Home

คุยเฟื่องเรื่องคาวบอย
คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก
คาวบอยกับปืนคู่ใจ
คุยเฟื่องเรื่องคาวบอย
วายแอ็ท เอิ๊ร์ป
แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน
คาวบอยชักปืน
ด๊อค ฮอลลิเดย์
ลุค ช้อร์ท
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

ผมเป็นอีกคนหนึ่งครับที่โตขึ้นมาในยุคที่โทรทัศน์เพิ่งจะเข้ามามี
ีบทบาททดแทนวิทยุ ในฐานะสื่อสาระและบันเทิงประจำบ้าน
เมื่อผมเริ่มดูโทรทัศน์รู้เรื่องนั้น ทีวีในกรุงเทพฯมีแค่ 2 ช่อง เป็น
ขาวดำทั้งคู่ ออกอากาศในวันธรรมดาตั้งแต่ราวๆ 4 หรือ 5 โมง
เย็น ไปจนถึงสักสองยามเท่านั้น เสาร์อาทิตย์เพิ่มรอบเช้า ตั้งแต่
10 โมงจนไปต่อรอบเย็น

รายการบันเทิงทางทีวีในยุคนั้นก็หนีไม่พ้นหนังและละคร เช่นเดียว
กับยุคทีวีสี 6 ช่อง 24 ชั่วโมง ไม่รวมเคเบิลทีวีอย่างเดี๋ยวนี้ ที่ต่างกัน
ก็คือว่าหนังทีวีส่วนใหญ่เป็นหนังฝรั่ง มีหนังซามูไรญี่ปุ่นแซมนิดหน่อย
(ซึ่งผมขออนุญาตไม่พูดถึงนะครับเพราะดูไม่น่าจะเกี่ยวกับหัวข้อเรื่อง
ที่จะคุยกันวันนี้นัก) แรกๆก็มีความยาวแค่ตอนละครึ่งชั่วโมง มีโฆษณา
แต่ไม่มหาโหดขนาดลุกไปอาบน้ำสระผมแล้วค่อยกลับมาดูต่อยังทัน
อย่างทุกวันนี้ หลังจากนั้นจึงขยายเป็นตอนละ 1 ชั่วโมง และกลาย
เป็นหนังสีไปในที่สุด

หนังฝรั่งทางทีวีเมื่อผมเป็นเด็กนั้น เป็นหนังคาวบอยลูกทุ่งตะวันตกเสียมาก
ผมจึงขอถือโอกาสใช้หนังทีวีนี้รื้อฟื้นอดีต นำทางย้อนไปสู่ยุคคาวบอย
เสียก่อนเป็นการอุ่นเครื่อง รวมทั้งชวนท่านผู้อ่านมาสนุกสนานไปกับเรื่อง
ราวต่างๆทั้งจริงและไม่จริงในหนัง เรื่องเกี่ยวกับเจ้าของปืน และเกร็ด
เล็กๆน้อยๆที่น่าสนใจไปด้วยพร้อมๆกัน

ผมเชื่อครับว่าต้องมีแฟนปืนหลายท่านที่ชอบดูหนังคาวบอยมาตั้งแต่เด็กๆ
และชอบดูลีลาของตัวเอกเจ้าของปืนในหนังด้วย ตัวเอกในหนังเหล่านี้
หลายเรื่องอ้างอิงถึงบุคคลจริงในประวัติศาสตร์ ที่มีชีวิตโลดโผนตื่นเต้น
เร้าใจ น่าติดตามยิ่งกว่านิยายเสียอีก

HollywoodCowboy1

รวมดาราหนังคาวบอยทางทีวี ใครเป็นใครพอจำได้บ้างไหมครับ

หนังคาวบอยทางทีวีสมัยนั้นสร้างลอกเลียนออกมาแข่งกันเป็นรุ่นๆ
รุ่นแรกๆมักเป็นแบบฮีโร่เก่งคนเดียว หลายเรื่องอ้างอิงถึงตัวจริงใน
ประวัติศาสตร์อย่างที่กล่าวไปแล้ว เช่นเรื่อง The Life and Legend of
Wyatt Earp ที่ ฮิวจ์ โอ'ไบรอัน รับบทบาทเป็นวายแอ็ท เอิ๊ร็ป รูปร่างหน้าตา
ในหนังสำอางค์เกลี้ยงเกลา หล่อเฟี้ยวไม่เหมือนกับตัวจริงสักนิดเดียว

