Home

เคาบอยกับปืนคู่ใจ 4 : เคาบอยชักปืน
คาวบอยกับปืนคู่ใจ
คาวบอยบนจอหนัง
ไวย์แอท เอิร์บ
แบท มาสเตอร์สัน
เคาบอยชักปืน
ด็อค ฮอลิเดย์
ลุค ช้อร์ท
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

เดิมผมตั้งใจว่าครั้งนี้จะเป็นตอนของ ด๊อค ฮอลลิเดย์ มือปืนชื่อดังแห่งตะวันตกรายแรกและรายเดียวที่มีอาชีพ
เดิมเป็นหมอฟัน แล้วถูกโชคชะตาฟ้าลิขิตต้องหันเหไปใช้ชีวิตเป็นนักพนันและเข้าสู่วงการมือปืนในที่สุด กระนั้น
ก็ยังฝากฝีไม้ลายมือไว้กระฉ่อนมาจนถึงทุกวันนี้ไม่ได้ด้อยไปกว่า วายแอ็ท เอิ๊ร์ป หรือ แบ๊ท มาสเตอร์สัน  แต่
เผอิญ บก.พิชญ ของ กันส์ เวิลด์ มาบอกว่า หลังจากได้อ่านเรื่องคาวบอยชื่อดังมาสองราย และรู้ว่าดวลกับใครไป
กี่หนใช้ปืนอะไรกันบ้างแล้ว ก็มีท่านผู้อ่านบอกมาว่าอยากจะให้เขียนถึงวิธีการพกปืนและชักปืนในยุคนั้นบ้าง ว่า
ใครมีกลเม็ดเด็ดพรายอย่างไรถึงได้ชนะและเอาตัวรอดมาได้ หลังจากปรึกษากันอยู่พักหนึ่งก็สามารถตกลงกัน
(โดยไม่ต้องใช้ปืน) ว่าผมจะเขียนลงเป็นตอนหนึ่งของเรื่องคาวบอยกับปืนคู่ใจนี้เอง และหานายแบบมาแสดง
ภาพประกอบให้ (เรื่องแบบนี้ต้องมีการสาธิตด้วยเสียหน่อยนะครับถึงจะสนุก)

ท่านผู้อ่านหลายท่านคงจะนึกถึงหนังคาวบอยที่เคยดูกันมาแล้วหลายๆเรื่องตั้งแต่เด็กๆจนถึงสมัยนี้นะครับ ตอน
ที่ตื่นเต้นที่สุดก็เห็นจะไม่พ้นเวลาที่พระเอกยืนประจันหน้ากับผู้ร้ายตัวต่อตัว มีการจ้องหน้าจ้องตากันข่มขวัญกัน
เสียหน่อย  พอกระพริบตาปั๊บต่างฝ่ายต่างก็ชักปืนพลัวะออกมาจากซอง ยิงใส่กันคนละโป้งทันทีจากระดับเอวแบบ
ไม่ต้องเล็ง หลังจากนั้นผู้ร้ายก็จะต้องลงไปนอนตาย (หรือไม่ก็ต้องรอสั่งเสียลูกเมีย หรือพูดจาสารภาพฝากฝัง
พินัยกรรมอะไรอีกยืดยาวให้เรียบร้อยเสียก่อนถึงจะยอมตายได้) ส่วนพระเอกก็จะต้องยืดอกขึ้นอย่างผึ่งผาย ควง
ปืนโชว์อย่างน้อยสักขวับสองขวับเสียก่อน จากนั้นจึงยัดปืนกลับเข้าใส่ซองได้พอดีกับจังหวะขวับสุดท้ายอย่างสง่า
ผ่าเผย

หรือถ้าจะให้มันส์ยิ่งกว่านี้อีก ก็ต้องเป็นว่าพระเอกคนเดียวยืนเผชิญหน้ากับเหล่าร้ายตั้งสี่ห้าคน พอชักปืนพระเอก
ก็จะโชว์ฝีมือการใช้มืออีกข้างนึง ตบนกปืนอย่างว่องไวชนิดมองตามไม่ทัน สาดกระสุนระดมยิงเข้าใส่ผู้ร้ายทีเดียว
สี่ห้านัดอย่างรวดเร็วเหมือนจุดปะทัด ทุกนัดไม่มีพลาด จะต้องโดนเหล่าร้ายทั้งสี่ห้าคนนั้นหงายท้องตายหมด โดย
ผู้ร้ายยังไม่ทันได้ลั่นไกเสียด้วยซ้ำ

นี่คือภาพที่ฮอลลีวู้ดพยายามปั้นขึ้นให้คนดูทั้งหลาย ไม่ว่าฝรั่งด้วยกันเองหรือใครๆก็ตาม เห็นเป็นตุเป็นตะตาม
ไปว่าของจริงก็คงต้องเป็นอย่างนั้น คาวบอยคนไหนมีชื่อขึ้นอยู่ในทำเนียบมือปืนชื่อดังแล้วละก็ จะต้องชักปืนยิง
ได้แบบในหนังนี่แน่ๆเลย

น่าเสียดายนะครับว่าอินเทอร์เน็ตที่เราใช้หาข้อมูลดูโน่นฟังนี่กันได้แบบไร้พรมแดนไม่ว่าภาพหรือเสียงทุกวันนี้
ยังไม่สามารถใช้เป็นอุโมงค์มหัศจรรย์สำหรับค้นคว้าหาดูภาพเหตุการณ์จริงในสมัยก่อนได้ เราก็เลยยังไม่มีโอกาส
ได้รู้กันเสียทีว่า ในสมัยนั้นพวกคาวบอยเขาชักปืนยิงกันจริงๆแบบนี้หรือเปล่า ต้องปล่อยให้นักสร้างหนังทั้งหลาย
วาดภาพให้เราดูกันไปพลางๆก่อน หลักฐานภาพถ่ายต่างๆจากสมัยนั้นเท่าที่มีการเก็บรักษากันไว้ในหอสมุด
พิพิธภัณฑ์ หรือคอลเล็คชั่นส่วนตัวต่างๆ ส่วนมากก็จะมีแต่ภาพกำลังยืนเต๊ะท่าถ่ายรูปคู่กับปืน หรืออีกทีก็เป็นภาพ
ที่ถ่ายหลังจากถูกยิงตายกลายเป็นศพเรียบร้อยไปแล้ว ตอนที่กำลังดวลกันจริงๆไม่ยักมีใคร(กล้า)ชักรูปเก็บไว้โชว์
กันบ้างแฮะ

