แนวเล็งของผู้ยิงจะต้องมองผ่านศูนย์ หรือการมองผ่านกระบอกเลนส์เป็นเส้นตรงมิฉะนั้นจะไม่สามารถมองเห็นจุดแดงที่เกิดขึ้นได้

ศูนย์กล้องที่ผมว่าไว้ เป็นศูนย์ยี่ห้อ EOTech ที่ผลิตส่งให้กับหน่วยรบสหรัฐและหน่วยรบพิเศษพิเศษชาติต่าง ๆ โดยต้องมีข้อแม้ว่า เป็นชาติพันธมิตรกับสหรัฐเท่านั้น

ทำไม ถึงมีข้อจำกัดมากถึงขนาดนั้น เนื่องด้วยศูนย์กล้อง Eotech เป็นศูนย์กล้องที่ใช้เทคโนโลยีชั้นสูงเช่นเดียวกับหน้าปัดเครื่องบินขับไล่ ชั้นยอดอย่าง เครื่อง F16 เป็นต้น

ว๊าววว....อะไรมันจะไฮเทคฯ ซะขนาดนั้น.....

หน้าปัทม์ของเครื่องบินรบยุคใหม่จะไม่มีเข็มอะไรให้ดูวุ่นวายมากเกินความจำเป็น

แต่ใช้วิธีให้ข้อมูลจำเป็นต่าง ๆ ปรากฏขึ้นเองที่จอหน้าปัทม์

โดยที่นักบินไม่จำเป็นต้องก้มลงไปมองหน้าปัด สามารถมองผ่านข้อมูลเหล่านั้น ที่แผงหน้าปัทม์

สามารถมองไปยังเป้าหมายข้างหน้าได้เลย

เป็นการมองผ่านอย่างนี้เรียกว่าระบบ HUD – Head UP Display ซึ่งใช้เทคโนโลยี่ของการสร้างภาพเสมือนจริง (Holographic) ขึ้นที่จอหน้าปัทม์เครื่องบิน

ความจริงระบบสร้างภาพโฮโลกราฟฟิคหรือการสร้างภาพเสมือนจริงนี้มีใช้ในทางทหารมาตั้งแต่ยุคสงครามเย็นเริ่มต้น ประมาณปลายทศวรรษที่‘ 50 แล้ว


โดยทำใช้กับระบบเรดาห์ (SAR – Synthetic Radar) เพื่อช่วยสร้างภาพ กำหนดจุดของเครื่องบินของศัตรูให้ชัดเจนขึ้น

ภาพ 3 มิติของเจ้าหญิงลีไออา ออกานา ในภาพยนต์เรื่อง Star War ภาคแรก (1977)เป็นความฝันของนัวิทยาศาสตร์ที่จะสร้างภาพเสมือนจริงขึ้นมาเป็นตัวอย่างของการสร้างภาพเสมือนจริง Holographic ได้ดี

หลังจากนั้นมา ในยุค’80 เทคโนโลยีการสร้างภาพเสมือนจริงได้ถูกนำมาใช้งานทางทหารมากขึ้น โดยกองทัพอากาศสหรัฐเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการพัฒนาระบบช่วยเล็งแบบนี้ขึ้น


มีการทำไปใช้ในเครื่องบินขับไล่ ใช้ในเฮลิคอปเตอร์แบบกันชิพ ติดตั้งบนหน้าปัดม์สำหรับเล็งปืนใหญ่อุปกรณ์ต่าง ๆที่ว่ามานี้ยังมีขนาดใหญ่โตมากเกินกว่าที่จะนำมาติดตั้งใช้งานจริงในปืนเล็กยาวได้

ดังนั้นในปี ค.ศ. 1995 ทางบริษัท ERIM ซึ่งเป็นเจ้าแห่งระบบเสมือนจริงผู้คว้าเรื่องนี้มาอย่างจริงจัง ก็ได้ก่อตั้งบริษัทลูกขึ้นในชื่อ EOTech Inc.ขึ้นมา

