Home

มีดเหน็บ มีดไทยพันธุ์แท้
ศิลป์แห่งศาสตรา
มีดเหน็บ
Scrimshaw
บันดัยซาระ
โคกรัก
โรงเหล็ก 22
ดาบ
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

อารัมภบท

ถ้ากล่าวถึงเรื่องมีด หลายๆประเทศมักมีมีดเป็นเอกลักษณ์ของ
ตนเองที่ชนชาวพื้นเมืองใช้สอยกันหรือนิยมใช้เป็นประจำ  เช่น 
มีดกรูข่า ที่ใช้ในประเทศอินเดีย  กริชของประเทศอินโดนีเซีย  หรือ
มีดตระกูลโบวี ที่ใช้ในประเทศทางตะวันตก สำหรับประเทศไทยมีด
ที่เป็นเอกลักษณ์คงหนีไม่พ้น  มีดเหน็บ  อีเหน็บ หรือ มีดปาดตาล
ที่ไม่มีของประเทศใดเหมือน  เป็นเอกลักษณ์ที่ลงตัวและใช้ประโยชน์
ได้สูงสุดในการพกพาหรือนำติดตัวไปต่างแดนหรือเข้ารกเข้าพง  การ
ออกแบบรูปทรงมีดอาจจะแตกต่างกันบ้าง ก็เป็นเพียงรูปลักษณ์ที่
ช่างแต่ละคนจะสร้างสรรค์ขึ้นมา  เพื่อจุดประสงค์ที่แตกต่างกันออกไป
แต่ยังคงเอกลักษณ์ของภูมิปัญญาชาวบ้านที่ตัวมีดตีขึ้นจากเหล็กกล้า
ผ่านกระบวนการตีจนได้รูปมีดที่สวยงาม  ปลายแหลมต่ำลงเล็กน้อย
ตรงกลางของมีดป่องออกแล้วไปคอดกิ่วตรงด้าม กั่นของมีดเรียวเล็ก
ยาวพอประมาณเพื่อเป็นแกนต่อกับด้ามมีด มองโดยรวมก็สามารถ

บอกได้ถึงขุมพลังที่ซ้อนอยู่ภายใน ที่สามารถแล่ ฟัน  แทง รวมไว้ในมีดเหน็บเพียงเล่มเดียว ซึ่งต่างจากมีดของ
ประเทศอื่นๆ  ที่มีคุณสมบัติในการใช้งานเพียงหนึ่งหรือสองอย่างเท่านั้น การชุบแข็งของช่างชาวบ้านสามารถชุบ
แข็งที่แกนกลางของมีดแต่ผิวมีความแข็งน้อย ทำให้มีดมีความคงทนต่อการใช้งานหนัก เนื่องจากเหล็กในส่วนที่
แข็งเปราะถูกหุ้มด้วยเหล็กที่อ่อนเหนียว ในขณะเดียวกันก็สามารถลับคมง่าย กล่าวได้ว่ามีดที่ผลิตจากเครื่องจักร
สมัยใหม่ทำได้ยาก ทรงของมีดในแต่ละท้องถิ่นก็เรียกแตกต่างกันไป  เช่น  ทรงปลาตะเพียน ทรงกรีกุ้ง ทรงปลา
หมอโค้ ทรงปลากัด ฯลฯ ขึ้นอยู่กับชาวบ้านจะมีมุมมองรูปทรงของมีดให้เหมือนอะไรเพื่อสื่อความหมายระหว่าง
ช่างตีมีดกับผู้ใช้งาน