แอ๊คชั่นคัทและโปสเตอร์จากหนังคาวบอยฮอลลีวู้ดหลายๆเรื่อง เปรียบเทียบมาดเท่ห์ของพระเอกแต่ละคนเวลาดวลปืน

แต่จากหลักฐานภาพนี่แหละครับที่พอใช้สืบหาความจริงได้บ้าง อย่างน้อยๆก็เห็นชัดว่าคาวบอยสมัยนั้นจริงๆแล้ว
คาดเข็มขัดปืนกันอย่างไร ซองปืนหน้าตาเป็นอย่างไร พกปืนกันลักษณะไหน หลังจากนั้นก็แกะรอยจากหลักฐาน
อื่นๆเอามาประกอบกัน สรุปความจริงออกมาได้ว่าพกปืนชักปืนยิงกันอย่างไร ทำให้เราได้เริ่มหูสว่างกันเสียทีว่า
หนังฮอลลีวู้ดนั้นโม้และเว่อร์สุดๆขนาดไหน (ตานั้นสว่างมานานแล้วเนื่องจากถูกเบิกเนตรมาตลอด)

แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน เคยเขียนไว้ในนิตยสาร ฮิวแมน ไล้ฟ์ ว่า องค์ประกอบของการเป็นมือปืนที่เหนือชั้นกว่าธรรมดา
นั้นมีอยู่สามอย่าง อย่างแรกได้แก่ความไว อย่างที่สองได้แก่ความแม่นยำ ระหว่างสองอย่างแรกนี้ แบ๊ทกล่าวว่า
ความแม่นยำสำคัญกว่าความไว เพราะการชักปืนยิงก่อนแต่ยิงไม่ถูกนั้นไม่มีประโยชน์ รังแต่จะถูกคนที่ยิงทีหลัง
แต่แม่นกว่านั้นยิงตายแทน หรือหากไม่ถึงตายก็คงเจ็บตัวจนไม่มีโอกาสได้ยิงนัดที่ 2 ให้ดีกว่านัดแรก (ซึ่งก็ยิง
พลาดไปแล้วทั้งๆที่ตอนนั้นยังครบถ้วนสามสิบสองดีอยู่)

เหตุผลของแบ๊ทตามที่กล่าวมานั้น เชื่อไม่เชื่ออย่างไรมีหลักฐานประกอบมาให้ลองพิจารณาดูเป็นกรณีศึกษาด้วย
ครับ นั่นคือเมื่อครั้งที่ ลุค ช้อร์ท เพื่อนของแบ๊ท (คงพอจำชื่อนี้ได้จากตอนที่แล้วนะครับ) ภายหลังได้ย้ายออกจาก
เมือง ด๊อดจ์ ซิตี้ ไปเปิดซาลูนใหม่อยู่ที่เมือง ฟอร์ท เวิร์ธ ในรัฐเท็กซัส แล้วเกิดมีปัญหาเข้ากับ จิม คอร์ทไร้ท์ ซึ่งเป็น
มือปืนชื่อดังอีกคนหนึ่ง ถึงขั้นเผชิญหน้าและในที่สุดก็ยิงกัน ตามบันทึกเหตุการณ์เล่าว่า คอร์ทไร้ท์เป็นฝ่ายเริ่มชัก
ปืน ส่วนช้อร์ทถึงจะชักปืนทีหลังแต่กลับไวกว่า เหนี่ยวไกยิงเข้าใส่คอร์ทไร้ท์ก่อน ปรากฏว่าหลุดออกซ้ายไปนิดนึง
ลูกปืนไม่ยักวิ่งเข้าเป้าคือหน้าอกของคอร์ทไร้ท์อย่างที่ตั้งใจ

ท่านผู้อ่านคงนึกว่างานนี้ช้อร์ทได้ตายแบบยังไม่ได้ถอดรองเท้าบู๊ทแน่ แต่เปล่าหรอกครับ จะเป็นเพราะชะตายัง
ไม่ถึงฆาต พระดี หรือฟลุคก็สุดแล้วแต่   ลูกปืนที่ช้อร์ทปล่อยออกไปพลาดเป้านั้น ดันวิ่งไปถูกเอาหัวแม่มือขวาของ
คอร์ทไร้ท์เข้าพอดี ขณะที่เจ้าตัวชักปืนขึ้นพ้นจากซองแล้วกำลังจะง้างนกขึ้นไก พอหัวแม่มือบาดเจ็บง้างนกไม่ได้
คอร์ทไร้ท์ผู้เป็นมือปืนที่มีประสบการณ์สูงก็รีบแก้สถานการณ์ทันที ด้วยการโยกปืนมาจะยิงด้วยมือซ้ายแทน แต่ไม่
ทันการเสียแล้วเพราะชอร์ทสามารถใช้เวลาระหว่างนี้ เล็งยิงนัดที่สอง สาม และ สี่ ติดต่อกัน ทะลุเข้ากลางหน้าอก
คอร์ทไร้ท์ครบถ้วนทุกนัด

องค์ประกอบที่สาม ซึ่งแบ๊ทบอกว่ามีความสำคัญที่สุดเหนือกว่าทั้งสองอย่างแรก ก็คือ ความใจเย็นครับ คนที่ใจเย็น
พอที่จะควบคุมบังคับให้ตัวเองใช้ความสามารถสองอย่างแรกได้โดยไม่ผิดพลาด ภายใต้สถานการณ์ที่กดดันอย่าง
รุนแรงถึงที่สุด (อย่างเช่นมีคนกำลังไล่ยิงท่านอยู่) เท่านั้นถึงจะเอาตัวรอด โดยรวมแล้วแบ๊ทสรุปเอาไว้ว่าต้อง "ใช้
เวลาเล็งให้มันถูกที่ไว้ก่อนค่อยยิง แล้วก็เย็นไว้อย่าตื่นเต้น" (Take your time. Place your shots. Keep calm
and don't lose your nerve.) ฟังดูไม่ยากสักเท่าไรเลยนะครับ

