|
ผ่านไปแล้วเมื่อครั้งก่อนนะครับสำหรับ วายแอ็ท เอิ๊ร์ป มือปืนผู้คงกระพัน หวังว่า ท่านผู้อ่านคงจะเริ่มเครื่องร้อนกันขึ้นแล้วที่จะทำความรู้จักรายต่อไปกันบ้าง
ผมขอออกตัวก่อนสักนิดนะครับว่าสำหรับ แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน และรายอื่นที่จะเขียน ถึงต่อๆไปนั้น อาจจะไม่สามารถบรรยายในระดับ"เจาะลึก"ได้เต็มที่อย่างเรื่องของ
วายแอ็ท เอิ๊ร์ป สาเหตุเพราะความดังกว่าของวายแอ็ท เอิ๊ร์ปนั่นเอง ตามที่ได้เคย เล่าให้ฟังแล้วว่า ล่าสุดมีผู้นำเรื่องไปสร้างเป็นหนังคาวบอยฟอร์มใหญ่ขึ้นมา
ใหม่ติดๆกันตั้ง 2 เรื่อง ใช้ดาราระดับตุ๊กตาทองทั้งคู่ ทำให้แฟนคาวบอยลูกทุ่ง ตะวันตกทั้งหลายกลับมาคึกคักกันอีกครั้ง หลังจากที่หนังคาวบอยซบเซาไปนาน
การกลับมาของหนัง 2 เรื่องดังกล่าว (ขอเอ่ยชื่ออีกทีนะครับเผื่อลืม คือเรื่อง ทูมบ์สโตน - Tombstone กับเรื่อง วายแอ็ท เอิ๊ร์ป - Wyatt Earp เรื่องแรกนำโดย
เคิร์ท รัสเซล เรื่องหลังโดย เควิน คอสท์เนอร์) ทำให้ในสหรัฐอเมริกามีผู้สนใจเรื่อง ของวายแอ็ท เอิ๊ร์ปเพิ่มขึ้นมาก นำไปสู่การศึกษาค้นคว้าหาหลักฐาน แลกเปลี่ยน
ความคิดเห็นกันอย่างละเอียดและกว้างขวาง ทำให้มีข้อมูลมาฝอยได้ค่อนข้าง ละเอียดและหลายแง่มุม
นอกจากนี้ผลที่ตามมาอีกอย่างก็คือ การกลับมาของปืนซิงเกิ้ลแอ๊คชั่น ที่มีผู้คนหัน
มาเล่นทั้งแบบสะสม และแข่งขันในรูปแบบที่ล้อเลียนมาจากสไตล์การยิงในยุค คาวบอยจริงๆ (ผสมกับอิทธิพลหนังฮอลลีวู้ดเสียครึ่งหนึ่ง)
ปืนซิงเกิ้ลฯเหล่านี้มีทั้งปืนที่ทำขึ้นมาใหม่ ในลักษณะก๊อปปี้จากของจริงในสมัยก่อน
หรือไม่ก็ออกแบบขึ้นใหม่เองทั้งหมดโดยคงสไตล์ของปืนยุคนั้นไว้ ซึ่งคุณธัชรวีก ็เคยนำมาโชว์และทดสอบให้ดูไปแล้วหลายรุ่นนะครับ ในบ้านเราผมพอทราบว่ามีผู้
สนใจสะสม และเล่นปืนซิงเกิ้ลฯกันอยู่ไม่น้อยเช่นกัน ว่างๆก็มีการจับกลุ่มแต่งตัวเป็น คาวบอยย้อนยุค ติดดาวนายอำเภอเป็นมือปราบบ้าง เป็นมือปืนเฉยๆบ้าง วางมาด
ออกไปชักปืนยิงกันในทุ่งกว้างชายเขา (หมายถึงยิงเป้าแข่งกันนะครับไม่ได้ยิงกันเอง) ดูจะสนุกสนานเพลิดเพลินกันไม่น้อยทีเดียว
กลับมาเข้าเรื่องของ แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน คาวบอยประจำฉบับของเรากันเสียทีดีกว่า