ในปัจจุบันกระแสแห่งโลกาภิวัตน์ ค่านิยมของความเป็นตะวันตกกำลังรุ่งเรือง  ทำให้มีดเหน็บของไทยด้อยโอกาส
ในการใช้งาน  อีกทั้งช่างตีมีดในปัจจุบันเริ่มล้มหายตายจากไป ช่างตีมีดที่เกิดขึ้นใหม่ก็มักลืมนึกถึงคุณค่าของ
ความเป็นเอกลักษณ์ไทย ทำให้มีดเหน็บที่มีออกสู่ท้องตลาดมีดมักเป็นมีดที่เน้นกำไรเพื่อความอยู่รอดในอาชีพ 
และมักขาดคุณภาพของความเป็นมีดที่ดี คือหุ่นสวยประณีต คมนาน ลับคมง่าย คงทนในการใช้งาน คุณสมบัติที่
ขาดไปส่วนใหญ่คือความคมนานลับคมง่ายและความคงทนในการใช้งานของมีด ปัญหาที่เกิดขึ้นเนื่องจากการลด
ต้นทุนในการผลิต  หรือเกิดจากช่างขาดความรู้ในการชุบคมมีด  ทำให้มีดขาดความคม หรือลับคมเท่าไหร่ก็คมไม่
สนิท ใช้งานเพียงเล็กน้อยความคมก็หายไป  เป็นปัญหาที่เกิดจากช่างไม่ได้ทำการชุบแข็งหรือชุบแข็งเพียงเล็กน้อย
และอาจเกิดจากการใช้เหล็กที่มีคาร์บอนต่ำเนื่องจากมีราคาถูก  บางเล่มลับคมยากบ่งบอกถึงความแข็งของมีดแต่
ลับเท่าไหร่ก็ไม่คม เกิดจากช่างขาดความเข้าใจในการชุบคมมีดทำให้มีดมีความแข็งเฉพาะผิว  แกนกลางของมีดยัง
ไม่ได้ผ่านการชุบแข็งลับเท่าไหร่ก็ไม่คม ใช้งานเล็กน้อยความคมก็หายไปต้องลับคมใหม่ สิ่งที่เกิดขึ้นคือความมักง่าย
ในการทำมีดของช่างสมัยใหม่  ช่างมีดในปัจจุบันนี้เขาไม่ตีมีดกันแล้ว  หากตีก็เพียงเล็กน้อย  แล้วนำมาแต่งคมขึ้นรูป
ชุบอีกนิดหน่อย ใส่ด้าม ขัดเงาลงน้ำมัน  เท่านั้น  มีดที่ออกมาจึงเป็นมีดเหล็กแต่งคมแล้วชุบ ไม่ใช่มีดตี  ที่มีการตี
ให้เหล็กมีความแน่นตัว  แกร่ง และ  เหนียวขึ้นเนื่องจากการเรียงอณูของเหล็กใหม่ 

การตีมีดแบบดั่งเดิมเป็นภูมิปัญญาไทยที่สะสมกันมาหลายชั่วอายุคน
แต่ก็เป็นงานหนักที่มีค่าตอบแทนไม่สูง ทำให้ภูมิปัญญานี้เริ่มจะสูญหายไปตามกาลเวลา

