Tent logo02

Home

ว่าด้วยเรื่องเพลงคันทรี่
คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก
เพลงคันทรี่
ว่าด้วยเพลงคันทรี่
The Highwaymen
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

ทีแรกผมก็อยากจะบรรยายประวัติความเป็นมาของเพลงคันทรี่ และเพลง
คาวบอยลูกทุ่งตะวันตกทั้งหลาย เป็นการโหมโรงเสียก่อน แต่หลังจาก
ได้ลองท่องเว็บดูก็พบว่า มีท่านผู้รู้เขียนไว้แล้วอย่างละเอียดลออ ให้ทุก
ท่านสามารถติดตามได้หลายแหล่งแล้ว จึงขออนุญาตไม่ฉายซ้ำละนะครับ
 เอาแค่เสริมเพิ่มเติมเล็กๆน้อย จากประสบการณ์และความเห็นส่วนตัว
เป็นหลักก็แล้วกัน

country1-202

."The Sources of Country Music" หรือ "แหล่งที่มาของเพลงคันทรี่"
จิตรกรรมฝาผนัง ฝีมือ โธมัส ฮาร์ท เบ็นตั้น

เริ่มจากที่เรียกกันว่า เพลงคาวบอย  เพลงโฟล์ค เพลงโห่ (โยเดล) เพลง
เว้สเทิร์นสะวิง  เพลงบลูกร๊าส เพลงร็อคอะบิลลี่ เพลงฮ้องกี้ท้องค์
เพลงคันทรี่ร็อค ฯลฯ นั้น แตกต่างหรือเหมือนกันอย่างไรบ้าง อันนี้คง
ต้องตอบรวมๆครับว่า โดยจิตวิญญาณและที่มานั้นเหมือนกัน เพราะ
เกิดจากศิลปินผู้ที่มีความรักและผูกพันกับการใช้ชีวิตแบบลูกทุ่ง รัก
ธรรมชาติและสายลมแสงแดดทั้งสิ้น (แถมให้อีกนิดด้วยว่า รักความ
ยุติธรรมและเกลียดการดูถูกเหยียดหยาม ก็คงไม่ผิดกติกาอันใด)

ทั้งนี้ อาจมีเรื่องราวหรือแนวทางเฉพาะตัวบ้าง ก็เป็นธรรมดาของ
วัฒนธรรมท้องถิ่นที่หลากหลาย กับสภาพแวดล้อมไปจนถึงลมฟ้า
อากาศที่ไม่เหมือนกัน แต่หัวใจสำคัญของทุกๆเพลง ที่ยังคงอยู่มา
ทุกยุคทุกสมัยไม่เคยเปลี่ยนแปลงก็คือ ความเรียบง่ายในท่วงทำนอง
จังหวะ และการใช้ภาษาแบบจริงใจและตรงไปตรงมาในเนื้อร้อง
ไม่ว่าจะเป็นในอารมณ์ใดๆ (เรียกได้ว่า ถึงอากาศจะเปลี่ยนแปลงบ่อย
แต่ก็ไม่เคยเปลี่ยนใจนะ)

country2-202

"The Origins of Country Music" หรือ "แหล่งกำเนิด
ของเพลงคันทรี่" เป็นผังแสดงต้นกำเนิดของเพลงคันทรี่
ให้เห็นเส้นทางของดนตรีชนิดต่างๆ ที่นำไปสู่ความเป็น
ดนตรีคันทรี่ หรือไม่ก็พัวพันกัน หลักๆได้แก่ เพลงพื้นบ้าน
ของชนเผ่าดั้งเดิมต่างๆในอเมริกา เพลงพื้นบ้านของชาว
อังกฤษ(ที่นำติดตัวไปด้วยเมื่ออพยพไปอยู่อมริกา) และ
ของชาวอเมริกันรุ่นแรกๆ
ซึ่งบางส่วนผันตัวออกไปเป็น
เพลงคาวบอย นอกจากนี้แล้ว เพลงบลูส์เพลงแจ๊ส และ
เพลงป๊อปร่วมสมัย ก็มีอิทธิพลต่อเพลงคันทรี่ด้วยเช่นกัน