เพื่อค้นคว้าประดิษฐ์ศูนย์กล้องเสมือนจริง ศูนย์กล้องแบบนี้ มีคำเรียกที่เป็นสากลว่า Holograph Weapon Sight หรือ HWS


เป็นการสร้างภาพเสมือนจริง โดยใช้หลักการบันทึกภาพแบบ Hologram ของศูนย์ลงบน recording material ส่งผลให้เกิดภาพ 3 มิติของจุดแดงขึ้นมาบนวัสดุที่ใช้ทำการบันทึก อยู่ระหว่างกระจกหน้าและหลังของตัวศูนย์

บริษัทอีโอเทคสามารถทำการลดขนาด ย่อไซด์จนสามารถใช้กับอาวุธปืนเล็กได้ขึ้นมาจริง ๆ ออกมาได้ในต้นค.ศ. 1996

เรียกเป็นศูนย์โฮโลกราฟิคแบบเจนเนอเรชั่น 1

ในปี ค.ศ. 2000 จึงออกเป็นศูนย์ยุค 2 เจอเนอร์เรชั่น 2 และ 3 ตามลำดับ

ในยุคของสงครามอ่าวครั้งที่ 2 จวบจนกระทั่งปัจจุบัน

การรบมักเป็นการรบในเมืองระยะยิงไม่ใกล้กันนัก

เป็นการเผิชญหน้ากันแบบใครดีใครอยู่ ใครไวกว่า โหดกว่า ก็ย่อมเป็นผู้อยู่รอด

ศูนย์ EOTech ได้ถุกออกแบบมาเพื่อภารกิจอย่างนี้โดยเฉพาะ

การรบแบบ CQB - Close Quarter Battle


ที่เวลาเสี้ยววินาที่ ก็มีความหมาย ถึงชีวิต

ตามหลัก Aim, Quick & Kill


ศูนย์ EOTech จึงกลายเป็นขวัญใจของทหารในแนวหน้าตั้งแต่นั้นมา

1. ที่มาของ Holographic Weapon System

2. ผ่าศูนย์ EOTech 5.12 A65/1

คราวนี้มาดูของจริงกันบ้าง.... ในที่นี้ผมขอย้ำคำว่า "ของจริง" เป็นตัวจริง เสียงจริง "Made in USA" จริง ๆ

มิใช่ " Made in ShenZhen" เหมือนแถว คลองถมนะท่าน

มาดูตัวเป็นๆกันดีกว่า ของผมเป็นรุ่น 5.12 A65/1 รุ่นเด็กสุด

EOTech มีให้เหลือกสารพัดรุ่น สารพัดภาระกิจ แล้วแต่ความต้องการของผู้ใช้งาน รวมถึงแต่ละรุ่น ยังมีให้เลือกรุ่นย่อยเป็น แบบของแบเตอรี่ที่หายาก หาง่าย ในพื้นที่ด้วย

ด้านซ้าย

ด้านขวา

มองจากด้านบนทั้งตัวใช้วัสดุอลูมิเนียมเกรดดี แข็งแรง สีดำด้าน กันการสะท้อนแสง

สวิทช์ เปิด- ปิด และปุ่มปรับความเข้มของแสงหุ้มยางหนา


เดี่ยวค่อยดูรายละเอียดวิธีการปรับครับ

ทนทานสุดยอด ทนทั้งแรงกระแทก ทนทั้งน้ำ

สามารถดำน้ำลึกได้ถึง 10 ฟุต หรือ 3 เมตร

โดยที่ตัวศูนย์และอุปกรณ์อื่น ๆ ภายใน ไม่เป็นอะไรเลย

ด้านข้างระบุไว้ชัดเจนว่า

"สำหรับหน่วยงานรักษากฏหมาย / ทหาร ใช้เท่านั้น

และสติกเกอร์เตือนเรื่องแสงเลเซอร์

เป็นเลเซอร์ คลาส II ความแรง 0 .08 mW

ความยาวคลื่น 650 nm

บ่งบอกยี่ห้อทั้ง 2 ด้าน

ด้านซ้ายมี หัวสกรู สำหรับปรับตั้งศูนย์ (จุดแดง)