การชุบในปัจจุบันก็ชุบครั้งละหลายเล่มในเตาอบที่ควบคุมความร้อนได้  ทำให้มีดมีความแข็งเท่ากันทั้งเล่ม มีดที่
ออกมาจะเห็นได้ว่าใช้งานได้ไม่นาน หักและบิ่นหรือบิดงอได้ง่าย ทำให้คุณค่าของมีดเหน็บลดลง คนส่วนใหญ่
จึงมองหามีดใช้งานของต่างประเทศที่มีรูปสวยแต่ใช้งานได้ไม่ดี ทำให้เกิดคำถามขึ้นในใจของผู้เขียนว่า ทำไม
เราไม่สร้างสรรค์มีดที่มีคุณภาพและให้ทั่วโลกรู้ว่ามีดเหน็บไทย เป็นมีดที่มีเอกลักษณ์ควรค่าต่อการใช้งานและ
เก็บสะสม แต่เหนือสิ่งอื่นใดคือการได้บอกเล่าตำนานการตีมีดเหน็บ ให้คนไทยด้วยกันรับรู้ถึงภูมิปัญญาที่สั่งสม
กันมานานของบรรพบุรุษ ที่ผู้เขียนได้คลุกคลี่มาตั้งแต่เด็ก และได้เห็นผู้เป็นพ่อและพี่ชายยกค้อนขึ้นตีเหล็กครั้ง
แล้วครั้งเล่าไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย รวมถึงผู้เขียนเองเคยได้สัมผัสความเป็นช่างตีมีด แม้จะเป็นช่วงเวลาสั้นๆ แต่
ก็สามารถทำให้ผู้เขียนมีความรู้ความเข้าใจพอสมควร  แม้จะเข้าใจได้ไม่เท่าผู้เป็นพ่อที่เสียชีวิตไปแล้ว ที่มีความรู้
และเข้าใจถึงวิธีการตี  การชุบแข็ง  การใส่ด้ามการทำฝัก  ได้ทั้งหมด  ซึ่งเป็นวิธีการที่บรรพบุรุษได้ถ่ายทอดสืบต่อ
กันมาหลายชั่วอายุคน  ในที่นี้ผู้เขียนจะกล่าวถึง
วิธีการที่ได้เรียนรู้มาจากผู้เป็นพ่อ ซึ่งอาจไม่เหมือนช่างมีดอื่นๆ ให้ผู้อ่านได้รับรู้ถึงความเป็นเอกลักษณ์ของภูมิ
ปัญญาชาวบ้านที่น่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

รูปทรงที่แฝงพลังแห่งความหลากหลายในการใช้งาน

ย้อนไปในอดีตที่ผู้เขียนยังเป็นเด็ก เรามักจะเห็นภาพที่คุ้นตาคือ  ผู้ชายมักจะมีมีดฝักไม้เหน็บอยู่ที่เอวเสมอ
มีดเหน็บ เป็นชื่อที่เรียกขานกันมาตั้งแต่สมัยใดผู้เขียนไม่สามารถบอกได้ ผู้ชายไทยในอดีตใช้มีดเหน็บนี้บุกป่า
ฝ่าดง  เพื่อการดำรงชีพ หรือแม้แต่กระทั้งการสงคราม ใช้งานกันตั้งแต่งานเล็กน้อย  เช่นจักตอก  แล่เนื้อ  ไป
จนถึง ตัดต้นไม้  หากเราหันกลับมาพิจารณารูปทรงของมีดเหน็บ จะพบว่าสามารถแบ่งส่วนการใช้งานของตัว
มีดได้เป็นส่วนๆได้ คือ

ส่วนปลาย เป็นส่วนที่แหลมที่สุด  มีไว้ใช้ในการแทง  มีดที่ใช้สำหรับฆ่าสัตว์ในอดีตก็ใช้มีดเหน็บนี้แทงคอสัตว์
ญาติคนงานตีเหล็กของผู้เขียนเคยโดนมีดเหน็บแทง บาดแผลที่เกิดขึ้นยาวตั้งแต่ท้องไปจนเกือบถึงคอ  กระดูก
หน้าอกแตกออก นี้คือพลังของความชำนาญในการใช้มีดเหน็บ และพลังของรูปทรงมีดที่ออกแบบให้มีความ
สามารถแทงได้อย่างดี

ส่วนหน้า คือส่วนโค้งตั้งแต่ท้องมีดที่กว้างที่สุดไปจนถึงปลายมีด  เป็น
ส่วนที่ใช้แล่เนื้อได้เป็นอย่างดี เทียบได้กับมีดแล่เนื้อตามตลาดสดทั่วไป
คมมีดในส่วนนี้ช่างตีมีดจะตีให้บางและชุบให้แข็งกว่าส่วนอื่นๆ  ผู้เขียน
เคยเห็นคนอุบลราชธานีแล่วัวทั้งตัวโดยไม่ใช้มีดอื่นเลย สามารถเลาะ
กระดูกได้ทุกชิ้น และยังสามารถสับกระดูกที่เป็นชิ้นใหญ่ๆได้ดี และใน
ส่วนนี้หากวางมีดบนฝ่ามือหันด้านคมไว้ทางนิ้วโป้งมือยังสามารถใช้จักตอก
เหลาไม้ 