เกี่ยวกับเรื่องนี้มีคนไปสัมภาษณ์ วายแอ็ท เอิ๊ร์ป มือปืนผู้คงกระพัน เคยผ่านการดวลอย่างโชกโชนมาแล้วเหมือนกัน
ว่า มีเคล็ดลับอย่างไร วายแอ็ทซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่เห็นตรงกันว่าเป็นคนที่มีบุคคลิกเงียบขรึมไม่ค่อยพูดไม่ค่อย
จา ก็ตอบเพียงสั้นๆ (แต่ออกจะกวนๆสักนิด) ว่าจง "ใช้เวลาของท่าน - แล้วก็รีบๆหน่อย" (Take your time - in a
hurry.) พอคนฟังทำท่างงๆ ก็ขยายความเพิ่มอีกนิดให้เข้าใจ (หรือไม่ก็มึนหนักขึ้นไปอีก) ว่า หมายถึง "ตั้งจิตให้แน่ว
แน่ แต่กล้ามเนื้อต้องไวกว่าความคิด" (Mentally deliberate, but muscularly faster than thought.) จากนั้นก็เลย
ไม่มีใครอยากจะถามอะไรต่ออีก

ทั้งหมดที่กล่าวมาทำให้คิดได้ว่า การชักปืนอย่างรวดเร็ว รีบง้างนก (อย่าลืมนะครับว่าไม่ใช่ปืนลูกโม่ดับเบิ้ลแอ๊คชั่น
ที่ไม่ต้องง้างนกก่อนก็ยิงได้) แล้วเหนี่ยวไกยิงจากระดับเอวออกไปเลยแบบ ฮิป ชู้ทติ้ง (Hip Shooting) โดยไม่ต้อง
ยกขึ้นส่องหรือเล็งให้ดีเสียก่อนนั้น คงหวังผลอะไรไม่ได้มากนัก หากคาวบอยคนไหนกะจะใช้วิธีนี้ในการดวลกับฝ่าย
ตรงข้ามอย่างจริงๆจังๆละก็ ถ้าไม่ใช่ที่ระยะประชิดมากๆขนาดขว้างก้อนอิฐใส่กันหลบไม่พ้นแล้ว คงไม่มีรายไหนที่
โชคดีเหมือนกับ ลุค ช้อร์ท อีกแน่

ส่วนการยิงเร็วด้วยวิธีตบนกยิง หรือที่เรียกกันว่า แฟนนิ่ง (Fanning - คงจะเป็นเพราะดูเหมือนการใช้มือทำท่าพัด)
ทำได้จริงด้วยการเหนี่ยวไกปืนค้างไว้ก่อน จากนั้นก็ใช้สันมือด้านในของมืออีกข้างหนึ่งที่ไม่ได้ถือปืน ตบนกปืนลง
ให้สุดเพื่อง้างนก แล้วปล่อยแล้วตบไปอีกเรื่อยๆอย่าปล่อยไกปืน กลไกของปืนซิงเกิ้ลแอ๊คชั่นก็จะปล่อยให้ลูกโม่หมุน
ส่งกระสุนนัดใหม่ขึ้นมาให้นกสับยิงไปเรื่อยๆได้จนหมด

นอกจากการตบนกยิงแล้ว ยังมีวิธีการยิงเร็วอีกแบบหนึ่งที่ใช้หลักการเดียวกัน แต่เปลี่ยนจากการใช้สันมือด้านใน
เป็นการใช้นิ้วหัวแม่มือตวัดตบนกแทน วิธีนี้เรียกว่า สลิ้ป ชู้ทติ้ง  (Slip Shooting) หรือบางทีก็เรียกว่า ธัมบ์ วิปปิ้ง
(Thumb Whipping) ซึ่งให้ความเร็วในการยิงได้ไม่แพ้วิธีแฟนนิ่ง

การยิงเร็วทั้ง 2 วิธีดังกล่าว ในเชิงปฏิบัติก็มีข้อจำกัดอยู่มาก น่าจะทำได้คล่องและเร็วจริงกับปืนที่มีแรงรีคอยล์ไม่
มากนักเท่านั้น หากเป็นกระสุนขนาด .45 ลองโคลท์ หรือ .44-40 ที่นิยมใช้กันมากในสมัยนั้น เราคงนึกภาพออกนะ
ครับว่าแรงรีคอยล์จะทำให้ปืนกระดกขึ้นสูง ถ้าไม่ขืนไว้(แบบไม่กลัวเจ็บมือ) หรือรอให้ปืนลดลงมาที่ระดับเดิมก่อน
(อันจะทำให้ช้าเสียเวลาไป) ก็ต้องคอยเอามือไล่ตามปืนไปตบนกยิงนัดต่อๆไป ซึ่งก็คงไม่สะดวก ภาพรวมที่ออกมา
ก็คงดูตลกดี ไม่น่าจะจ๊าบหรือเท่ห์อย่างที่ตั้งใจจะโชว์นัก นี่ยังไม่นับอีกว่าแล้วนัดหลังๆจะยังยิงถูกซ้ำที่เดิมหรือเปล่า

วายแอ็ท เอิ๊ร์ป เคยพูดถึงการยิงเร็วทั้งสองวิธีนี้ไว้ว่า ตลอดชีวิตของตนไม่เคยเห็นมือปืนรายไหนใช้วิธีการตบนกยิง
ในการต่อสู้เลย ซึ่งก็เข้าตามตำราว่า ถึงแม้จะยิงได้เร็วสักแค่ไหน แต่ถ้าไม่แม่นเลยละก็ ย่อมเสียเวลาและเปลือง
ลูกกระสุนไปเปล่าๆ ดังนั้นที่เราเห็นกันในหนังว่าพระเอกชักปืนออกมาตบนกยิงผู้ร้ายทีเดียวสี่ห้าคนตายหมดนั้น
ถ้าเป็นของจริงก็จะต้องกลับกลายเป็นว่า พระเอกตบยิงจนหมดโม่ทั้ง 5 นัดแล้วไม่ถูกใครเลยซักคน จากนั้นถ้า
พระเอกไม่สวมวิญญาน บวกด้วยใส่เท้าสุนัขโกยหนีเอาตัวรอดไปให้ได้เสียก่อนละก็ มีหวังโดนผู้ร้ายรุมยิงใส่เป็นที่
สนุกสนานจนเละเทะจำหน้าจำตาไม่ได้อยู่ตรงนั้นเป็นแน่