อีกเรื่องที่ฮิตพอๆกันคือ แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน แสดงโดย ยีน แบร์รี่ ซึ่งก็หล่อ
แซงตัวจริงอีกเหมือนกัน แถมมีการชักดาบออกมาจากไม้เท้าประจำตัว
ได้ด้วย

 แต่สมัยนั้นเรื่องเหมือนไม่เหมือนดูจะไม่สำคัญนักหรอกครับ ส่วนใหญ่ต้อง
หล่อไว้ก่อน แล้วก็เน้นในเรื่องของธรรมะต้องชนะอธรรมเป็นหลัก จนนาย
อำเภอ วายแอ็ท เอิ๊ร์ป กลายเป็นฮีโร่ของเด็กผู้ชายในสมัยนั้นกันอย่าง
แพร่หลาย (รวมทั้งผมด้วย)

ส่วน แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน นั้น ในประวัติจริงก็เคยทำงานเป็นผู้ช่วยนายอำเภอ
ของ วายแอ็ท เอิ๊ร์ป คอยปราบปรามเหล่าร้ายที่เมือง ด๊อดจ์ ซิตี้ พอวายแอ็ท
ย้ายไปทำมาหากินเปิดบาร์อยู่ที่เมืองทูมบ์สโตน และทำหน้าที่มือกฎหมาย
ไปพร้อมกัน ก็ได้ชักชวนให้แบ๊ท ตามไปเป็นหุ้นส่วนด้วยอยู่พักหนึ่ง

earp202

 วายแอ็ท เอิ๊ร์ป ตัวจริง

EarpTV-1-102

วายแอ็ท เอิ๊ร์ป  ในทีวี

coltBL104

์ปืนโค้ลทรุ่น บันท์ไลน์ สเปเชี่ยล สั่งทำพิเศษ

ี้มีสิ่งน่าสนใจอย่างหนึ่งเกี่ยวกับมือปืนตะวันตกสองคนนี้ ที่แตกต่างไปจาก
มือปืนรายอื่นๆ คือทั้งคู่มีชีวิตอยู่ไปจนเลยยุคสงครามโลกครั้งที่ 1 ซึ่งตอน
นั้นในอเมริกาเริ่มมีรถยนต์ขี่แทนม้ากันเกือบทุกแห่งหน อาวุธปืนทั้งสั้นและ
ยาวก็มีการพัฒนารูปแบบและเทคโนโลยีเลยไปอีกขั้นหนึ่ง ถึงเวลานี้ทั้งคู่
ตัดสินใจเลิกดวลปืนกับผู้ร้าย โดย วายแอ็ท เอิ๊ร์ป ในวัย 60 กว่า หันไปทำ
มาหากินเกี่ยวกับการค้าขายที่ดิน ก่อนขยับขยายไปทำเหมืองแร่ ตามด้วย
ขุดน้ำมันในรัฐแคลิฟอร์เนีย จนแก่ตายไปเมื่ออายุ 81 ปี ที่เมือง ลอสแองเจลิส

ส่วน แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน นั้น หลังจากเป็นหุ้นส่วนเปิดบ่อนร่วมกับ วายแอ็ท
เอิ๊ร์ป ที่เมืองทูมบ์สโตน อยู่ระยะหนึ่ง ก็แยกตัวไปทำมาหากินที่อื่น กับรับ
หน้าที่มือกฎหมายของรัฐโคโลราโดไปด้วย แต่ในที่สุดก็เบื่อหน่ายกับชีวิตท
ต้องเสี่ยงตายอยู่ตลอดเวลา หันไปใช้ชีวิตเป็นบรรณาธิการข่าวกีฬา ให้กับ
หนังสือพิมพ์ New York Morning Telegraph ที่เมืองนิวยอร์คแทน และป่วย
ตายไปเมื่ออายุ 68 ปี

