|
แต่จากหลักฐานภาพนี่แหละครับที่พอใช้สืบหาความจริงได้บ้าง อย่างน้อยๆก็เห็นชัดว่าคาวบอยสมัยนั้นจริงๆแล้ว คาดเข็มขัดปืนกันอย่างไร ซองปืนหน้าตาเป็นอย่างไร พกปืนกันลักษณะไหน หลังจากนั้นก็แกะรอยจากหลักฐาน
อื่นๆเอามาประกอบกัน สรุปความจริงออกมาได้ว่าพกปืนชักปืนยิงกันอย่างไร ทำให้เราได้เริ่มหูสว่างกันเสียทีว่า หนังฮอลลีวู้ดนั้นโม้และเว่อร์สุดๆขนาดไหน (ตานั้นสว่างมานานแล้วเนื่องจากถูกเบิกเนตรมาตลอด)
แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน เคยเขียนไว้ในนิตยสาร ฮิวแมน ไล้ฟ์ ว่า องค์ประกอบของการเป็นมือปืนที่เหนือชั้นกว่าธรรมดา นั้นมีอยู่สามอย่าง อย่างแรกได้แก่ความไว อย่างที่สองได้แก่ความแม่นยำ ระหว่างสองอย่างแรกนี้ แบ๊ทกล่าวว่า
ความแม่นยำสำคัญกว่าความไว เพราะการชักปืนยิงก่อนแต่ยิงไม่ถูกนั้นไม่มีประโยชน์ รังแต่จะถูกคนที่ยิงทีหลัง แต่แม่นกว่านั้นยิงตายแทน หรือหากไม่ถึงตายก็คงเจ็บตัวจนไม่มีโอกาสได้ยิงนัดที่ 2 ให้ดีกว่านัดแรก (ซึ่งก็ยิง
พลาดไปแล้วทั้งๆที่ตอนนั้นยังครบถ้วนสามสิบสองดีอยู่)
เหตุผลของแบ๊ทตามที่กล่าวมานั้น เชื่อไม่เชื่ออย่างไรมีหลักฐานประกอบมาให้ลองพิจารณาดูเป็นกรณีศึกษาด้วย
ครับ นั่นคือเมื่อครั้งที่ ลุค ช้อร์ท เพื่อนของแบ๊ท (คงพอจำชื่อนี้ได้จากตอนที่แล้วนะครับ) ภายหลังได้ย้ายออกจาก
เมือง ด๊อดจ์ ซิตี้ ไปเปิดซาลูนใหม่อยู่ที่เมือง ฟอร์ท เวิร์ธ ในรัฐเท็กซัส แล้วเกิดมีปัญหาเข้ากับ จิม คอร์ทไร้ท์ ซึ่งเป็น
มือปืนชื่อดังอีกคนหนึ่ง ถึงขั้นเผชิญหน้าและในที่สุดก็ยิงกัน ตามบันทึกเหตุการณ์เล่าว่า คอร์ทไร้ท์เป็นฝ่ายเริ่มชัก
ปืน ส่วนช้อร์ทถึงจะชักปืนทีหลังแต่กลับไวกว่า เหนี่ยวไกยิงเข้าใส่คอร์ทไร้ท์ก่อน ปรากฏว่าหลุดออกซ้ายไปนิดนึง ลูกปืนไม่ยักวิ่งเข้าเป้าคือหน้าอกของคอร์ทไร้ท์อย่างที่ตั้งใจ
ท่านผู้อ่านคงนึกว่างานนี้ช้อร์ทได้ตายแบบยังไม่ได้ถอดรองเท้าบู๊ทแน่ แต่เปล่าหรอกครับ จะเป็นเพราะชะตายัง
ไม่ถึงฆาต พระดี หรือฟลุคก็สุดแล้วแต่ ลูกปืนที่ช้อร์ทปล่อยออกไปพลาดเป้านั้น ดันวิ่งไปถูกเอาหัวแม่มือขวาของ
คอร์ทไร้ท์เข้าพอดี ขณะที่เจ้าตัวชักปืนขึ้นพ้นจากซองแล้วกำลังจะง้างนกขึ้นไก พอหัวแม่มือบาดเจ็บง้างนกไม่ได้ คอร์ทไร้ท์ผู้เป็นมือปืนที่มีประสบการณ์สูงก็รีบแก้สถานการณ์ทันที ด้วยการโยกปืนมาจะยิงด้วยมือซ้ายแทน แต่ไม่
ทันการเสียแล้วเพราะชอร์ทสามารถใช้เวลาระหว่างนี้ เล็งยิงนัดที่สอง สาม และ สี่ ติดต่อกัน ทะลุเข้ากลางหน้าอก คอร์ทไร้ท์ครบถ้วนทุกนัด
องค์ประกอบที่สาม ซึ่งแบ๊ทบอกว่ามีความสำคัญที่สุดเหนือกว่าทั้งสองอย่างแรก ก็คือ ความใจเย็นครับ คนที่ใจเย็น พอที่จะควบคุมบังคับให้ตัวเองใช้ความสามารถสองอย่างแรกได้โดยไม่ผิดพลาด ภายใต้สถานการณ์ที่กดดันอย่าง