ตัวหน้าเป็นตัวปรับตำแหน่ง ซ้าย-ขวา

อีกตัวทางด้านหลัง สำหรับปรับ สูง-ต่ำ

หัวสกรูแบบดอกจัน สำหรับถอดครอบศูนย์

พลิกดูด้านล่าง เห็นรางสำหรับล็อคตัวไว้กับรางแบบพิคคาทินี่ ที่ตัวปืนพร้อมสติกเกอร์ ที่มีตัวอักษรเต็มไปหมด

สติกเกอร์ด้านหน้า ระบุชื่อบริษัท โรงงานที่ผลิต และ เดือนที่ผลิตตัวนี้ผลิตในเดือนกรกฏาคม 2008

ด้านหลังระบุให้ใช้เหล็กหกเหลี่ยมขนาด 7/64 นิ้ว นะจ๊ะ

แถมมีบอกต่ออีกว่า อย่าทะลึ่งดันไปใช้มาตราเมตริกเข้าล่ะ

ไอ้ตรงเครื่องหมายห้ามนั้นนะครับ....

รังแบตเตอรี่จะอยู่ทางด้านหน้า

ยกแกนล็อคชิ้นนี้ขึ้นมา

ผลักไปให้สุด

แล้วค่อย ๆ ดันกล่องใส่แบตเตอรี่ออกตามศรสีแดง

จากนั้นจึงยกขึ้น (ศรน้ำเงิน)

จากนั้นจึงยกออกจากฐานศูนย์

ตัวรังใส่แบตเตอรี่ สามารถถอดออกได้ทั้งอัน

ขั้วแบตเตอรรี่ที่ตัวศูนย์

รังแบตเตอรี่นี้เป็นพลาสติกเกรดดี เหนียว

ทางด้านหลัง ทำรูปแบตเตอรี่ไว้ เพื่อความถูกต้องในการใส่

แบตฯ ที่ใช้เป็นแบบอัลกาลาย ชนิด N , 1.5 V.

จำนวน 2 ก้อน (EOTech รุ่น 512 เปลี่ยนไปใช้แบตเตอรี่แบบ AA แล้ว)

เวลาเปลี่ยนแบต ฯ ระวังใส่ขั้วผิดด้าน

นำกลับเข้าที่เดิม

อย่าลืมดันก้านล็อคลงให้สุด

ในกล่อง จะมีสกรูหัวโต พร้อม เหล็ก 6 เหลี่ยม มาให้อย่างละตัว  เอาไว้ทำอะไรหว่า...

เอาไว้สำหรับเปลี่ยนกับสกรูล็อคหัว 6 เหลี่ยม

ที่นี้ก็สามารถถอดเปลี่ยนศูนย์ ได้ง่ายกว่าเดิมเยอะ เหมาะสำหรับคนที่มีปืนหลายกระบอก โดยไม่ต้องซื้อศูนย์หลายอันตาม การเปลี่ยนศูนย์กระทำสะดวกกว่าใช้สกรูหัวหกเหลี่ยมมาก

ก่อนที่จะใช้ศูนย์ EOTech นี้ได้

ตัวปืนของท่านต้องติดราง "พิคคาทินี่" เสียก่อน

ตามรหัสมาตราฐานกองทัพที่ MIL-STD-1913


หน้าตารางพิคคาทินี่ เป็นแบบนี้

ด้านบน

มองจากด้านข้าง

เมื่อติดศูนย์เข้ากับตัวปืนแล้ว

3. ศูนย์ EOTech ดีอย่างไร

คราวนี้เป็นภาคการทดสอบศูนย์ครับ ....