คงจะสังเกตได้นะครับว่าผมเขียนว่าหมดโม่ทั้ง 5 นัดไม่ใช่ 6 นัด เนื่องจากหลักฐานบอกว่า ถึงลูกโม่จะบรรจุได้ 6 นัด
แต่คาวบอยส่วนใหญ่จะนิยมบรรจุแค่ 5 นัดเท่านั้นในการพกไปไหนมาไหน ทิ้งช่องลูกโม่ที่ยังว่างไว้ให้ตรงกับนกปืน
เผื่อเกิดมีอะไรกระแทกกระทั้นมาโดนนกปืนแรงๆจนตอกเข็มแทงชนวนให้ปืนลั่นออกมาเองโดยไม่ได้ตั้งใจ อุบัติเหตุ
นี้เคยเกิดขึ้นมาแล้วกับ เคลย์ แอลลิสัน (คงพอจำชื่อได้นะครับสำหรับท่านที่เคยอ่านเรื่อง วายแอ็ท เอ๊ร์ป มือปืนผู้
คงกระพันมาแล้ว) โดนปืนลั่นใส่เท้าตัวเองเป็นข่าวดังบอกต่อกันไปทั่วในยุคนั้น ดังนั้นเรื่องเซ้ฟตี้ของปืนลูกโม่จึงมี
มานานแต่เก่าก่อนแล้วไม่ใช่เรื่องใหม่

หันกลับมาเรื่องวิธีพกปืนกันอีกทีนะครับ ในหนังคาวบอยฮอลลีวู้ดนั้นเราจะสังเกตเห็นได้ว่า  เข็มขัดกระสุนกับซอง
ปืนจะเป็นชิ้นเดียวต่อเนื่องถึงกัน หรือมิฉนั้นซองปืนก็จะถูกแขวนไว้กับขอบด้านล่างของเข็มขัดกระสุนที่ถูกเจาะ
เป็นแนวไว้เพื่อการนี้โดยเฉพาะ นอกจากนี้ซองปืนจะไม่ได้หุ้มห่อตัวปืนอย่างมิดชิดนัก มักปล่อยให้ทั้งด้ามและโกร่ง
ไกปืนลอยพ้นอยู่นอกซองปืน หรือไม่ก็บากซองให้เว้าลงจนมองเห็นโกร่งไกได้ถนัด ระดับของซองปืนเมื่อคาดเข็มขัด
แล้วจะไม่อยู่ที่เอวหรือส่วนบนของตะโพก แต่จะห้อยต่ำลงมาจนถึงกลางต้นขา แถมตรงปลายซองจะมีสายหนัง
แทนเชือกเส้นเล็กๆผูกปลายซองปืนไว้กับต้นขาอีกด้วย เมื่ออยู่ในท่าพร้อมดวล มือและด้ามปืนจะอยู่สูงจากพื้นใน
ระดับใกล้เคียงกันมาก

เข็มขัดปืนบั๊สคาเดโร่ สไตล์ฮอลลีวู้ด ที่เห็นนี้เป็นรุ่นที่ออกแบบพิเศษไม่เพียงแต่ใช้ในการแสดงหนังเท่านั้น
แต่ยังใช้ในการแข่งขันชักปืนเร็ว อันเป็นส่วนหนึ่งของการแข่งขันยิงปืนซิงเกิ้ล ที่ปัจจุบันมีจัดกันอย่างแพร่หลาย
 โดยชมรมหรือสมาคมคาวบอยย้อนยุคต่างๆที่มีอยู่มากมายในอเมริกาด้วย ซองปืนทำขึ้นจากโครงเหล็กหุ้ม
ด้วยหนัง และเป็นชิ้นเดียวกันกับแผ่นเหล็กที่ทาบลงไปบนเข็มขัดและยึดติดไว้ด้วยหมุด 2 ตัวที่เห็น ส่วนล่าง
ของซองมีสายเชือกหนังสำหรับผูกยึดปลายซองไว้กับต้นขา เมื่อใส่ปืนลงในซองแล้วจะสังเกตเห็นได้นะครับ
ว่าไม่ได้มิดชิดมั่นคงแต่อย่างใด ดูเหมือนจะหลุดมิหลุดแหล่เสียด้วยซ้ำ

เมื่อพิจารณาดูให้ดีแล้วจะเห็นได้ว่า ซองปืนของฮอลลีวู้ดถูกออกแบบมาเพื่ออำนวยความสะดวก ให้คาวบอยสามารถ
ชักปืนได้อย่างง่ายดายและไวที่สุดสำหรับการแสดงหนัง ตัวซองอยู่ต่ำลงไปใกล้กับมือทำให้ลดระยะในการเอื้อม ด้าม
ปืนและโกร่งไกอยู่นอกซองปืน ทำให้คว้าหมับกระชับมือได้ในทีเดียว และยัดนิ้วชี้เข้าโกร่งไกได้เลย สายหนังช่วยมัด
ซองปืนไว้ให้ยึดแน่นอยู่กับต้นขา ไม่ถูกปืนลากตามขึ้นมาให้ติดขัดเวลาชักเร็วๆ

ในยุคต่อมาฮอลลีวู้ดยังได้ทำการเสริมโครงเหล็กไว้ภายในซองปืนอีกด้วย เพื่อให้ซองปืนแข็งแรงคงรูปร่างอย่างถาวร 
แถมปรับความกว้างของซองให้อ้วนขึ้นไม่บีบลูกโม่ปืน สามารถง้างนกตั้งแต่ปืนยังไม่พ้นออกจากซองได้โดยไม่ต้อง
กลัวว่าลูกโม่จะไม่หมุน และช่วยให้พระเอกสามารถกระตุกปืนออกจากซองได้อย่างลื่นไหล รับประกันว่าไม่กลายเป็น
เสือปืนฝืดให้ต้องขายหน้าคนดูเป็นอันขาด (และจะได้ไม่ต้องเท้คกันใหม่หลายหนให้เปลืองฟิล์มด้วย) ดูๆไปแล้ว
เหมือนเอากระป๋องนมมาหุ้มหนังไว้ใส่ปืนเสียมากกว่าจะเป็นซองปืนจริงๆ