ส่วนท้อง เป็นส่วนที่กว้างที่สุดของมีด หากจับด้ามมีดให้อยู่ในแนวระนาบจะเห็นว่าส่วนนี้จะต่ำที่สุด  น้ำหนัก
ของมีดส่วนใหญ่จะอยู่ในบริเวณนี้  ทำให้เหมาะสำหรับในการฟันเช่นเดียวกับขวาน  เพียงแต่มีคมบางกว่า ทำ
ให้เหมาะสำหรับสับและหั่นได้ดีอีกด้วย คมมีดในส่วนนี้จะหนาและตูมกว่าส่วนหน้า  การชุบจะแข็งน้อยกว่า
ส่วนหน้าเล็กน้อย ทำให้มีความแข็งเปราะน้อยลง เพื่อความคงทนในการใช้งาน

ส่วนเอว  หรือส่วนโคนของมีดจะอยู่ถัดมาจากส่วนท้องมีดจนถึงด้าม ส่วนนี้จะเป็นส่วนที่มีคมหนาที่สุดและมีการ
ชุบแข็งน้อยที่สุดด้วย  เพื่อป้องกันการหักในบริเวณนี้เนื่องจากเป็นส่วนที่แคบที่สุดอีกด้วย โคนมีดเหมาะสำหรับ
สับของที่มีความแข็ง  เพื่อให้แตกออกได้ง่ายเช่น ผ่าไม้ ผ่ากะลามะพร้าว ฟันลวด หรือตะปู เป็นต้น

ส่วนกั่น เป็นส่วนที่อยู่ในด้ามมีด เพื่อยึดต่อกับด้าม มีขนาดเล็กกว่าส่วนเอวเข้ามาข้างละเท่าๆกัน  แล้วเรียวเล็กลง
ไปยาวประมาณ 4-5 นิ้ว จะเป็นส่วนที่ไม่ได้ผ่านการชุบแข็ง  เพื่อป้องกันการหักของกั่น เอกลักษณ์ของมีดเหน็บใน
ส่วนนี้ในปัจจุบันได้กลายเป็นด้ามไม้ประกบ เพราะขาดความเข้าใจและเพื่อง่ายในการใส่ด้าม ถ้าเราหลงป่าปืนก็
ไม่มีลูก เหลือเพียงมีดเหน็บเล่มเดียวจะล่าสัตว์ได้อย่างไร  คนโบราณเขาถอดด้ามมีดออกแล้ว ตัดไม้ไผ่ยาว
ประมาณเมตรเศษ  แล้วใส่มีดทางด้านโคนไม้ไผ่กลายเป็นหอกมีดเหน็บ ใช้แทนหอกได้ดี หากเป็นด้ามมีด
ประกบจะต่อด้ามให้แข็งแรงได้อย่างไร

กั่นแบบดั้งเดิมซึ่งเน้นประโยชน์หลากหลายในด้าน
การใช้งาน

มีดเหน็บที่ทำกั่นแบบประกบข้าง มีข้อดี ในเรื่อง
ความแข็งแรงแต่จะทำให้มีดเสียสมดุลย์และขาด
อรรถประโยชน์

