Home

บันดัยซาระ
ศิลป์แห่งศาสตรา
มีดเหน็บ
Scrimshaw
บันดัยซาระ
โคกรัก
โรงเหล็ก 22
ดาบ
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

ผมไปเที่ยวชมนกชมไม้ในป่าพังงามาสองวัน พอกลับถึงบ้านมี  "พัสดุไปรษณย์"  วางอยู่ห่อหนึ่ง ส่งมาจาก จังหวัดยะลา
อำเภอรามัน ตำบลตะโล๊ะหะลอ

ผมก็งงๆ ค่อยๆยกห่อดู ก็เบาๆ ไม่หนักผิดสังเกตุ แต่ตอนนั้นยังนึกอะไรไม่ออก

j

พัสดุนี้จ่าหน้าถึงตัวผม ดูภายนอกการใช้กระดาษห่อดูธรรมดาๆ แต่ภายในหีบห่อ หุ้มโฟมหนามีเทปกาวรัดยึดหลายจุด
ประกบป้องกันการกระแทก จัดทำอย่างค่อนข้างปราณีต

IMG_0087

พอแกะออกมาดู ผมจึงเพิ่งจะนึกได้...

โอ้โห....เรื่องนี้มันนานจนเกือบจะลืมเสียแล้ว

ย้อนหลังไปราวๆเดือนตุลาคม ปีพ.ศ. 2545 เกือบ 20 เดือนมาแล้ว วันนั้นผมอ่าน นิตยสาร อสท ไปเจอข่าวเล็กๆชิ้น
หนึ่ง เกี่ยวกับช่างฝีมือสืบทอดศิลปกรรมโบราณ ที่อำเภอรามันนี่แหละครับ

พออ่านข่าวซึ่งมีรายละเอียดไม่กี่บรรทัด จบ ตามประสาคนใจร้อน ผมก็เขียนจดหมายส่งไปที่นั่นทันที

แต่เรื่องก็เงียบหายไป จากที่เคยเฝ้า เคยรอ ความที่มันนานเหลือเกิน ผมก็เลิกรอไปแล้ว

แม้แต่ความหวัง ก็ยังไม่มีเลยครับ

แต่แล้ว....อยู่ดีๆ เขาก็ส่งมาให้

k k1

บันดัยสาระ คือ กริชรามัน ที่สืบทอดมาแต่สมัยโบราณ

k3

นกพังกะ

ส่วนหัวของกริชที่ด้าม แกะสลักเป็นรูป "หัวนกพังกะ"
 ซึ่งก็มีตำนานและประวัติความเป็นมายาวนาน

IMG_0046

ปาแนซาแระห์ หรือ ปามอร์ หรือ บูฆิส ล้วนแล้วแต่เป็นเทคนิควิธีการตีใบกริช

k2

บือซีดาวา

ใบกริช ทำจากโลหะและส่วนผสมของธาตุเหล็กหลายชนิด

* เหล็กดำ ผสม เหล็กขาว ทำให้เห็นเส้นในเนื้อเหล็กคมชัด

* แม่เหล็ก ผสมเหล็กอ่อน เป็นส่วนผสมเฉพาะ ใช้เป็นเนื้อเหล็กของกริช

* เหล็กกล้า ใช้ทำกระดูกกริช

* ทองคำ ทองเหลือง ทองแดง นาก และเงิน ผสมหลายๆชนิดรวมกันใช้เคลือบผิวกริช

IMG_0013

กายูกานาอูน

ไม้ที่ใช้ในการประดิษฐ์ หัวกริช ด้ามกริช และฝักกริช เรียกว่า  "กายูกานาอูน" เป็นไม้มะเกลือ

นอกนั้นยังมี กายูกามูนิง คือ ไม้แก้ว และ กายูปาโอะอูแด ไม้มะม่วงป่า

IMG_0040

กริชจือรีตา

ใบกริชหรือตากริชเป็นส่วนที่มีอานุภาพร้ายแรงมาก คือส่วนมากจะเป็นโลหะ ซึ่งเป็นทั้งเครื่องประดับที่ใช้
ศิลปะชั้นสูงสอดแทรกด้วยประวัติความเป็นมาของใบกริชที่มีอานุภาพเฉพาะทาง

ใบกริชจะมีชื่อเรียกเฉพาะตัว เช่น กริชจือรีตา

k5

ช่างจะทำรูปสลักที่ที่โคนของใบกริชเป็นรูปต่างๆเช่น ฤาษี ม้า มังกร ช้าง สิงห์ ฯลฯ ซึ่งเราจะอ่านได้เลยว่า
กริชแต่ละเล่มมี จือรีตา อะไร ใช้ทำอะไร

กริชจือรีตานี้จะมีร่องของใบกริช ซึ่งเรียกว่า ร่องลมเลือด หรือ สายธาร และจะมีเนื้อเหล็กที่แข็งแกร่งและคมมากๆ

k4

โครงสร้างของใบกริช จะพิสดารมาก คือ จะคดทุกเล่ม

คดของกริชนี้ เรียกชื่อว่า "เลาะ" กริชจะมีกี่เลาะนั้น ตามตำนานแต่สมัยโบราณแล้วแต่ผู้สั่งทำ ไม่ว่าจะ หนึ่ง เลาะ หรือ สาม
 ห้า เจ็ด เก้า

เรื่องประหลาดของกริชก็คือ กริชทุกเล่มจะมีรูปทรงไม่เหมือนกับมีด หรือ ดาบ เพราะกริชจะมีเอกลักษณ์เฉพาะตัว คือ ความคด
หรือ เลาะ ส่วนที่เป็นเลาะจะคดและหักมุม ซึ่งมีมุมที่กั่นกับโกร่ง เป็นมุมป้านข้างหนึ่ง และมุมแหลมอีกข้างหนึ่ง ส่วนที่เป็นมุมนี้
แหละเป็นเรื่องที่ใช้คำนวณ โดยจะบวกกับมุมฉากและมุมตรงของแขนที่จับกริชอยู่นั่นเอง

ฉะนั้น ในเมื่อแขนยืดไปข้างหน้า ทั้งมุมฉากและมุมป้านก็จะกลายเป็นมุมตรง ซึ่งตรงตามเป้าหมายที่ต้องการทุกประการ

ตรงนี้แหละที่ขึ้นชื่อว่า กริช เป็น มหาศาสตราวุธ และ มหาศาสตราพร จริงๆ

IMG_0017

ที่ผมบรรยายมาอย่างยืดยาวนี้ ก็อาศัยจากข้อความใน " รายงานวิจัยฉบับสมบูรณ์ "

ของ * โครงการอนุรักษ์และส่งเสริมศิลปะการทำกริชรามัน * ซึ่งเขาให้มาด้วย

รายงานนี้มีความยาวราว 700 หน้า อธิบายค่อนข้างละเอียดถึงเรื่องราวต่างๆเกี่ยวกับกริช เช่นแม้แต่จะเริ่มตีกริช
ก็ต้องทำพิธีอาบน้ำละหมาด ดูฤกษ์ยาม ฯลฯ

มิน่า กว่าผมจะได้มาครอบครองสักเล่ม.....รอจนหายอยาก

อินทรี อันดามัน

26 พ.ค. 2547

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com