เข็มขัดกระสุนและซองปืนแบบเป็นชิ้นเดียวกันของฮอลลีวู้ดนี้ เพิ่งมีการนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายเมื่อซักประมาณปี
1920 นี่เองครับ แต่ก็ไม่ใช่ของที่คิดขึ้นเองใหม่ทั้งหมด เพราะพบหลักฐานบอกว่า ก่อนหน้านั้นเคยมีใช้ในหมู่คาวบอย
จริงๆ(ที่ไม่ใช่ในหนัง)มาแล้วบ้างเหมือนกัน เรียกกันว่าเข็มขัดปืนบั๊สคาเดโร่ (Buscadero Gun Belt) สิ่งที่แตกต่าง
กันก็คือ ของเดิมส่วนที่เป็นซองปืนจะเป็นเพียงซองหนังธรรมดาๆ เน้นเฉพาะการแกะลวดลายเพื่อความสวยงามเท่า
นั้น ไม่ได้มีการโมดิฟายอะไรกันอย่างที่ฮอลลีวู้ดเอาไปทำ

ตัวอย่างเข็มขัดปืนบั๊สคาเดโร่ของจริง จากหลักฐานภาพถ่ายในอดีต
 ตามภาพนี้นายอำเภอ เปอรี่ โอเว่นส์ แห่งมณฑลอปาชี่ในรัฐอริโซน่า
คาดเข็มขัดกระสุนที่ออกแบบให้กว้างเป็นพิเศษเพื่อให้พกกระสุนได้
ทีเดียว 2 แถวทั้งปืนยาวและปืนสั้น แถวบนเป็นกระสุนขนาด .45-70
สำหรับปืนสปริงฟีลด์ไรเฟิล ส่วน แถวล่างเป็นกระสุนขนาด .45 ลอง
โค้ลท์ สำหรับปืน โค้ลท์ ซิงเกิ้ล แอ๊คชั่น อาร์มี่  ซองปืนไม่ได้ร้อยทับ
ลงไปบนเข็มขัดกระสุน แต่ห้อยไว้กับส่วนล่างของตัวเข็มขัด ด้วยการ
เจาะแถบล่างของเข็มขัดออกตามแนวยาวเป็นช่องให้สามารถแขวน
ซองปืนได้

ที่มาของเข็มขัดปืนบั๊สคาเดโร่ เข้าใจว่าเป็นความพยายามของพวกคาวบอยที่จะเพิ่มพื้นที่สำหรับพกกระสุนปืนไว้
บนเข็มขัดให้ได้มากที่สุด โดยไม่ถูกซองปืนแบบที่ต้องนำมาร้อยทับลงไปบนเข็มขัดกระสุน อันใช้กันมาแต่ไหน
แต่ไรนั้นเบียดบังพื้นที่ไป หลังจากที่ขยายขนาดเข็มขัดให้กว้างขึ้นจนสามารถพกกระสุนทั้งปืนสั้นปืนยาวแยกกัน
ได้เป็น 2 แถวบนเข็มขัดเส้นเดียวกันแล้ว กลับกลายเป็นว่าทำให้หาซองปืนมาตรฐานแบบเดิมๆมาร้อยทับลงไป
ได้ยาก ก็เลยหาทางออกที่ลงตัวที่สุดด้วยการกรีดเข็มขัดส่วนล่างเอาไว้ห้อยซองปืนเสียเลย กระสุนก็ยังพกได้ครบ
ถ้วนเต็มอัตราเหมือนเดิม

 เข็มขัดปืนบั๊สคาเดโร่ เม้ด อิน ไทยแลนด์ (แถวๆสระบุรี)
หน้าตาใช้ได้ทีเดียวนะครับ

แต่ถ้าดูจากภาพถ่ายต่างๆที่มีการบันทึกไว้ในสมัยก่อนแล้ว จะพบว่าคาวบอยส่วนใหญ่ไม่ค่อยใช้เข็มขัดปืนบั๊สคา
เดโร่กันนัก ส่วนใหญ่นิยมหาซองปืนตามรูปแบบที่ตัวเองชอบมาจากที่อื่น แล้วเอาไปร้อยทับเข็มขัดกระสุนกันอีกที
เสียมากกว่า และคาดเอาไว้สูงในระดับเอวหรือส่วนบนของสะโพกทั้งนั้น อีกทั้งไม่มีการผูกปลายซองยึดไว้กับต้นขา
 เหตุผลน่าจะเป็นเพราะว่า ในการพกปืนไปไหนมาไหนตลอดเวลานั้น ซองปืนควรจะต้องทิ้งตัวลงล่างและอยู่กับที่
เสมอ ห้ามโยกหรือแกว่งไปมาตามจังหวะการเคลื่อนไหวของขา ไม่ว่าจะนั่ง ยืน เดิน วิ่ง  ปีนขึ้นลงม้า ขี่ม้า ตีกัน ฯลฯ
ตัวปืนจะได้อยู่ติดซองตลอดเวลา ไม่ไหลหรือเลื่อนหลุดออกมาเสียก่อน นอกจากนั้นซองปืนก็จะไม่โป๊ให้มองเห็น
ส่วนโน้นส่วนนี้ของปืนล่อสายตาคนอื่นมากอย่างของฮอลลีวู้ด แต่จะรัดกุมปกปิดค่อนข้างมิดชิด เพื่อให้ตัวปืนถูก
หุ้มห่ออย่างกระชับอยู่ในซอง ไม่หลวมหลุดกระเด็นไปไหน และที่สำคัญคือสามารถป้องกันชิ้นส่วนที่สำคัญของปืน
จากกรวด ทราย ฝุ่น น้ำท่า หรือเศษผงต่างๆที่อาจทำให้ปืนยิงไม่ออกได้