ความแตกต่างมาเกิดขึ้นอย่างจริงๆจังๆก็เมื่อเพลงเหล่านี้เริ่มกลายเป็น
สินค้า และการตลาดกำหนดให้ต้องมีการแยกประเภทให้ชัดเจน เพื่อ
การบริหารจัดการให้ได้ผลกำไรเท่านั้นเอง

การแยกประเภทดังกล่าว ยังแตกต่างไปตามกาลเวลาอีกด้วยครับ
จริงๆแล้วในยุคคาวบอยพิชิตตะวันตกนั้น คำว่าเพลงคันทรี่ยังไม่เกิด
ขึ้นด้วยซ้ำ เพิ่งมาระยะหลังๆ ที่เมื่อบทเพลงของผู้ใช้ชีวิตแบบเอ๊าท์ดอร์
ทั้งหลาย ชักจะถูกแยกประเภทออกเป็นหลายอย่างมากเกินไป  ก็เลย
ถูกนำมารวมกลุ่มไว้ภายใต้ชื่อว่า คันทรี่แอนด์เว้สเทิร์น
(Country
and Western) จนในที่สุดก็เหลือแค่ คันทรี่ เฉยๆ ดังเช่นทุกวันนี้

country302

หอเกียรติคุณและพิพิธภัณฑ์ดนตรีคันทรี่
ตั้งอยู่ที่เมืองแน็ชวิลล์ รัฐเท็นเน้สซี่

ตรงนี้มีตัวอย่างด้วยครับ คือเมื่อปี ค.ศ.1958 อันเป็นปีแรกที่มีการจัดพิธี
มอบรางวัลแกรมมี่ หรือรางวัลตุ๊กตาทองสาขาการดนตรีให้กับเพลง
ยอดเยี่ยมประเภทต่างๆ ในการนี้ปรากฏว่า วง เดอะ คิงสตั้น ทริโอ
ได้รับรางวัลยอดเยี่ยมประเภทคันทรี่และเว้สเทิร์น
จากเพลง
Tom Dooley (หลายท่านคงยังจำได้นะครับ – Hang down your
head Tom…Dooley…, Hang down your head and  cry…ฯลฯ)

แต่พอในปีถัดมา ค.ศ.1959 วง เดอะ คิงสตั้น ทริโอ
เดียวกัน กลับได้รับ
รางวัลยอดเยี่ยมประเภทเพลงโฟล์ค จากผลงานดนตรีในอัลบั้มชุด
At Large ที่ยังคงรูปแบบเช่นเดียวกันกับปีที่แล้ว ส่วนรางวัลยอดเยี่ยม
ประเภทคันทรี่และเว้สเทิร์น กลายเป็นเพลง
Battle of New Orleans
ขับร้องโดย จอห์นนี่ ฮอร์ตั้น อันมีท่วงทำนองจังหวะออกไปทางเพลง
มาร์ช และเนื้อร้องที่บรรยายถึงการรบในสงคราม (หรือเพราะถือเป็น
เรื่องเอ๊าท์ดอร์เหมือนกัน
?)

country403
country5_02

ีอัลบั้มรวมเพลงฮิต ของ เดอะ คิงสตั้น ทริโอ และ จอห์นนี่ ฮอร์ตั้น

อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์เหล่านี้ได้ทำให้เพลงคันทรี่ได้รับการเผยแพร่
ออกไปในวงกว้างขึ้น เกิดความคึกคักในวงการมากขึ้น มีศิลปินเก่งๆ
เกิดขึ้นใหม่เป็นที่รู้จักกันมากมาย และยังเป็นแรงดึงดูดให้ศิลปินเพลง
ในประเภทอื่นๆ หันมาแต่งเพลงร้องเพลงในแนวคันทรี่กันมากขึ้นด้วย

ตัวอย่างเช่น เรย์ ชาร์ลส์ ศิลปินนักเปียโนตาบอด ราชาเพลงบลูส์และ
แจ๊สของยุค 60
's ยังหันมาออกเพลงแนวคันทรี่ อย่าง I Can't Stop
Loving You และ You Don't Know me จนฮิตติดอันดับ กับอีกราย
หนึ่งคือ คอนเวย์ ทวิตตี้ ผู้โด่งดังในวงการร็อคแอนโรลล์อยู่ก่อน
ก็ตัดสินใจผันตัวเองมาเป็นศิลปินเพลงคันทรี่อย่างถาวร มีเพลงฮิต
อย่างเพลง
Hello Darling และอีกหลายๆเพลงดังมาถึงบ้านเราเหมือนกัน