รุนแรงถึงที่สุด (อย่างเช่นมีคนกำลังไล่ยิงท่านอยู่) เท่านั้นถึงจะเอาตัวรอด โดยรวมแล้วแบ๊ทสรุปเอาไว้ว่าต้อง "ใช้
เวลาเล็งให้มันถูกที่ไว้ก่อนค่อยยิง แล้วก็เย็นไว้อย่าตื่นเต้น" (Take your time. Place your shots. Keep calm and don't lose your nerve.) ฟังดูไม่ยากสักเท่าไรเลยนะครับ
เกี่ยวกับเรื่องนี้มีคนไปสัมภาษณ์ วายแอ็ท เอิ๊ร์ป มือปืนผู้คงกระพัน เคยผ่านการดวลอย่างโชกโชนมาแล้วเหมือนกัน
ว่า มีเคล็ดลับอย่างไร วายแอ็ทซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าเป็นคนที่มีบุคคลิกเงียบขรึมไม่ค่อยพูดไม่ค่อย
จา ก็ตอบเพียงสั้นๆ (แต่ออกจะกวนๆสักนิด) ว่าจง "ใช้เวลาของท่าน - แล้วก็รีบๆหน่อย" (Take your time - in a
hurry.) พอคนฟังทำท่างงๆ ก็ขยายความเพิ่มอีกนิดให้เข้าใจ (หรือไม่ก็มึนหนักขึ้นไปอีก) ว่า หมายถึง "ตั้งจิตให้แน่ว
แน่ แต่กล้ามเนื้อต้องไวกว่าความคิด" (Mentally deliberate, but muscularly faster than thought.) จากนั้นก็เลย ไม่มีใครอยากจะถามอะไรต่ออีก
ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้คิดได้ว่า การชักปืนอย่างรวดเร็ว รีบง้างนก (อย่าลืมนะครับว่าไม่ใช่ปืนลูกโม่ดับเบิ้ลแอ๊คชั่น
ที่ไม่ต้องง้างนกก่อนก็ยิงได้) แล้วเหนี่ยวไกยิงจากระดับเอวออกไปเลยแบบ ฮิป ชู้ทติ้ง (Hip Shooting) โดยไม่ต้อง ยกขึ้นส่องหรือเล็งให้ดีเสียก่อนนั้น คงหวังผลอะไรไม่ได้มากนัก หากคาวบอยคนไหนกะจะใช้วิธีนี้ในการดวลกับฝ่าย
ตรงข้ามอย่างจริงๆจังๆละก็ ถ้าไม่ใช่ที่ระยะประชิดมากๆขนาดขว้างก้อนอิฐใส่กันหลบไม่พ้นแล้ว คงไม่มีรายไหนที่ โชคดีเหมือนกับ ลุค ช้อร์ท อีกแน่
ส่วนการยิงเร็วด้วยวิธีตบนกยิง หรือที่เรียกกันว่า แฟนนิ่ง (Fanning - คงจะเป็นเพราะดูเหมือนการใช้มือทำท่าพัด)
ทำได้จริงด้วยการเหนี่ยวไกปืนค้างไว้ก่อน จากนั้นก็ใช้สันมือด้านในของมืออีกข้างหนึ่งที่ไม่ได้ถือปืน ตบนกปืนลง
ให้สุดเพื่อง้างนก แล้วปล่อยแล้วตบไปอีกเรื่อยๆอย่าปล่อยไกปืน กลไกของปืนซิงเกิ้ลแอ๊คชั่นก็จะปล่อยให้ลูกโม่หมุน ส่งกระสุนนัดใหม่ขึ้นมาให้นกสับยิงไปเรื่อยๆได้จนหมด
นอกจากการตบนกยิงแล้ว ยังมีวิธีการยิงเร็วอีกแบบหนึ่งที่ใช้หลักการเดียวกัน แต่เปลี่ยนจากการใช้สันมือด้านใน
เป็นการใช้นิ้วหัวแม่มือตวัดตบนกแทน วิธีนี้เรียกว่า สลิ้ป ชู้ทติ้ง (Slip Shooting) หรือบางทีก็เรียกว่า ธัมบ์ วิปปิ้ง (Thumb Whipping) ซึ่งให้ความเร็วในการยิงได้ไม่แพ้วิธีแฟนนิ่ง
การยิงเร็วทั้ง 2 วิธีดังกล่าว ในเชิงปฏิบัติก็มีข้อจำกัดอยู่มาก น่าจะทำได้คล่องและเร็วจริงกับปืนที่มีแรงรีคอยล์ไม่