อีกหลายภาพจากอดีต แสดงให้เห็นรูปแบบของเข็มขัดกระสุนและซองปืนที่พวกคาวบอยนิยมใช้กันทั่วๆไป
จะเห็นได้ว่าซองปืนเป็นแบบใช้ร้อยทับเข็มขัด และคาดไว้สูงที่ระดับเอว ไม่ได้ห้อยต่ำลงมาจนถึงต้นขาหรือ
ต้องมีสายรัดอย่างที่มักเห็นกันในหนัง

ซองปืนในยุคแรกเป็นซองปืนของทหารซึ่งมีฝาปิดอย่างมิดชิด และเป็นซองสำหรับชักยิงด้วยมือซ้าย (มือขวาไม่ว่าง
เพราะต้องใช้ถือดาบครับ) แต่คาดไว้ที่เอวด้านขวา (เอวด้านซ้ายก็ไม่ว่างเพราะใช้แขวนฝักดาบไปแล้วอีกเหมือนกัน)
 เมื่อเป็นเช่นนี้ด้ามปืนพกจึงหันออกไปข้างหน้า  เวลาจะชักปืนก็ใช้มือซ้ายเอื้อมข้ามมาเปิดฝาซองก่อนแล้วคว้าด้าม
ปืนดึงออก วิธีชักข้ามพุงแบบนี้พวกคาวบอยนิยมเรียกกันว่า บอร์เด้อร์ ดรอว์ (Border Draw) หรือที่สมัยนี้นิยมใช้คำ
ว่า คร้อสส์ ดรอว์ (Cross Draw)

วิธีการพกปืน และซองปืนพกแบบมาตรฐานของกองทัพบกสหรัฐฯเมื่อปี 1881 เป็นซอง
"มือซ้าย" มีฝาปิด ใช้คาดที่เอวข้างขวาสำหรับชักยิงด้วยมือซ้ายในสไตล์ บอร์เด้อร์ ดรอว์

ภายหลังพวกคาวบอยก็ตัดส่วนที่เป็นฝาปิดของซองปืนออกเสียเพื่อให้สามารถชักปืนได้ง่ายขึ้น และบรรดาคาวบอย
ซึ่งส่วนใหญ่ถนัดขวาก็เปลี่ยนมาใช้ "ซองมือขวา" คาดและพกปืนไว้ที่เอวขวา หันด้ามปืนไปข้างหลังให้ชักด้วยมือขวา
ได้เร็วๆอย่างที่เราเห็นกันทั่วๆไปแทน

 แต่ก็มีคาวบอยถนัดขวาอีกจำนวนไม่น้อยที่นิยมชมชอบการชักปืนแบบ บอร์เด้อร์ ดรอว์ ก็เลยเอาซองมือขวาไปคาด
ไว้ที่เอวซ้าย หันด้ามปืนออกมาข้างหน้าอีก พวกนี้มักเป็นพวกที่ใช้ชีวิตอยู่บนหลังม้าเป็นส่วนใหญ่ เราคงนึกภาพออก
นะครับว่าเวลาขี่ม้านั้น มือขวาที่กุมสายบังเหียนจะสูงอยู่ข้างหน้าเสมอระดับพุงอยู่แล้ว จึงเอื้อมไปคว้าปืนที่หันด้าม
ออกข้างหน้าจากเอวซ้ายได้ง่ายกว่าที่จะต้องเอื้อมถอยหลังยาวไปที่เอวขวา แล้วคว้าปืนที่หันด้ามไปข้างหลัง คาวบอย
พวกนี้พอลงจากหลังม้าแล้ว หากจะชักปืนก็ต้องเอื้อมไกลกว่าเวลาอยู่บนหลังม้าหน่อย ยกเว้นเสียว่าจะคอยยกมือ
ขวาไว้ที่หน้าพุงทำท่าเป็นม้าย่องเวลาเดินไปไหนมาไหน

หากเป็นพวกคาวบอยประเภทนักเลงปืนพันธุ์แท้ ก็จะชักปืนยิงอย่างคล่องแคล่วได้ทั้งสองมือ โดยไม่เกี่ยงว่าปืนจะอยู่
ข้างไหนของเอว แค่ขอให้หันด้ามออกไปข้างหน้าเท่านั้นเป็นพอ สามารถใช้มือข้างไหนก็ได้คว้ายิงอย่างสบายๆเท่าๆ
กัน ส่วนทำอย่างไรนั้นโปรดดูการสาธิตจากรูปภาพนะครับ เราก็เลยได้ร้องอ๋อเข้าใจว่า ทำไมสิงห์ปืนไวรุ่นเก๋าที่ชอบ
พกปืน 2 กระบอก ถึงต้องหันด้ามปืนออกด้านหน้าทั้งสองข้างด้วย แทนที่จะหันไปข้างหลังทั้งคู่หรืออย่างน้อยสักข้างนึง

 การชักปืนแบบปกติไม่มีอะไรพิสดาร เพียงแค่ดึงปืนออกจากซอง ระหว่างที่ยกปืนขึ้นก็ง้างนกขึ้นไกไปพร้อมๆกัน ด้วย
นิ้วหัวแม่มือ (ใช้ทั้งนิ้วพาดลงไปบนนก ไม่ใช่แค่อุ้งนิ้ว มิฉนั้นนกปืนอาจลื่นหลุดจากปลายนิ้วไปเสียก่อนได้ง่ายหาก
เปียกเหงื่อ) เมื่อปืนได้ระดับยิงแล้วสามารถเหนี่ยวไกได้ทันที ส่วนจะไว แม่น และใจเย็นสักแค่ไหนนั้นขึ้นอยู่กับการ
ฝึกฝน ประสบการณ์และความสามารถเฉพาะตัวด้วยเหมือนกัน

การชักปืนแบบ บอร์เด้อร์ ดรอว์ หรือ คร้อสส์ ดรอว์ ใช้มือเอื้อมข้ามไปดึงปืนที่พกไว้อีกด้านหนึ่งของเอว (ด้ามปืนที่พก
จะหันออกข้างหน้าเพื่อให้คว้าจากฟากตรงข้ามได้) ระหว่างที่หันปืนเข้าเป้าก็ง้างนกขึ้นไกเพื่อให้พร้อมยิงได้ทันที