สรุปได้ว่าทั้ง 2 คนนี้ตายเองด้วยเหตุธรรมชาติ ไม่เหมือนกับมือปืนดังๆ
รายอื่นๆส่วนใหญ่มักตายตั้งแต่อายุยังไม่ถึง 40 และตายในลักษณะที่เขา
ใช้สำนวนว่า Died with his boots on คือเป็นไข้โป้ง ถูกคนอื่นยิงตายข้าง
ถนนบ้าง ในบาร์เหล้าหรือในบ่อนบ้าง ไม่มีโอกาสนอนตายบนเตียงให้
สบายๆหน่อยโดยไม่ต้องใส่รองเท้า

วายแอ็ท เอิ๊ร์ป นั้น ถือว่าเป็นตำนานอมตะและพระเอกตลอดกาลของ
ผู้นิยมหนังคาวบอย และชื่นชอบชีวิตลูกทุ่งตะวันตก มีการนำเรื่องของ
มือปืนหนวดงามหนังเหนียวคงกระพันรายนี้มาทำเป็นภาพยนต์จอเงิน
มากมายหลายเรื่อง บางเรื่องที่ดังมากๆก็มีฉายในบ้านเราด้วย

ผมเชื่อว่าคอหนังคาวบอยทั้งหลายคงจำเรื่อง Gunfight at OK Corral ที่
นำมาฉายในเมืองไทยเมื่อสัก 30 ปีก่อน มี เบิร์ต แลงคาสเตอรฺ์ แสดงเป็น
วายแอ็ท เอิ๊ร์ป (ที่ไม่มีหนวดอีกเหมือนกัน) ล่าสุดเมื่อ 6-7 ปีก่อนนี้เองก็มี
เรื่อง Tombstone เล่นโดย เคิ้ร์ท รัสเซล ตามมาติดๆด้วยเรื่อง Wyatt Earp
เล่นโดย เควิน ค้อสท์เนอร์ ที่ถือได้ว่าเป็นภาพยนต์อัตตชีวประวัติของ
วายแอ็ท เอิ๊ร์ป ที่สมบูรณ์ใกล้เคียงความจริงที่สุด

ทั้ง 2 เรื่องใหม่นี้ ผู้สร้างพยายามแต่งหน้าแต่งตา ติดหนวดและจัดเครื่อง
แต่งกายให้เหมือนตัวจริงในยุคนั้นอย่างเต็มที่ รวมทั้งวิธีการพกและใช้ปืน
ในการดวลและล่าเหล่าร้ายกันจริงๆด้วย ถือเป็นหนังที่ดูมันส์ทีเดียว
แถมยังมีแก๊กตลกให้ฮาได้อีก อย่างเช่นในเรื่อง Tombstone ที่ วาล
คิลเม่อร์ เล่นเป็น ด๊อค ฮอลลิเดย์ หมอฟันนักพนันผู้จงรักภักดีต่อ วายแอ็ท
เอิ๊ร์ป ที่มีความสามารถพิเศษแม่นทั้งปืนและมีด (ทั้งๆที่ป่วยเป็นวัณโรค
แถมด้วยพิษสุราเรื้อรัง) แสดงลีลาควงจอกเหล้าแทนปืนเยาะเย้ยคู่ปรับ
คือ จอห์นนี่ ริงโก้ ให้ได้อึ้ง นับได้ว่าเป็นฉากคลาสสิคฉากหนึ่งทีเดียว