ประท้ับบ่าแล้วมองเห็นศูนย์ปืน เหมือนเป็นจอทีวีสี่เหลี่ยม โปร่งแสง แบบนี้

ปุ่มสวิทช์ สำหรับ เปิด-ปิด และอื่น ๆ

เวลาต้องการเปิด ให้กดปุ่มทางขวามือ (A) แช่ไว้เล็กน้อย

เมื่อเปิดเครื่องแล้ว ปุ่มนี้จะเป็นปุ่มเร่งแสงในจอเล็ง


ปุ่มทางซ้ายมือ (B) สำหรับลดระดับแสง

ทำลูกศรบอกตำแหน่งไว้อย่างชัดเจน



สำหรับปุ่มบนกลาง © กดเพื่อเปลี่ยนสีของจุดเล็ง


ถ้าต้องการปิดสวิทช์ ให้กดปุ่ม ขวา-ซ้าย (A+B) พร้อมกัน

หลังจากเปิดสวิทช์ เห็นจุดแดงแล้ว เห็นเป็นแบบนี้

ภาพกราฟิคของจุดแดงในศูนย์กล้องโดยมีกรอบจัดศูนย์เป็นเส้นวงกลมทำให้จับเป้าหมายได้เร็วมาก

วงกลมหรือกรอบจัดศูนย์- ช่วยเล็งนี้

มีเส้นผ่าศูนย์กลางอยู่ที่ 65 MOA หรือย่อมากจาก minute of angle


ส่วนจุดแดง ตำแหน่งที่กระสุนปะทะกับเป้าหมายนั้นมีขนาดเพียงแค่ 1 MOA เท่านั้น  นั้นหมายความว่า


ศูนย์ อีโอเทค ตัวนี้สามารถปรับศูนย์ได้ละเอียดยิบเลยที่เดี่ยว ไม่ว่าจะเป็นการปรับ ซ้าย-ขวา / บน-ล่าง ก็ตาม

ความวิเศษอีกอย่างหนึ่งของศูนย์โฮโลกราฟฟิค

ก็คือสามารถสร้างจุดเล็ง ตรงไหนก็ได้ของแผ่นกระจก ไม่ว่าจะเป็นด้านหน้าหรือด้านหลัง

ผู้ยิงเพียงแค่ขยับสายตา ก็ยังมองเห็นจุดเล็งอยู่ตลอดเวลาแม้กระทั่งในกรณีต้องลุยป่าผ่าดง ลงน้ำลุยโคลน เจอะพายุหิมะสมบุกสมบันแค่ไหน EOTech รับได้หมด


ทหารไม่สามารถเลือกสนามรบฉันใด EOTech ก็ไม่สามารถเลือกสถาณการณ์ได้ฉันนั้น


อาทิเช่นในกรณีของ ศูนย์เปื้อนโคลน หิมะ แม้กระทั้งกระจกศูนย์แตกขอให้ผู้ยิงจับปืนขึ้นมาเล็งเถอะ...

จุดเล็งก็ยังลอยเด่นเป็นสง่าอยู่เช่นเดิม

ลืมไปได้เลย ไอ้เรื่องมามัวแต่นั่งท่อง นั่งจัดศูนย์

ชนิด ให้ใบศูนย์หน้า อยู่กึ่งกลางและเสมอกับร่องบากศูนย์หลัง ถ้ามัวมานั่งจัดศูนย์ อย่างที่เราเรียน เราท่องกันที่ รด. มา ใช้ในสงครามยุคนี้ ที่ชางบ้านร้านตลาดเขาเปลี่ยนเทรดหันมารบกันแบบในเมืองแบบ CQB ก็คงตายกันหมดทั้งกองพันแล้ว ศูนย์ EOTech ถูกออกแบบมาเพื่อให้เป็นศุนย์คอมแบ็ตสำหรับจับเป้าหมายไว ยิงไว และแม่นยำ


ผู้ยิงสามารถลืมสองตา แล้วมองผ่านศูนย์ไปได้เลย จุดแดงแตะอยู่ที่ไหน เหนี่ยวไกไม่ต้องเลี้ยงกันละที่นี้

ในการยิงปืนแบบยุคเก่า ที่ต้องหลับตาเล็งข้างหนึ่ง พระเจ้าอุตสาหสร้างให้มนุษย์มี 2 ตาอยู่แล้ว