ก่อนจะเริ่มเอ่ยถึงแบ๊ท ผมก็อดไม่ได้ที่จะขอคลายข้อข้องใจอีกสักนิดนึงเกี่ยวกับการ ใช้คำว่า "คาวบอย" ที่หลายท่านอาจจะท้วงติงว่า อ่านเรื่องดูแล้วไม่เห็นจะเกี่ยวกับ
พวกต้อนวัวหรือเลี้ยงวัวตามความหมายที่แท้จริงของคำว่าคาวบอยหรือโคบาลตรงไหน ก็ขอยอมรับโดยดีครับว่า ถ้าแปลตรงๆก็ไม่ใช่ แต่ถ้าเราพูดถึงหนังคาวบอยละก็
คงจะพอเห็นพ้องกันนะครับว่า ไม่เห็นมีซักกี่เรื่องที่ตั้งหน้าตั้งตาเลี้ยงวัวกันจริงๆ ส่วนมากก็เป็นเรื่องขี่ม้ายิงปืนกันเป็นหลักเสียมากกว่า และก็หนีไม่พ้นที่จะต้องมี
นายอำเภอ โจรผู้ร้าย หรือบางทีก็อินเดียนแดง เป็นตัวชูโรง หาที่มีพระเอกตั้งหน้า ตั้งตาเลี้ยงวัวอย่างเอาจริงเอาจังแต่เพียงอย่างเดียวจริงๆได้ยากมาก
ท่านที่สนใจเรื่องราวเกี่ยวกับคาวบอย (หมายถึงคาวบอยแบบในหนังนะครับ ไม่ใช คาวบอยตามคำแปลตรงๆ เดี๋ยวจะงงกันเสียก่อน) อ่านหนังสือดูจะพบว่าในยุคนั้น
มีคำหลายคำที่เขาใช้แยกแยะแบ่งกลุ่มบุคคล เพื่ออธิบายง่ายๆว่าใครเป็นพวกไหน
ที่พบบ่อยๆก็จะมี มือปืน (Gunfighter), มือปราบ (Lawman), พวกนอกกฎหมาย
(Outlaw), นักพนัน (Gambler) เป็นลำดับต้นๆ รองลงมาก็มี พรานล่าควาย (Buffalo Hunter), เสือพราน (Army Scout), นักแสวงโชค (Frontiersman),
คนเลี้ยงวัว (Cattleman), ชาวไร่ (Rancher), โจร (Rustler) แล้วก็เบ็ดเตล็ดอื่นๆอีก
พวกที่ดูจะมีสีสันถูกกล่าวขวัญเขียนถึงมากกว่าใคร ก็คงจะหนีไม่พ้นสี่อย่างแรกนั่น
แหละครับ และจะต้องเป็นให้ได้อย่างน้อยสามอย่างในคนเดียวกันด้วยถึงจะดัง หรือถ้าเป็นได้สี่อย่างเลยละก็จะยิ่งดังที่สุด (ทำให้น่านึกถึงคนดังหลายๆคนในบ้าน เราทุกวันนี้ด้วยเหมือนกันนะครับ)
แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน นั้น เป็นทั้งมือปืน, มือปราบ, นักพนัน แถมยังเป็นพรานล่าควาย และเสือพรานด้วย ประวัติในวัยเด็กและช่วงต้นๆของชีวิตนั้นไม่ค่อยชัดเจน บ้างก็ว่า
เกิดปี ค.ศ. 1853 บ้างก็ว่า 1855 วันที่กับเดือนนั้นไม่ต้องพูดถึง
ส่วนสถานที่เกิดนั้นยิ่งไปกันใหญ่ครับ บางตำราก็บอกว่าเกิดที่รัฐอิลลินอยส์ บาง
ตำราบอกว่าแคนซัส และบางตำราก็ฉีกแนวไปเสียไกลเลยครับบอกว่าเกิดที่แคว้น ควีเบ็คในประเทศคานาดาโน่น
พอมาถึงเรื่องชื่อก็สนุกไม่แพ้กันอีก ตำราหนึ่งบอกว่าตอนเกิดพ่อแม่ตั้งชื่อให้ว่า
บาร์โธโลมิว (Bartholomew) อันเป็นที่มาของชื่อย่อว่า แบ๊ท (Bat) อีกตำราหนึ่งบอก ว่าไม่ใช่ ที่จริงแล้วชื่อ วิลเลียม บาร์เคลย์ (William Barclay)ต่างหาก ส่วนชื่อ แบ๊ท