 การชักปืนที่พกหันด้ามออกข้างหน้า โดยใช้มือข้างเดียวกัน สามารถทำได้ด้วยการพลิกฝ่ามือออกนอกตัว หลังมือหัน
เข้าติดเอว จากนั้นก็สอดคว้าด้ามปืนจากด้านในระหว่างเอวกับด้ามปืน ด้วยท่านี้นิ้วหัวแม่มือจะกางออกและจะพาด
อยู่บนนกปืนทั้งนิ้ว ขณะที่นิ้วอีก 3 นิ้ว (ตั้งแต่นิ้วกลางจนถึงนิ้วก้อย) จะกำอยู่กับด้าม เมื่อดึงปืนขึ้นจากซองและบิด
มือกลับเพื่อหันปากกระบอกปืนออกข้างหน้า หัวแม่มือก็จะบีบเข้าที่นกปืนโดยอัตโนมัติ สามารถง้างนกขึ้นไกไปพร้อมๆ
กัน พอปืนหันออกก็ยิงได้เลย

การพกปืน 2 กระบอก ก็เพื่อให้อุ่นใจว่ามีอำนาจการยิงสำรองอยู่ในมือมาก สามารถยิงต่อกันได้หลายนัดจนกว่าจะ
หมดต้องบรรจุใหม่ (แบบเดียวกับการพกปืนออโต้ลูกดกในสมัยนี้นั่นเองครับ) แต่เวลายิงนั้นก็จะยิงแค่ทีละกระบอก
จะยิงให้หมดลูกไปกระบอกนึงก่อนแล้วค่อยเปลี่ยนเป็นอีกกระบอกนึง (ถ้าถนัดข้างเดียว) หรือถือสองมือยิงสลับกัน
ก็ได้ (ถ้าถนัดทั้งสองมือเท่าๆกัน) ประเภทที่ยิงทีเดียวสองกระบอกพร้อมๆกันนั้น ว่ากันว่าไม่ค่อยมีหรอกครับ ถ้ามีก็มัก
จะลงเอยไม่แตกต่างไปจากพวกที่ชอบตบนกยิงนัก

ไวลด์ บิล ฮิกค้อค ผู้ได้ชื่อว่าเป็นเจ้าแห่งปืน 6 นัด พกปืนโค้ลท์
เนวี่ เพอร์คัสชั่น ขนาด .36 ที่เอว 2 กระบอกหันด้ามออกข้าง
หน้าทั้ง 2 ข้าง การพกปืน 2 กระบอกในลักษณะนี้ทำให้ ไวลด์ บิล
สามารถใช้มือข้างไหนก็ได้ตามใจชอบชักปืนได้จากทั้ง 2 ข้าง
จะชักทีละกระบอกหรือทีเดียวทั้ง 2 กระบอกพร้อมๆกันได้ทั้งนั้น

มาถึงการควงปืนกันบ้างนะครับ  ว่ากันว่าปืนโค้ลท์ ซิงเกิ้ล แอ๊คชั่น อาร์มี่ รุ่นลำกล้อง 5 นิ้วครึ่ง เป็นปืนที่มีน้ำหนัก
และสมดุลดีมาก ทำให้ควงได้ง่ายกว่าปืนรุ่นอื่นๆ นี่อาจเป็นคำตอบหนึ่งนะครับว่าทำไมหนังคาวบอยฮอลลีวู้ดถึง
นิยมปืนรุ่นนี้มาก ส่วนจะควงได้ง่ายและคล่องแคล่วแค่ไหนผมเองก็ยังไม่เคยลองเหมือนกัน เหตุผลก็เพราะตัวเอง
ยังไม่เคยมีปืนรุ่นนี้ครับ (หรือถึงมีก็คงไม่กล้าลองหรอกครับ กลัวทำหล่น ไม่เหมือน บก.พิชญ ที่ได้ข่าวว่าขยันแอบ
หยิบรูเก้อร์กระบอกเก่งออกมาซ้อมควงเล่นแทนการออกกำลังกายทุกวัน มีการเตรียมเบาะเตรียมหมอนรองพื้นเอา
ไว้ครบถ้วนเป็นอย่างดี)

คอหนังคาวบอยที่เคยดูเรื่องทูมบ์สโตนแล้วคงจำฉากที่ จอห์นนี่ ริงโก้ (แสดงโดย ไมเคิล บีห์น) โชว์ลีลาการควงปืน
โค้ลท์รุ่นนี้ข่ม ด๊อค ฮอลลิเดย์ (แสดงโดย วาล คิลเม่อร์) ท่ามกลางผู้คนมากมายในซาลูนได้นะครับ มีหมุนซ้ายหมุน
ขวากลับไปกลับมาเร็วยังกับพัดลม เปลี่ยนมือโยนขึ้นโยนลงอีกก็ยังได้ ทำเอาผู้คนฮือฮากันใหญ่ เบื้องหลังการถ่าย
ทำบอกว่า เป็นฝีมือการแสดงด้วยของจริงโดยไม่ได้ใช้อุปกรณ์พิเศษหรือสเปเชี่ยลเอ๊ฟเฟ็คท์เข้าช่วยแต่อย่างใด
แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่แน่เท่า ด๊อค ฮอลลิเดย์ ที่คว้าจอกเหล้าหน้าตาเหมือนถ้วยอลูมิเนียมมีหูด้านข้างอย่างที่ชอบ
ใช้กันตามร้านก๋วยเตี๋ยวบ้านเราสมัยนี้ มาควงโชว์ตอบในลีลาเดียวกันเป็นการล้อเลียนให้ผู้คนเฮฮาแทนบ้าง

วาล คิลเม่อร์ ได้ให้สัมภาษณ์ในภายหลังว่า ดูแล้วเหมือนกับว่าควงจอกน่าจะง่ายกว่าตั้งเยอะ เพราะทั้งเล็กและเบา
กว่าปืนมาก แต่เอาเข้าจริงแล้ว ความที่น้ำหนักของถ้วยกระจายไม่เท่ากัน พอควงเร็วๆจอกก็จะปลิวหลุดมือไปเสีย
ก่อนทุกที ผลสุดท้ายทางกองถ่ายต้องแอบเอาดินน้ำมันมาถ่วงไว้อีกข้างหนึ่งช่วยให้บาล้านซ์และหนักขึ้นอีกหน่อย
ถึงได้เอาอยู่ เป็นอันว่าหากท่านเห็นใครมาทำท่าเก่งควงปืนโชว์อย่างคล่องแคล่วละก็ รีบๆหลบไปไกลๆห่างๆดีกว่า
นะครับ เดี๋ยวเกิดลั่นเลิ่นออกมาจะได้ไม่ต้องเดือดร้อนไปกับเขาด้วย