ส่วน แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน นอกจากที่เป็นหนังทีวีแล้ว ผมยังนึกไม่ออกว่ามีใคร
นำไปสร้างเป็นตัวนำในหนังเรื่องอื่นอีก ล่าสุดเห็น็มีอยู่หน่อยหนึ่งในเรื่อง
Wyatt Earp ช่วงที่เป็นผู้ช่วยอยู่ที่เมือง ด๊อดจ์ ซิตี้ แต่โดยรวมๆนอกจากเป็น
มือปืนที่ต้องถือไม้เท้าแล้ว (ตามประวัติบอกว่า เพราะเคยถูกยิง กระสุนเจาะ
เข้าที่สะโพก ทำให้ต้องถือไม้เท้าช่วยให้เดินถนัดขึ้น และใช้ฟาดกบาล
เหล่าร้ายควบไปกับการใช้ปืนด้วย แต่ไม่ใช่เอาไว้ชักดาบอย่างในหนัง)
บทบาทและสีสันโดยรวมในฐานะของมือปืนตะวันตก คงไม่ตื่นเต้นเร้าใจเ
ท่ากับรายอื่นๆ จึงไม่เป็นที่สนใจของนักสร้างหนังมากนัก

batm103

แบ๊ท ม้าสเตอร์์สัน ตัวจริง

BatTV106

แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน ในทีวี

หนังคาวบอยทางทีวีที่อ้างอิงตัวจริงตามประวัติศาสตร์อีกเรื่องหนึ่งก็คือ
 The Legend of Jesse James แสดงโดย คริส โจนส์ ในบทของ
เจ๊สสี เจมส์ และ แอลเล็น เค้ส ในบทของ แฟร้งค์ เจมส์ หนังวาดภาพของ
พี่น้องแฟร้งค็และเจ๊สสี ในลักษณะของผู้บริสุทธิ์แต่ถูกอำนาจรัฐกลั่นแกล้ง
ต้องกลายเป็นพวกนอกกฎหมายออกมาสร้างความยุติธรรมเอง ด้วยการ
ปล้นคนรวยมาช่วยคนจน

ในความเป็นจริงแล้ว เจ๊สสี เจมส์ จะเป็นพระเอกหรือผู้ร้ายกันแน่คงหา
ข้อยุติได้ยาก เพราะไม่เหมือนกับ วายแอ็ท เอิ๊ร์ป ที่ไม่เคยปล้นฆ่าใคร
มีแต่คอยไล่จับโจรปล้นม้าปล้นวัวเป็นหลัก (แต่ที่จริงก็เป็นเจ้าของบ่อน
และเป็นนักพนันตัวยงคนหนึ่งเหมือนกันนะครับ ตรงนี้น่าคิดเหมือนกัน)
ที่แน่ๆถ้าใช้ศัพท์สมัยใหม่ก็ต้องบอกว่า เจ๊สสี เจมส์ เป็นอาชญากรตาม
หลักนิติศาสตร์ ส่วนหลักรัฐศาสตร์ที่ทางการสมัยนั้นใช้ก็คือ จับตาย
ลูกเดียวโดยไม่ต้องรอทำประชาพิจารณ์

แต่เจ๊สสีก็ไม่ได้ตายด้วยมือกฎหมาย กลับตายเพราะถูกญาติทรยศชื่อ
บ๊อบ ฟอร์ด แอบยิงข้างหลังเพื่อเอาเงินรางวัลค่าหัว ในหนังทั้งจอแก้วและ
จอเงินอื่นๆทุกเรื่อง จะพิถีพิถันกับฉากจุดจบของ เจ๊สสี เจมส์ นี้เป็นพิเศษ
โดยตามเหตุการณ์จะเดินเรื่องว่าเจ๊สสีตัดสินใจเลิกปล้นฆ่า และปลูกบ้าน
ใหม่เตรียมใช้ชีวิตอย่างสงบอยู่กับลูกเมีย วันหนึ่ง บ๊อบ ฟอร์ด ทำทีเป็นมา
เยี่ยม ขณะที่เจ๊สสีกำลังปีนเก้าอี้แขวนรูปติดข้างฝา หันหลังให้ก็ถูกบ๊อบยิง
เข้าที่หัวอย่างเลือดเย็นโดยไม่รู้ตัว เจ๊สสีเลยต้องจบชีวิตแบบที่เรียกว่า
Died with his boots on เสียตั้งแต่อายุเพิ่งจะ 35