นั้นคนมาเรียกกันทีหลัง เมื่อหันมาถือไม้เท้าติดตัวใช้เป็นอาวุธตีผู้ร้าย ต่างฝ่ายต่าง ก็ว่าเหตุผลของตัวเองน่าเชื่อถือกว่า จนปัจจุบันยังไม่มีข้อยุติ
ในที่สุดก็เลยมีผู้เสนอทางออก(ที่ฟังดูออกจะประชดประชันเชิงขำขันเสียมากกว่า) ว่า ตอนเกิดพ่อแม่คงจะตั้งชื่อให้ว่าบาร์โธโลมิวนั่นแหละ แต่ตัวเองไม่ชอบ พอโตแล้ว
เลยไปเปลี่ยนใหม่เป็น วิลเลียม บาร์เคลย์ ผมฟังดูแล้วก็ชักจะนึกสนุกครับ คิดตาม เรื่อยเปื่อยเพลิดเพลินไปว่า สงสัยคงถูกหมอดูทักว่าชื่อเดิมเป็นกาลกิณี ชาตินี้ไม่มี
วันรุ่งแน่ เลยไปขอให้พระอาจารย์ตั้งชื่อให้ใหม่ อย่างนี้สิถึงจะอามะภันเตน่าเชื่อถือที่สุด
แบ๊ทเกิดในครอบครัวชาวไร่ เป็นบุตรชายคนที่ 2 ของ ทอม กับ แคเธอรีน มีพี่น้อง
รวมกันทั้งหมด 5 คน พี่ชายคนโตชื่อ เอ๊ด และน้องชายคนถัดไปชื่อ จิม อีก 2 คน ไม่ทราบชื่อ แบ๊ทเติบโตในหลายแห่ง ตามพ่อแม่ซึ่งย้ายถิ่นฐานไปอยู่ในรัฐนิวยอร์ค
อิลลินอยส์ แล้วในที่สุดก็มาปักหลักอยู่ที่แคนซัสแถวๆเมืองวิชิต้า
พอถึงปี ค.ศ.1871 อายุได้แถวๆ 16 ปี แบ๊ทรู้สึกเบื่อที่จะใช้ชีวิตชาวไร่ จึงได้ชักชวน
พี่ชาย เอ๊ด และน้องชาย จิม ออกผจญภัยในดินแดนตะวันตก พิจารณาดูจะเห็นว่า แบ๊ทนั้นคล้ายกับวายแอ็ท เอิ๊ร์ปเหมือนกัน คือถึงจะออกจากบ้านมาแล้ว ก็ยังใช้ชีวิต
ร่วมเป็นร่วมตายกันกับพี่น้องอยู่ และในที่สุดคนหนึ่งก็จะตายจริงๆด้วยเหมือนกัน ซึ่งผมจะเล่ารายละเอียดอีกทีนึงนะครับ
มาถึงตรงนี้อดที่จะขอออกนอกเรื่องอีกสักนิดไม่ได้ คือเรื่องของพี่น้องนี่แต่ก่อนแต่ไร
เรามักจะเข้าใจกันว่า ชีวิตของฝรั่งอเมริกันนั้น พอโตๆกันแล้วก็ตัวใครตัวมัน ต่างคน ต่างอยู่ไม่ค่อยผูกพันกันเท่าไรในระหว่างพ่อแม่พี่น้อง จะมาเจอกันก็ต่อเมื่อมีเทศกาล
อย่างเช่นคริสต์มาสหรืออี๊สเต้อร์ปีนึงไม่กี่ครั้ง ไม่เหมือนอย่างชาวเอเชียโดยเฉพาะชาว จีน ที่ครอบครัวมักจะเหนียวแน่นกันไปตลอดจนตาย
แต่จากการที่ได้ศึกษาประวัติชีวิตของพวกคาวบอยมือปืนตะวันตกหลายคน กลับพบ
ว่าไม่ได้เป็นอย่างนั้นเสมอไป มีหลายรายมากที่พี่น้องใช้ชีวิตด้วยกันค่อนข้างผูกพัน ใกล้ชิดเมื่อโตแล้ว ท่านที่อ่านเรื่อง วายแอ็ท เอิ๊ร์ป ในฉบับก่อนก็คงจะจำได้นะครับว่า