country6 country7

ีอัลบั้มรวมเพลงฮิต ของ เรย์ ชาร์ลส์ และ คอนเวย์ ทวิตตี้

ในทางกลับกัน ก็มีศิลปินบางคนที่แจ้งเกิดในวงการเพลงคันทรี่ อย่าง
โอลิเวีย นิวตัน จอห์น สาวสวยนัยน์ตาโตสายเลือดเว้ลช์ ผู้โด่งดังมาถึง
บ้านเราในยุค 70
's กับเพลงฮิตหลายเพลงเช่น Let Me Be There และ
If You Love Me Let Me Know พอประสบความสำเร็จ ก็หันไปมุ่งมั่น
เอาดีทางเพลงป๊อปแทน หลังจากนั้นไม่นานก็ได้เป็นนางเอกหนังวัยรุ่น
ทั้งๆที่ตอนนั้นก็อายุไม่น้อยแล้ว

และมีอีกหลายคนที่ตั้งต้นจากคันทรี่ แต่มีเพลงฮิตข้ามไปติดอันดับป๊อป
ด้วย เลยถือโอกาสแอบไปร้องเพลงป๊อปบ้างเป็นครั้งเป็นคราว แต่ไม่ถึง
กับตีจากวงการคันทรี่ไปเสียทีเดียว อย่างเช่น เค็นนี่ รอเจ้อร์ส ไงครับ
มีเพลงฮิตติดอันดับทั้งสองประเภทหลายเพลงในยุค 70
's เช่น Ruby
Don't Take Your Gun To Town, Coward Of The Country และ
The Gambler ขานี้ภายหลังยังมีเวลาไปลงทุนเปิดร้านไก่ทอดแข่งกับ
เคเอ็ฟซีอีกด้วย

country11_03
country1003
country902

โอลิเวีย นิวตั้น จอห์น สมัยสาวๆ กับอัลบั้มรวมเพลงฮิตรุ่นแรกๆ
ตั้งแต่สมัยยังร้องเพลงคันทรี่ จนเริ่มเปลี่ยนแนวไปเป็นเพลงป๊อป

country12_02
country803 country1302

เค็นนี่ รอเจ้อร์ส กับอัลบั้มรวมเพลงฮิตคันทรี่รุ่นแรกใน ยุค 70's และ
อีกอัลบั้มที่รวมเพลงฮิตจากยุค 80's เข้าไปด้วย (หากจะสะสมแบบ
ประหยัด เก็บเฉพาะแผ่นหลังคุ้มกว่าครับ ฟังเพราะทุกเพลงเหมือนกัน)

ต้องถือว่าตั้งแต่ยุค 60's เป็นต้นมา คือยุคแห่งความสำเร็จอย่างล้นหลาม
ของวงการเพลงคันทรี่ในเชิงพาณิชย์ แต่ก็เป็นช่วงที่จิตวิญญาณดั้งเดิม
ของเพลงคันทรี่ ดังที่ผมได้กล่าวถึงไปแล้ว ถูกละลายลงไปมาก เพลง
คันทรี่เริ่มมีความเป็นลูกกรุงมากขึ้น ดนตรีเริ่มซับซ้อนขึ้นทั้งท่วงทำนอง
และจังหวะ เนื้อร้องก็เริ่มมีการเล่นสำบัดสำนวนมากขึ้น เห็นได้ชัดว่า
พยายามเอาใจผู้บริโภคชาวกรุงผู้ค่อนข้างจะกระเป๋าหนักกว่าชาวทุ่ง

country1403 country16_02

อาละบาม่า วงคันทรี่ร็อคที่มีเพลงฮิตติดอันดับ 1 ตั้งแต่ยุค 70's
มาจนถึง 90's รวมแล้ว 41 เพลง เป็นขวัญใจชาวบ้านทุกระดับ
ด้วยเนื้อเพลงที่สะท้อนวิถีชีวิตของชาวบ้านร้านตลาดทั่วๆไป
และโดดเด่นด้วยการใช้ภาษาแบบติดดินแต่กินใจ ประกอบกับ
แนวดนตรีที่แสดงความเป็นลูกทุ่งแท้แต่ทันสมัย ในตลาดบ้าน
เราหาได้ทั้งแบบรับฟังอย่างเดียว และรับชมแบบดูการแสดงสด