หลังจากเจ๊สสีถูกญาติตัวเองทำวิสามัญไปแล้ว แฟร้งค์ผู้พี่ชายซึ่งเคย
กอดคอกันร่วมเป็นร่วมตายในการปล้นและดวลกับพวกมือปราบด้วยกัน
มาตลอด ก็คงจะนึกอะไรขึ้นมาได้ เลยตัดสินใจเข้ามอบตัวกับทางการเสีย
เอง พอหลังจากถูกพิพากษาและปล่อยตัวแล้ว ก็ออกมาทำงานเป็นยาม
เฝ้าประตูโรงละครแห่งหนึ่งในเมืองเซ็นต์หลุยส์ ไปจนบั้นปลายของชีวิต

jesse02

เจ๊สสีี่ เจมส์

colt45-1

ปืนโค้ล์ท พี้ซเม้คเก้อร์ ของ บ๊อบ ฟอร์ด ที่ใช้ยิง เจ๊สสี เจมส์

หนังเกี่ยวกับ เจ๊สสี เจมส์ ส่วนใหญ่เป็นหนังโรง สร้างออกมาหลากหลาย
มากครับ รวมกันแล้วตั้ง 30 กว่าเรื่อง ที่ดีที่สุดเรื่องหนึ่งคือเรื่อง The Long
Riders สร้างเมื่อประมาณ 20 ปีที่แล้ว หนังไม่ได้เน้นที่พี่น้องตระกูลเจมส์
อย่างเดียว แต่เน้นบทบาทของพี่น้องตระกูลยังเก้อร์ อันประกอบด้วย โคล
บ๊อบ และจิม สามคนนี้เป็นทั้งญาติและสมุนคู่ใจของเจ๊สสี ี่ออกปฏิบัติการ
เคียงบ่าเคียงไหล่กันตลอด จนในที่สุดคนหนึ่งตาย อีกสองคนเจ็บหนัก
และถูกจับหลังจากการปล้นธนาคารที่เมืองน้อร์ธฟิลด์ในรัฐมินเนโซต้า
เพราะพลาดท่า ถูกชาวบ้านใจเด็ดรวมกำลังกันตอบโต้อย่างได้ผล
 
หนังเรื่องนี้มีเก๋อีกอย่างคือ ดารานำที่แสดงเป็นพี่น้องตระกูลยังเก้อร์ทั้ง
สามคนจะเป็นดาราที่ใช้นามสกุลคาราดีนเหมือนกัน นำโดยเดวิด
(จำพระเอกเรื่องกังฟูทางช่อง 3 ได้ไหมครับ) อีก 2 คนถ้าจำไม่ผิดก็เป็น
โรเบิร์ตกับคี้ธ และเช่นเดียวกันดาราที่เล่นเป็นเจ๊สสีกับแฟร้งค์ เจมส์ ก็ต้อง
นามสกุลเดียวกันด้วย ได้แก่เจมส์กับสเตซี่ คี้ธ

youngers102

จิม โคล และ บ๊อบ สามพี่น้องตระกูล ยังเก้อร์

colt44-102

ปืนโคล์ทขนาด .44 คู่มือของ โคล ยังเก้อร์

หนังทีวียุคต่อมา เริ่มเปลี่ยนเป็นใช้วิธีปั้นตัวพระเอกขึ้นมาเอง โดยอิงความ
เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์หรือบุคคลในยุคคาวบอย เช่นเรื่อง Colt .45 นำแสดงโดย
เวด เพร้สตั้น ในบทบาทหลานชายของ แซมมวล โค้ลท์ ผู้ผลิตปืนลูกโม่
ยอดนิยมในสมัยนั้น ที่ฉากหน้าเป็นเซลส์แมนตระเวนไปทั่วดินแดนตะวันตก
เพื่อขายปืนโค้ลท์  แต่ฉากหลังเป็นสายลับรัฐบาลคอยกำจัดพวกอิทธิพล
(หนังเรื่องนี้ถือโอกาสเอาปืนโค้ลท์รุ่นพี๊ซเม้คเก้อร์ หรือ S.A.A. มาโฆษณาใหม่
่ด้วยครับ แม้จะช้าไปเกือบร้อยปีก็ตาม)