เหตุการณ์ที่ทูมบ์สโตนนั้น ถือได้ว่าเป็นเรื่องพิพาทบาดหมางกันระหว่างพี่น้องตระกูล เอิ๊ร์ปฝ่ายหนึ่ง กับพี่น้องตระกูลแคลนตั้นและแม็คลอรี่อีกฝ่ายหนึ่งเป็นหลัก จนถึง ขนาดต้องล้างบางกันให้หมดไปข้างหนึ่ง
ส่วนท่านที่เคยดูหนังเรื่อง วายแอ็ท เอิ๊ร์ป ก็คงจะจำได้ว่าวายแอ็ทถูกพ่ออบรมสั่งสอน และเชื่ออย่างฝังใจมาตลอดว่า พี่น้องเท่านั้นที่เป็นครอบครัว นอกนั้นเป็นคนอื่น
แถมยังหาเรื่องว่าไปถึงภรรยาและพี่สะใภ้น้องสะใภ้ด้วยว่า ภรรยานั้นไม่ถือเป็น ครอบครัว เพราะในที่สุดถ้าไม่แยกทางกันก็ตายจากไป (ไม่ได้หมายความว่าผมจะ
เชื่อตามนะครับ ท่านผู้อ่านโดยเฉพาะท่านสุภาพสตรีทั้งหลายโปรดอย่าเพิ่งเข้าใจผิด)
ผมฟังจากในหนังแล้วก็จำได้ว่า เมื่อตอนที่มีการฉายหนังเรื่องสามก๊กในทีวี ก็ได้ยิน
เล่าปี่พูดเหมือนกันว่า พี่น้องเหมือนแขนขา ลูกเมียเหมือนเสื้อผ้า เรียกว่ามีปรัชญา ชีวิตแบบเดียวกันเปี๊ยบเลย ไม่น่าเชื่อจริงๆว่าคิดเหมือนกันข้ามยุคข้ามทวีปขนาดนี้
ได้อย่างไร (ผมเองก็ชักจะสงสัยแล้วเหมือนกันว่าเขียนเรื่องคาวบอยอยู่ดีๆทำไมถึง ดันไปออกเป็นเรื่องสามก๊กได้)
หันมาเข้าเรื่องของเราต่อไปนะครับ แบ๊ทกับพี่น้องเริ่มชีวิตการผจญภัยในดินแดน
ตะวันตกด้วยอาชีพล่าควาย เริ่มจากในทุ่งหญ้าเขตตะวันตกเฉียงใต้ของแคนซัสซึ่ง ไม่ไกลจากบ้านนักก่อน
จากนั้นแบ๊ทกับเอ๊ดพี่ชาย ก็เปลี่ยนไปทำงานกับบริษัทผู้รับเหมาสร้างทางรถไฟสาย
แอ๊ทชิสัน โทปีก้า และ ซานตาเฟ่ ทำให้มีโอกาสได้สัมผัสกับเมือง ด๊อดจ์ ซิตี้ (Dodge City) ซึ่งขณะนั้นเป็นเพียงชุมชนเล็กๆที่พวกคนงานมาตั้งแค้มป์รวมอยู่ ด้วยกันและเป็นจุดค้าขายส่งควายขึ้นรถไฟไปขายต่อที่อื่น
อย่างที่ผมเคยบรรยายไว้ในเรื่อง วายแอ็ท เอิ๊ร์ป มือปืนผู้คงกระพันแล้วนั่นแหละครับ ว่าแถวนั้นยังเป็นบ้านป่าเมืองเถื่อน เต็มไปด้วยบาร์ บ่อน แล้วก็อื่นๆอีก แต่ทั้งคู่ก
็เอาตัวรอดปลอดภัยมาได้ ว่ากันว่าเป็นเพราะบุคลิกส่วนตัวมีส่วนช่วย คือ แบ๊ทเป็น คนชอบสนุกสนาน ส่วนเอ๊ดป็นผู้มีอัธยาศัยดี
แต่ทั้งสองก็คงความเข้มแข็งเด็ดขาดเมื่อถึงเวลาเช่นกัน ครั้งหนึ่งถูกผู้รับเหมาเบี้ยว
ค่าแรงหลังจากทวงแล้วทวงอีกไม่สำเร็จ ก็ยังใช้ไม้แข็งเอาปืนจี้เก็บเงินมาจนได้ เป็นที่ครั่นคร้ามของบรรดานักเลงต่างๆพอสมควร ฝ่ายจิมน้องชายนั้นค่อนข้างจะมี
นิสัยโมโหง่าย และไม่ค่อยสนใจงานสมาคมนัก จึงไม่ค่อยได้มาร่วมวงด้วย
|