ถ้าเราหลับตาข้างหนึ่ง ก็เท่ากับว่า โลกที่เรามองเห็นหายไปครึ่งหนึ่งเช่นกัน นั้นย่อมหมายความว่า เราไม่สามารถเห็นภัยอันตรายที่จะมาหาเราจากอีกฝั่งหนึ่งได้เลย

ศูนย์ EOTech ออกแบบมา โดยยึดหลักการทำงานแบบหน้าปัทม์เครื่องบินรบ นั้นคือ สามารถมองเห็นทุกอย่างที่อยู่เบื้องหน้าได้ HUD - Head Up Display โดยไม่จำเป็นต้องก้ม ไม่ต้องพะวงดูเข็มต่าง ๆ ทุ่มสมาธิทั้งหมดให้กับเป้าหมาย


เช่นเดียวกับศูนย์ EOTech ที่ผู้ยิงมองเห็นสิ่งต่าง ๆ รอบตัวได้ขณะเล็งเป้าหมาย

ไม่ต้องเล็งผ่านกระบอกเลนส์ ให้เกิดจุดบอดตอนเล็งยิง ไม่มีปุ่มเกะกะใด ๆ ยื่นออกจากตัวศูนย์มาบดปังวิสัยทัศน์

โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ช่องใส่แบตฯ ปุ่มปรับระยะยิง ทางด้านข้างของตัวกล้อง ฯลฯ

ตัวศูนย์ EOTech นั่นเป็นศูนย์ที่ไม่มี กำลังขยาย กรณีที่ต้องการ เพิ่มอัตราขยายของตัวศูนย์ ก็สามารถซื้อท่อเลนส์เสริม แบบอัตราขยาย 3 เท่า เพิ่มเติมได้ เมื่อติดตั้งแล้วจะเป็นแบบนี้ สำหรับยิงเป้าหมายระยะไกล

สำหรับเหล่านักรบพิเศษสามารถใช้รวมกับกล้อง Night Vision ได้(เฉพาะบางรุ่นเท่านั้น)

หมายเหตุ ศูนย์ EOTech ที่ใช้ร่วมกับ NV ไม่จำหน่ายให้แก่พลเรือนใช้งานครับ

เปรียบเทียบกับศูนย์จุดแดงของ Aimpoint รุ่น comp 4มองจากกล้อง Night Vision เหมือนกัน

เมื่อใช้ร่วมกับกล้อง Night Vision

ภาพที่มองเห็นจากศูนย์ EOTech เป็นแบบนี้

ดูกันชัด ๆ อีกที่


เป้าหมาย "คน" ทั้งคนหายไปเลยจากมุมมองของผู้ยิงเนื่องจากความยาวของกระบอกเลนส์ของกล้อง เอมพ็อยท์

ต่างจากศูนย์อีโอเทค ที่ไม่มีกระบอกเลนส์

ภาพนี้ถ่ายที่ระยะเดียวกัน ตามข้อมูลนี้ (ผมไม่ได้มั่วเอาเองนะ)


* These photographs are not altered. Both images were taken through an ITT AN/PVS-14 Night Vision Scope mounted 2? behind the optic. The camera was an equal distance from the PVS-14.


ข้อมูลจาก http://www.eotech-inc.com/page.php?id=10

4. การทดสอบ EOTech  ภาคสนาม

ที่นี้เป็นภาคสนามครับ...                   


หลังจากนำเข้าสนามลองยิงดูแล้ว ปรากฏว่าศูนย์ยังกินสูงขวาอยู่ จึงต้องปรับตั้งใหม่ ให้เข้ากับปืนและตาเรา


หัวสกรูปรับ สูง-ต่ำ, ซ้าย-ขวา นั้น ใช้เหรียญบาทปรับได้ง่าย

(ความจริงควรใช้เหรียญสิบ ที่สันหนากว่า หัวสูกร์จะได้ไม่เยิน...)