โค้ลท์ .45

บางเรื่องมีการปั้นตัวเอกกันขึ้นมาเองเป็นตุเป็นตะ ไม่อ้างอิงถึงใครทั้งสิ้น
เช่นเรื่อง Have Gun Will Travel แสดงโดย ริชาร์ด บูน ในบท พาลาดิน นักสืบ
เอกชนที่ปกติพักโรงแรมใช้ชีวิตหรูหราอยู่ในเมืองซานฟรานซิสโก รับสืบคดี
ีความทั่วราชอาณาจักรในดินแดนที่ยังต้องตัดสินปัญหากันด้วยปืน ทุกครั้งที่
ออกปฏิบัติการจะต้องแต่งชุดคาวบอยสีดำทั้งชุด (ไม่รู้ว่าได้อิทธิพลมาจากเรื่อง
เสือใบกับโจรเชิ้ตดำของเราหรือเปล่า)

แล้วก็มีเรื่อง Gunsmoke หรือควันปืน มี เจมส์ อาร์เนสส์ เล่นเป็นนาย
อำเภอ แม็ท ดิลล่อน แห่งเมือง ด๊อดจ์ ซิตี้ (ที่ไม่เคยเจอะเจอกับ วายแอ็ท
เอิ๊รฺป เลย ทั้งๆที่อยู่เมืองเดียวกัน) หนังเรื่องนี้ฮิตติดเรทติ้งทางทีว ีและทำ
สถิติหนังทีวีที่ฉายหลายตอนติดต่อกันนานที่สุดในอเมริกา จนมีการนำชื่อ
หนังไปตั้งเป็นชื่อถนนสายหลักของเมือง ด๊อดจ ซิตี้ ปัจจุบันว่า ถนนกันสโม้ค
หลังจากที่มีถนนวายแอ็ทเอิ๊ร์ป และถนนม้าสเตอร์สันอยู่ก่อนนานแล้ว

paladin1 Gunsmoke1

   Have Gun Will Travel

 ควันปืน

หลายเรื่องมีการนำมาสร้างใหม่อีกครับ อย่างเช่น มาเวอริค มือปืนนักเล่นไพ่
โป๊กเกอร์ไหวพริบด ีที่ไม่ชอบการดวลปืนหากไม่จำเป็น ซึ่งเมื่อ 5-6 มานี้ก็
สร้างเป็นหนังใหญ่โดย เมล กิ๊บสัน เล่นเป็นมาเวอริค ส่วน เจมส์ การ์เน่อร์
ที่เป็นมาเวอริคในทีวี หนนี้ข้ามไปเล่นเป็นพ่อของมาเวอริคแทน

อีกเรื่องหนึ่งที่เพิ่งเอามาทำใหม่ปีสองปีนี่เองคือเรื่อง The Wild Wild West
ซึ่งเรื่องเดิมทางทีวีนั้น ก็สร้างเป็นหนังคาวบอยในบรรยากาศแบบ
เจมส์ บอนด์ กึ่งแฟนตาซีอยู่แล้ว ต่างกันที่ตัวพระเอก จิม เว้สท์ สมัยทีวีเป็น
คนขาวเล่นโดยโรเบิร์ต คอนราด ซึ่งก็บู๊พอๆกัน แต่ไม่ตลกร้ายเท่า วิล สมิธ

maverick03

มาเวอริค

wwwest1

The Wild Wild West

หนังบางเรื่องก็เน้นจุดขายนอกเหนือไปจากตัวพระเอก แล้วยังมีการแต่งเติม
เพิ่มสีสัน (หรือโม้นั่นแหละครับ) เกี่ยวกับปืนคู่ใจ หรือฝีมือการยิงปืนของ
พระเอก ให้ดูแล้วมันส์ในอารมณ์มากขึ้นไปอีก