ด้ามมีด  โดยทั่วไปจะเป็นไม้เนื้ออ่อนเพื่อเวลาฟันแรงๆ จะไม่สะท้านมือ ที่ระหว่างตัวมีดกับด้ามจะมีปลอกโลหะ
กว้างประมาณ 1 นิ้ว รัดไว้ทำให้มีความแข็งแรงไม่หลุดและแตกง่าย  ไม้ที่นิยมใช้คือ  ไม้ไผ่  เป็นไม้ที่ทำด้ามมีด
เหน็บง่ายที่สุดและดีที่สุดอีกด้วย  เนื่องจากไม้ไผ่มีเสี้ยนตรงง่ายต่อการเหลา  มีรูตรงกลางทำให้ไม่ต้องใช้สว่างใน
การเจาะรูเพื่อใส่กั่น  และมีข้อที่แข็งทำให้ไม่แตกง่าย  การใส่ด้ามของคนโบราณเขาจะเอากั่นเผาไฟให้เหล็กแดง 
แล้วใส่เข้าไปในด้ามไม้ที่มีรูอยู่แล้ว  จับใบมีดตั้งขึ้นแล้วกระแทกลงกับพื้น หากยังไม่ลึกพอก็จะทำซ้ำอีกจนโคนมีด
เกือบติดกับด้าม  แล้วจับมีดพร้อมด้ามจุ่มน้ำ  ดันมีดและตัวมีดไว้จนเย็น  ความร้อนจะดันตัวมีดเคลื่อนออกมา
เล็กน้อย จับกระแทกจนแน่นสนิท  การใส่ด้ามวิธีนี้ด้ามจะไม่หลุดง่าย  หากจะถอดออกก็เพียงหาไม้เคาะที่ด้าม 
สวนกลับมาในแนวของใบมีดด้ามก็จะหลุดออกได้ง่ายเช่นกัน

ด้ามมีดเหน็บที่ทำจากไม้ไผ่

ในรูของด้ามมีดอาจจะใส่ครั่งเข้าไป ไม่มีจริงๆ
เศษถุงพลาสติกก็ใช้ได้

เผากั่นมีดให้ร้อน

ล้วเอากั่นร้อนๆตอกลงไปในด้ามมีด

แช่น้ำให้เย็น ด้ามมีดจะแน่นสนิท

ถ้าจะถอดด้ามก็ใช้ไม้ตอกออกได้

ฝักมีด ฝักมีดเหน็บจะมีความกว้างกว่ามีดอื่นๆ และใช้วัสดุแตกต่างกันไปตามความนิยมของท้องถิ่น  เช่นไม้สัก 
ไม้มะค่าโมง  ไม้ประดู่ ไม้ไผ่สานเป็นตะกร้อ  เขาควาย ฯลฯ ในปัจจุบันนี้หาช่างทำยากมาก  ส่วนใหญ่เดียวนี้เขา
ใช้ หนังวัวฟอกฝาด  หนังเทียม หรือใช้ท่อพีวีซี แล้วแต่คนประดิษฐ์ (รูปฝักมีดลักษณะต่างๆ)

ฝักมีดเหน็บที่ทำจากไม้จริง ปัจจุบันหาคนทำได้
ยากขึ้นทุกที

ฝักมีดเหน็บแบบตะกร้อที่สานจากไม้ไผ่

ซองมีดเหน็บแบบเย็บจากหนัง

อันนี้เป็นซองไม้หุ้มหนังแบบซีทรู

พ่อหนุ่มคนนี้ใช้ท่อพีวีซีเลย

สรุป จะเห็นได้ว่าทุกส่วนเป็นสิ่งที่บรรพบุรุษของเราสร้างสรรค์ด้วยความชาญฉลาด ด้วยภูมิปัญญาที่คิดค้นรูปทรง
ของมีดที่ใช้งานได้หลากหลาย ยากที่ทรงมีดหลายๆแบบจะทำได้  ผู้เขียนมีความคิดว่ารัฐบาลควรจะจดสิทธิบัตรไว้
เพื่อป้องกันไม่ให้ฝรั่งแอบอ้างเอาภูมิปัญญาของไทยไปหากิน  เช่นเดียวกับหลายสิ่งหลายอย่างที่เราเสียไปและต้อง
มานั่งประท้วงฝรั่งกันอีก

โปรดคอยติดตามตอนต่อไปเรื่องการตีมีดเหน็บเร็วๆนี้

สมพร

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com