หลังจากรู้ใจกันดีแล้ว ลองยืนยิงบ้าง

เป็นการยิงกับเป้าหมายหลายตัว โดยยิงแต่ละตัวให้เร็วที่สุดสำหรับตัวถัดไป วาดปืนเห็นศูนย์แตะเป้า ก็เหนี่ยวเลย..

เป้าตัวซ้ายสุด

ตัวกลาง กลุ่มดีขึ้นมาก เล็งง่าย ยิงง่าย

เพราะเป็นตัวที่อยู่ตรงหน้าผู้ยิงที่สุด

ตัวริมขวา

เป้า 3 ตัว 3 หัว ยิงเร็วที่สุด

ย้ายสนามจากกองปราบ มายิงที่ ร. 1 รอ. บ้าง

เงื่อนไขเดียวกัน ยิงเป้า 2 ตัว ให้เร็วที่สุด เพื่อดูการจับศูนย์

เป้าขวา

เป้าซ้าย

ลองติดยิงกับ GSG-5 ซึ่งเป็นปืนขนาด .22 LR แล้ว ใช้ได้ดี จับเป้าหมายได้ไว้ หมดไป 2 กล่อง 100 นัดศูนย์ไม่มีเคลื่อน ตั้งไว้ตอนแรกอย่างไรอย่างนั้น


แต่ผมอยากรู้ว่า ถ้าเปลี่ยนไปติดปืนที่มีแรงรีคอยล์มากอย่างปืนลูกซอง ศูนย์จะเป็นอย่างไรบ้าง


ดังนั้นเพื่อนสมาชิกที่มีปืนลูกซอง กระบอกที่ติดรางพิคาทินี่แบบนี้อยากจะลอง บอกผมได้นะครับ

ผมก็อยากจะรู้เหมือนกันครับ ว่าจะหัวหรือก้อย....

แต่คาดว่าคงไม่มีอะไรเกิดขึ้นแน่ เพราะ EOTech ถุกออกแบบมาตามมาตราฐานของกองทัพสหรัฐ (Mil-Spec)


ซึ่งตามข้อมูลบอกว่า EOTech ทุกตัวสามารถทดแรงรีคอยล์ได้สูงสุดถึง 3,500 จี ในเวลา 0.5 มิลิ วินาทีและทนทานต่อทุกสภาพภูมิประเทศ


กระจกหน้าหลัง เป็นกระจกตัดแสงสะท้อนเช่นเดียวกับตัวบอดี้ทั้งตัว

ทนไม่ทนดูเอาเองครับ พี่แกเอาไปติดบนปืนเฮลิคอปเตอร์เฉย

หรือเอาไปติดไว้บนปืนกลระดับหมู่ M60 อย่างนี้...

ดังนั้นการนำมาติดในอาวุธปืนเล็กคงเป็นเรื่อง จิ๊บ ๆ สำหรับ EOTech ทุกรุ่น

MP-5 + EOTech กับตำรวจในกรุงลอนดอน

EOTech กับ M4

ถ้าท่านให้ผมยืมยิงกับปืนลูกซองผมอาจจะดังเหมือนคนคนนี้ก็ได้ นาย จอร์จ ดับเบิ้ลยู บุช จูเนียร์ประธานธิบดีคนที่ 43 ของสหรัฐ....

เพื่อน ๆ อยากให้รีวิวอะไรอีก

กระซิบดัง ๆ บอกมาได้เลย ถ้าไอ้กระพ๊มหามาได้ รับรองนำมาเขียนให้ได้อ่านกันแน่ ๆ

สำหรับ EOTech ศูนย์ของนักรบพิเศษ

ตอนนี้ขอจบก่อนแล้วคร๊าบบบ....


...บ๊าย...บาย....

พิชญ จุลศิริ

กันยายน 2552

กล้อง EOTech  สำหรับพลเรือนมีจำหน่ายอย่างถูกต้องที่ร้าน Outdoor Vision โดยท่านสามารถหาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์นี้ http://www.eotech-thailand.com