ส่วนในความเป็นจริงพวกคาวบอยจะเบ่งใส่กันด้วยการควงปืนหรือเปล่านั้น ถ้าฟังจากที่ แบ๊ท ม้าสเตอร์สัน และ
วายแอ็ท เอิ๊ร์ป ว่าไว้แล้วละก็ คงไม่มีมือปืนคนในใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ด้วยการควงปืนขู่คู่ต่อสู้ก่อนแล้วค่อย
ยิงหรอกนะครับ ก็จริงอยู่บ้างว่ามือปืนและนักเลงปืนที่แท้จริงจะต้องรู้จักปืนคู่มือของตัวอย่างละเอียดถี่ถ้วนทุกแง่
ทุกมุม สามารถหยิบจับใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วในทุกรูปแบบทุกท่าทาง แต่ทั้งหมดก็คงต้องมุ่งไปที่การต่อสู้เอา
ชนะและอยู่รอดปลอดภัยไว้ก่อน มากกว่าที่จะเน้นการแสดงหรือแค่นำมาบลั๊ฟกันโดยไม่กังวลว่าอีกฝ่ายจะไม่ยิง
สวนเข้ามาเสียก่อน
 
ตัวอย่างหนึ่งของเรื่องนี้ก็คงหนีไม่พ้นการเล่นลูกไม้ ทำทีว่าจะส่งปืนให้ฝ่ายตรงข้าม แต่พอฝ่ายตรงข้ามตายใจก็
หมุนปืนกลับมายิงใหม่ได้ วิธีนี้รู้จักกันแพร่หลายทั่วไปในหมู่คาวบอยว่า โร้ด เอเย่นต์ สปิน (Road Agent Spin)
ซึ่งดูแล้วก็คล้ายๆกับการควงปืนเหมือนกันแต่ให้ผลลัพธ์แตกต่างซีเรียสกว่ากันมาก ท่านที่อ่านคาวบอยกับปืนคู่ใจ
ในตอน วายแอ็ท เอิ๊ร์ป คงจำได้ว่า เคอร์ลี่ บิล โบรเชียส หรือบิลผมลอนดาวร้ายแห่งทูมบ์สโตน ใช้ลูกไม้นี้หลอกยิง
นายอำเภอ เฟร้ด ไว้ท์ ถึงตายมาแล้ว โดยทีแรกแกล้งทำเป็นยอมแพ้ส่งปืนให้ทางด้าม นายอำเภอแทนที่จะสั่งให้ทิ้ง
ปืน กลับประมาทยื่นมือออกมาจะรับ บิลผมลอนก็หมุนปืนกลับง้างนกอย่างรวดเร็ว นายอำเภอยั้งมือไม่ทัน คว้าเอา
ปากกระบอกดึงเข้าหาตัว ปืนจึงลั่นโป้งเข้าใส่กลางพุงกระทิพอดี

การควงปืนแบบ โร้ด เอเย่นต์ สปิน เริ่มด้วยทำทีเป็นส่งปืนในมือให้ โดยกำปืนตรงลูกโม่ คว่ำตัวปืน หันด้ามปืน
ออกจากตัวยื่นไปข้างหน้า งอนิ้วชี้ให้เป็นตะขอ สอดเข้าโกร่งไกจากด้านในแล้วเกี่ยวค้างไว้ พอได้จังหวะก็ปล่อย
ปืนที่กำไว้ให้หงายตกลงมา โกร่งไกก็จะแขวนอยู่กับข้อนิ้วชี้ที่งอเป็นตะขอนั้นไว้ จากนั้นตวัดควงปืนหมุนด้าม
กลับมากำไว้ ปากกระบอกก็จะหันกลับไปอยู่ด้านหน้า ง้างไกไปพร้อมๆกันด้วยนิ้วโป้งไม่ต้องถอนนิ้วชี้ออกจาก
โกร่งไก ใครตามไม่ทันคว้าเข้าให้ละก็เท่ากับฆ่าตัวตายด้วยการเหนี่ยวไกปืนยิงใส่ตัวเอง

ที่จริงแล้วยังมีเกร็ดอื่นๆที่เกี่ยวข้องกับการดวลปืนอีกมากมายนะครับ รวมทั้งเรื่องเล่าขานเกี่ยวกับความสามารถอันน่า
พิสดารในการใช้ปืนของคาวบอยอื่นๆ ที่ยังไม่เคยกล่าวถึงไว้ในที่นี้อีกหลายคนด้วย แต่ถ้าพูดถึงเฉพาะเรื่องกลเม็ดเด็ด
พรายต่างๆ ที่เราเห็นกันบ่อยๆจนจำได้จากในหนัง แล้วชอบเก็บมาพูดคุยวิพากษ์วิจารณ์กันเป็นที่สนุกสนานในระหว่าง
เพื่อนฝูงคอเดียวกัน (หรือบางทีถึงขนาดลงทุนแต่งเนื้อแต่งตัวทำท่าทำทางเลียนแบบ อย่างพวกที่ไปแอ๊คท่าถ่ายรูปใน
คอลัมน์ทดสอบของคุณตาเกิ้น) มากที่สุดแล้วละก็ คงจะไม่ห่างไกลไปจากแง่มุมต่างๆที่ผมจับมาปะติดปะต่อเล่าสู่กัน
ฟังในครั้งนี้นัก ในครั้งหน้าซึ่งจะเป็นเรื่องของ ด๊อค ฮอลลิเดย์ นั้น ผมจะยังมีเคล็ดลับเรื่องวิธีการพกปืนและชักปืนแบบ
เฉพาะตัวของหมอฟันนักเลงปืนคนนี้มาเล่าสู่กันฟังเป็นของแถมให้อีกนิดหน่อยด้วย หวังว่ายังคงติดตามกันนะครับ

มาร์แชลต่อศักดิ์

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com