country21
country1702
country18_
country19_

ดิ อีเกิ้ลส์ เป็นอีกวงหนึ่งที่เคยถูกจัดประเภทให้เป็นวงคันทรี่
สมัยที่ออกเพลงฮิตรุ่นแรกๆเมื่อกลางยุค 70's จากนั้นก็หลุดออก
นอกวงการหายไป จนกลับมาอีกครั้งเมื่ออัลบั้มรวมเพลงฮิตจาก
อดีตได้รับรางวัลยอดเยี่ยมจากสมาคมดนตรีคันทรี่ในอเมริกาเมื่อ
ปี ค.ศ.1994 ในบ้านเรายังมีแฟนเหนียวแน่นจนทุกวันนี้ พิสูจน์ได้
จากจำนวนผู้เข้าชมการแสดงสดในกรุงเทพฯ เมื่อเดือน ต.ค. 2547

เป็นแบบนี้มาจนกระทั่งถึงปลายยุค 80's ก็มีความพยายามที่ทำให้เพลง
คันทรี่แตกต่างจากเพลงป๊อปอีกครั้ง โดยศิลปินยุคใหม่ๆ ผู้มีแรงบันดาล
ใจ (ทั้งในเชิงศิลปะและเชิงพาณิชย์) อยากสร้างสรรค์ผลงานให้แตกต่าง
อาศัยกระแสสังคมที่เริ่มหันมาส่งเสริมอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
กับวิถีการดำรงชีวิตในเมืองใหญ่ที่เริ่มแออัดต้องแกงแย่งกันมากขึ้น
คนเมืองเริ่มโหยหาสังคมและสิ่งแวดล้อมแบบชนบทกันใหญ่

เราจึงได้เห็นศิลปินคันทรี่รุ่นหลังๆ หันมาทำดนตรีที่มีกลิ่นอายของ
ชนบทมากขึ้น ด้วยเครื่องดนตรีที่เป็นสัญญลักษณ์ของเพลงคันทรี่
ดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นซอไวโอลิน กีตาร์โปร่งและกีตาร์เหล็ก แบนโจ
ฯลฯ กับเนื้อร้องที่แสดงความผูกพันต่อบ้านเกิดและผู้คนรอบข้าง
รวมทั้งความภาคภูมิใจกับการได้ใช้ชีวิตแบบติดดิน อะไรทำนองนี้

และเพื่อให้ครบทั้งสาระและรูปแบบ การแต่งตัวของนักร้องก็เริ่มหัน
กลับไปนุ่งยีนส์ ใส่รองเท้าบู๊ตและหมวกคาวบอยกันมากขึ้น เสียงร้อง
ก็จะโชว์สำเนียงความเป็นชาวชนบทอย่างมั่นใจและจงใจ

country22
country23

 ก๊าร์ธ บรู้คส์ ซูเปอร์สตาร์ของวงการเพลงคันทรี่ในยุค 90's ผู้ทำลาย
สถิติของนักร้องเพลงคันทรี่อื่นๆทุกคนไม่ว่าจำนวนผู้ฟังทั่วโลก รางวัล
ที่ได้รับ และยอดขายอัลบั้ม เป็นผู้สร้างปรากฏการณ์คันทรี่ฟีเวอร์
และปลุกกระแสให้ดนตรีคันทรี่กลับสู่ความเป็นตัวตนที่แท้จริงอีกครั้ง
หลังจากถูกครอบงำด้วยดนตรีป๊อปและร็อคอยู่หลายทศวรรษ

ศิลปินรุ่นดังกล่าวก็มี แรนดี้ ทราวิส เจ้าของเพลงดังอย่างเช่น
Forever And Ever, Amen และ No Place Like Home อีกคนก็
ได้แก่ จ๊อร์จ สเตรท กับเพลงฮิต เช่น
One Night At The Time เคย
ได้ยินจากวิทยุในบ้านเราบ่อยๆเหมือนกัน สองคนนี้ว่างๆยังแอบไป
เล่นหนังสไตล์คาวบอยหรือไม่ก็ลูกทุ่งตะวันตกด้วยครับ และล่าสุด
ขณะที่ผมเขียนอยู่นี้ จ๊อร์จ สเตรท เพิ่งจะออกเพลงใหม่มาฮิตติดอันดับ
อีก1 เพลงชื่อว่า She Let Herself Go