อย่างเช่นเรื่อง Wanted Dead or Alive หรือในภาษาไทยว่า จับเป็นจับตาย
แต่ส่วนใหญ่มักเรียกว่า ไอ้ปืนโต ที่พระเอกคือ สตี๊ฟ แม็คควีน รับบท
จ๊อช แร็นดอล นักล่าเงินรางวัลที่พกปืนวินเชสเตอร์คานเหวี่ยง ตัดลำกล้อง
ตัดพานทายออกแล้วพกติดเอวไว้ใช้แทนปืนสั้น หรือเรื่อง The Rifleman
ในภาษาไทยว่า สุภาพบุรุษปืนยาว พระเอกคือ ชัค คอนเน่อร์ส
เล่นเป็น ลูคัส แม็คเคน พ่อหม้ายลูกติดเจ้าของไร ่ที่รัวปืนวินเชสเตอร
์คานเหวี่ยงยิงกับเหล่าร้ายได้เร็วกว่าตบปืนสั้นเสียอีก

wanted1
Rifleman102

จับเป็นจับตาย

สุุภาพบุรุษปืนยาว

นอกจากนี้ก็มีหนังอีกหลายเรื่องที่ทำตามๆกันออกมา ในลักษณะของชีวิต
ครอบครัวใหญ่กับการผจญภัยในทุ่งกว้าง อย่างเรื่อง The Virginian
เรื่อง The High Chaperral เรื่อง The Big Valley แต่เรื่องที่ฮิตที่สุดและดังไป
จนถึงอำเภอปากช่องทุกวันนี้คงจะหนีไม่พ้นเรื่อง Bonanza นะครับ เพลง
ไตเติ้ลยังติดหูอยู่จนทุกวันนี้ และอีกเรื่องหนึ่งที่ไม่พูดถึงเลยคงจะไม่ได้ก็คือ
เรื่อง Rawhide จำได้ไหมครับ เสียงแซ่ เสียงฝูงวัว Rolling Rolling
Rolling แล้วก็ คลิ้นท์ อี๊สต์วู้ด  ตอนนั้นเพิ่งจะเล่นหนังคาวบอยเป็นครั้งแรก
ยังรับบทเป็นลูกหาบอยู่เลย แต่ก็เริ่มฉายแววแล้วว่าต่อไปจะต้องดังแน่

HighChaparal103

The High Chaperral

Bonanza1 Rawhide104

โบนันซ่า

หา คลิ้นท์ อี๊สต์วู้ด พบไหมครับ

มีอีกหลายเรื่องที่ยังไม่ได้พูดถึงนะครับ จำไม่ได้เลยบ้าง จำได้ลางๆบ้าง
หลายท่านอ่านแล้ว อาจจะนึกออก หรือจำได้มากกว่าที่ผมเล่าไปแล้วเสียอีก
ฉบับต่อไปหากยังไม่เบื่อ ผมจะคุยต่อถึงชีวิตของมือปืนตัวจริงทั้งหลาย ทั้งที่
ี่เอ่ยถึงไปแล้ว และรายดังๆอื่นๆที่ยังไม่ได้เอ่ยถึงอีกหลายคน กับรายละเอียด
ของปืนคู่มือที่พกติดตัว หรือใช้กันเป็นประจำจนกลายเป็นตำนานกันอีกทีนึง
ทั้งนี้คุณธัชรวี นักทดสอบปืนผู้เชี่ยวชาญทั้งปืนรุ่นจ๊าบและรุ่นเดอะทุกประเภท
รับปากมาว่าจะหาของจริง (หรืออย่างน้อยก็เหมือนจริงที่สุดเท่าที่จะหาได้)
มาทดสอบรายงานผลให้ได้ติดตามกันด้วย อย่าพลาดนะครับ

(ตีพิมพ์ครั้งแรก ในนิตยสารกันส์เวิล์ด ฉบับที่ 43 ประจำเดือน มีนาคม 2544)

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com