มากนักเท่านั้น หากเป็นกระสุนขนาด .45 ลองโคลท์ หรือ .44-40 ที่นิยมใช้กันมากในสมัยนั้น เราคงนึกภาพออกนะ ครับว่าแรงรีคอยล์จะทำให้ปืนกระดกขึ้นสูง ถ้าไม่ขืนไว้(แบบไม่กลัวเจ็บมือ) หรือรอให้ปืนลดลงมาที่ระดับเดิมก่อน
(อันจะทำให้ช้าเสียเวลาไป) ก็ต้องคอยเอามือไล่ตามปืนไปตบนกยิงนัดต่อๆไป ซึ่งก็คงไม่สะดวก ภาพรวมที่ออกมา
ก็คงดูตลกดี ไม่น่าจะจ๊าบหรือเท่ห์อย่างที่ตั้งใจจะโชว์นัก นี่ยังไม่นับอีกว่าแล้วนัดหลังๆจะยังยิงถูกซ้ำที่เดิมหรือเปล่า
วายแอ็ท เอิ๊ร์ป เคยพูดถึงการยิงเร็วทั้งสองวิธีนี้ไว้ว่า ตลอดชีวิตของตนไม่เคยเห็นมือปืนรายไหนใช้วิธีการตบนกยิง
ในการต่อสู้เลย ซึ่งก็เข้าตามตำราว่า ถึงแม้จะยิงได้เร็วสักแค่ไหน แต่ถ้าไม่แม่นเลยละก็ ย่อมเสียเวลาและเปลือง ลูกกระสุนไปเปล่าๆ ดังนั้นที่เราเห็นกันในหนังว่าพระเอกชักปืนออกมาตบนกยิงผู้ร้ายทีเดียวสี่ห้าคนตายหมดนั้น
ถ้าเป็นของจริงก็จะต้องกลับกลายเป็นว่า พระเอกตบยิงจนหมดโม่ทั้ง 5 นัดแล้วไม่ถูกใครเลยซักคน จากนั้นถ้า พระเอกไม่สวมวิญญาน บวกด้วยใส่เท้าสุนัขโกยหนีเอาตัวรอดไปให้ได้เสียก่อนละก็ มีหวังโดนผู้ร้ายรุมยิงใส่เป็นที่
สนุกสนานจนเละเทะจำหน้าจำตาไม่ได้อยู่ตรงนั้นเป็นแน่
คงจะสังเกตได้นะครับว่าผมเขียนว่าหมดโม่ทั้ง 5 นัดไม่ใช่ 6 นัด เนื่องจากหลักฐานบอกว่า ถึงลูกโม่จะบรรจุได้ 6 นัด
แต่คาวบอยส่วนใหญ่จะนิยมบรรจุแค่ 5 นัดเท่านั้นในการพกไปไหนมาไหน ทิ้งช่องลูกโม่ที่ยังว่างไว้ให้ตรงกับนกปืน เผื่อเกิดมีอะไรกระแทกกระทั้นมาโดนนกปืนแรงๆจนตอกเข็มแทงชนวนให้ปืนลั่นออกมาเองโดยไม่ได้ตั้งใจ อุบัติเหตุ
นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับ เคลย์ แอลลิสัน (คงพอจำชื่อได้นะครับสำหรับท่านที่เคยอ่านเรื่อง วายแอ็ท เอ๊ร์ป มือปืนผู้
คงกระพันมาแล้ว) โดนปืนลั่นใส่เท้าตัวเองเป็นข่าวดังบอกต่อกันไปทั่วในยุคนั้น ดังนั้นเรื่องเซ้ฟตี้ของปืนลูกโม่จึงมี มานานแต่เก่าก่อนแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่
หันกลับมาเรื่องวิธีพกปืนกันอีกทีนะครับ ในหนังคาวบอยฮอลลีวู้ดนั้นเราจะสังเกตเห็นได้ว่า เข็มขัดกระสุนกับซอง
ปืนจะเป็นชิ้นเดียวต่อเนื่องถึงกัน หรือมิฉนั้นซองปืนก็จะถูกแขวนไว้กับขอบด้านล่างของเข็มขัดกระสุนที่ถูกเจาะ
เป็นแนวไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ซองปืนจะไม่ได้หุ้มห่อตัวปืนอย่างมิดชิดนัก มักปล่อยให้ทั้งด้ามและโกร่ง ไกปืนลอยพ้นอยู่นอกซองปืน หรือไม่ก็บากซองให้เว้าลงจนมองเห็นโกร่งไกได้ถนัด ระดับของซองปืนเมื่อคาดเข็มขัด
แล้วจะไม่อยู่ที่เอวหรือส่วนบนของตะโพก แต่จะห้อยต่ำลงมาจนถึงกลางต้นขา แถมตรงปลายซองจะมีสายหนัง แทนเชือกเส้นเล็กๆผูกปลายซองปืนไว้กับต้นขาอีกด้วย เมื่ออยู่ในท่าพร้อมดวล มือและด้ามปืนจะอยู่สูงจากพื้นใน
ระดับใกล้เคียงกันมาก
|