จากยุค 90
's มาจนถึงปัจจุบัน ก็มีศิลปินคันทรี่รุ่นใหม่เข้ามาในวงการ
อีกมากมาย หลายๆคนนำลูกเล่นเฉพาะตัว หรือจากพื้นฐานดนตรีที่
ตนเองได้เคยฝึกฝนมาจากแนวอื่น มาสร้างสีสันและความแปลกใหม่
เพิ่มขึ้น โดยยังคงรักษาจิตวิญญาณของความเป็นคันทรี่ไว้ไม่ให้สูญหาย
ไปไหน อย่างเช่
ก๊าร์ธ บรู้คส์ , โทบี้ คึ้ธ ,  ริคกี้ แวน เชลตั้น , วิ้นซ์ กิลล์ ,
และอื่นๆอีกหลายคน นอกจากนี้ยังมีนักร้องสาวเสียงดีอีกมากมาย อย่าง
เฟธ ฮิลล์ ,  อลิสัน เคร้าส์ , ทริชา เยียร์วู้ด และวง เดอะ ดิ๊กซี่ ชิคส์
เป็นต้น

country25
country2402

ดีวีดีบันทึกการแสดงสดของ จ๊อร์จ สเตรท และแรนดี้ ทราวิส

country27_
country26_03

สองสาว เฟธ ฮิลล์ และ อลิสัน เคร้าส์ รายหลังนี่เป็นขวัญใจ
คอเพลงบลูกร๊าสด้วยครับ

country2803

สามสาวแห่งวง ดิ๊กซี่ ชิคส์ จากเท็กซัส เห็นใบหน้างามๆอย่างนี้
แหละครับ เคยกล่าวประณามหยามเหยียดประธานาธิบดี จ๊อร์จ
ดับเบิ้ลยู.บุช ระหว่างเล่นคอนเสิร์ตต่อหน้าผู้ชมนับหมื่นฟังมาแล้ว
เล่นเอาสถานีวิทยุในอเมริกาไม่กล้าเปิดเพลงออกอากาศอยู่พักใหญ่
นับได้ว่าเป็นสาวห้าวคาวเกิร์ลของแท้ตัวจริง 101 เปอร์เซ็นต์

ผมเองมาถึงวันนี้ชักจะออกห่างวงการไปมากเหมือนกัน ไม่ค่อยมี
เวลาติดตามใกล้ชิดเหมือนอย่างแต่ก่อน นานๆถึงจะได้ลองฟังเพลง
ใหม่ๆเสียที และเมื่อไรก็ตามที่ได้ยินเพลงคันทรี่รุ่นใหม่ๆ ถึงจะไม่คุ้น
หูนัก แต่ก็ยังมีความรู้สึกเหมือนพบเพื่อนเก่า ที่แม้จะห่างเหินไปบ้าง
ก็ยังคงพูดจาภาษาเดียวกัน ชวนนึกถึงอะไรดีๆในวันเก่าๆ ที่เคยสนุก
สนานมาด้วยกันได้

ในบทความตอนต่อๆจากนี้ไป ก็จะเป็นการแนะนำศิลปินและเพลง
ที่ผมเห็นว่ามีผลงานน่าฟังหรือมีความเป็นมาที่น่าสนใจ และหาดูหาฟัง
ได้ไม่ยากนักในบ้านเรานะครับ คงต้องถือเป็นข้อดีของเทคโนโลยี
อย่างหนึ่ง ที่ทุกวันนี้เราสามารถฟังเสียงดีๆและดูภาพการแสดงชัดๆ
ได้ทีเดียว จากแผ่นและเครื่องเล่นสมัยใหม่โดยไม่ยากและไม่แพงนัก
ทำให้ได้อรรถรสมากกว่าฟังแต่เสียงอย่างเดียว หรือต้องรอจนกว่าจะ
มีการแสดงสด

หวังว่าคงจะถูกใจคอเพลงคันทรี่ด้วยกันไม่มากก็น้อยนะครับ
และหากท่านใดมีหรือไปพบเห็นอะไรดีๆมา ขอเชิญบอกเชิญ
แนะนำกันได้เต็มที่เช่นเคยครับ



                                                                                     ธันวาคม 2549

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com