Home

Basic Bow Setup
Equipment Tips
????? Draw Length
?????? 7 ???
Compound 2007
?????????????
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

   อาจจะพูดได้ว่า แทบทุกคนที่ได้คันธนูใหม่มาอยู่ในมือ ใจมันก็คอยแต่จดจ่อ อยากรู้ว่าธนูคันใหม่นี้จะยิงได้ดีเหมือนที่ตั้งใจ
หวังไว้หรือเปล่า... ความรู้สึกจะเป็นอย่างไร... จะยิงได้ดีไหม... เมื่อไหร่จะได้ลองยิงดูสักที..........

   โดยปกติ ธนูทุกคันที่ออกจากโรงงาน มักจะต้องผ่านการตรวจสภาพมาแล้ว แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าพอถึงมือเรา ก็จะนำมา
ยิงได้เลยทั้งในสภาพอย่างนั้น มันเป็นเพียงผ่านการปรับตั้งเพื่อตรวจสภาพของสินค้าที่ผลิตเท่านั้นครับ เมื่อผู้ซื้อได้มันมาก็จำเป็น
อย่างยิ่งที่ต้องทำการ เซ็ทอัพเบื้องต้น, ปรับตั้งคัน / จูนคัน, เพื่อให้เหมาะสมกับตัวผู้ยิง สมกับประสิทธิภาพของคันธนูและอุปกรณ์
เสริมต่างๆ ที่จะติดตั้งเพิ่มเติมลงไป ตามที่ต้องการ

   แน่นอนว่าทางร้านผู้ขาย ก็มีบริการที่จะช่วยเรา เซ็ทอัพเบื้องต้น ถือเป็นบริการหลังการขายควบคู่กันอยู่แล้ว และเพื่อให้ความ
สะดวกสำหรับลูกค้า หากแต่ว่า ธนูเมื่อยิงไปได้สักระยะหนึ่ง สภาพที่ปรับตั้งไว้ก็ต้องมีความผิดเพี้ยนไป ซึ่งก็ถือเป็นเรื่องธรรมดา
ด้วยว่า ธนูมีส่วนประกอบอยู่ก็หลายรายการ อุปกรณ์ต่างๆ เป็นสิ่งสำคัญในกีฬายิงธนู ถึงแม้ว่าทักษะของผู้ยิงจะดี แต่ถ้าหากคัน
ธนูไม่ได้อยู่ในสภาพที่ปรับตั้งมาดี ผลของการยิงก็ไม่อาจจะดีไปได้

   เพราะเหตุนี้ เจ้าของคันธนู อย่างน้อยก็ควรต้องมีความรู้เรื่องการเซ็ทอัพ, ปรับตั้งคัน / จูนคัน อยู่บ้าง เพื่อจะได้ตรวจเช็ค ดูแล
สภาพธนูที่เรารักให้อยู่กับเราได้นานๆ และจะสนุกกับการยิงธนูอย่างคุ้มค่ากับเงินที่จ่ายไป สมกับประสิทธิภาพของคันที่ซื้อหามา

ผมเองต้องขอออกตัวก่อนครับว่า สิ่งที่เอามาเขียนนี้เป็นเพียงการรวบรวมเอาข้อเขียนต่างๆ ที่ลงไว้จากเวปต่างประเทศหลายๆ
แหล่ง, จากตำราบ้าง, เป็นคำแนะนำจากผู้รู้หรือมีประสพการณ์ที่ได้ยินได้ฟังมาบ้าง เอามารวมให้ได้อ่านกันโดยสะดวก
ทีแรก ผมตั้งใจว่าจะลงแค่เรื่อง ปรับตั้งคัน หรือที่เราเรียกว่า จูนนิ่งคัน แต่สังเกตุว่า ยังมีเพื่อนๆ ที่ยิงธนูอยู่ต่างจังหวัดและยังไม่
สะดวกเดินทางมากรุงเทพฯ ถ้าเริ่มแนะนำตั้งแต่ เซ็ทอัพเบื้องต้น ก็คงจะดี เพราะถ้าเซ็ทอัพคันไม่เป็น การปรับตั้งคัน / จูนคัน ก็คง
ดีไม่ได้


เซ็ทอัพเบื้องต้น สำหรับคัน Recurve
   ก่อนที่เราจะปรับตั้งหรือจูนอุปกรณ์ให้ละเอียดดีได้ ต้องมีการเซ็ทอัพธนูเบื้องต้น ให้อยู่ในสภาพพร้อมก่อน นับตั้งแต่ได้คันธนูมา
เราลองมาดูหน่อยครับว่าส่วนประกอบต่างๆ ของคันธนู Recurve มีอะไรบ้าง จะได้เข้าใจตรงกันเวลากล่าวถึงส่วนต่างๆ

image002

ดูแนวของ Limbs บน-ล่าง
   เริ่มตั้งแต่เราเอา Limbs เสียบใส่ลงใน Limbs pockets ทั้งด้านบนและล่าง และลองขึ้นสายดู

   แนะนำว่านี่เป็นสิ่งที่ต้องเช็คเป็นอันดับแรกก่อนเลยครับ โดยให้เราหากระดาษกาวสีขาว ขนาดยาวสัก 2 นิ้ว มาติดลงตามความ
กว้างของ Limbs ทั้งบนและล่าง ขีดเส้นตรงแบ่งจุดกึ่งกลางกระดาษ แล้วลองเล็งดูว่าสายธนู ต้องพาดผ่านจุดกึ่งกลางของ Limbs ทั้ง
คู่ และอยู่ในแนวเส้นตรงเดียวกันด้วยหรือเปล่า เพราะถ้าไม่ตรงกันแล้วนั่นอาจหมายถึงว่า Limbs อาจจะมีการบิดตัวอยู่

   ถ้าหากแนวไม่ตรงกันเราจะต้องลดสายลงก่อน และทำการปรับแก้ โดยการคลายตัวน๊อตแล้วปรับให้ตรงกัน (ตำแหน่งของน๊อต
ที่จะไขปรับ Alignment แนะนำให้ดูได้จากคู่มือที่แนบมาพร้อมกับคันธนูจากโรงงานผู้ผลิต Riser นั้นๆ แต่ละยี่ห้อ อาจจะไม่ตรงกัน)

   Limbs เป็นส่วนสำคัญที่จะต้องขับเคลื่อนลูกธนูให้พุ่งออกไป ถ้าหาก Limbs ต่างคู่กัน หรือมีการบิดเบี้ยวมาจากขั้นตอนในการผลิต
ก็จะเป็นเรื่องยากมากที่จะยิงลูกธนูให้เข้าวง 10 ได้อย่างแม่นยำทุกลูก

   Limbs ที่ดีจะช่วยลดข้อผิดพลาดในการปล่อยสายได้ หรือที่เรียกว่ามี Forgiveness และเราจะรู้สึกว่าน้าวดึงสายได้ง่าย Limbs
อาจจะทำด้วยวัสดุที่มี คุณภาพ / คุณสมบัติ แตกต่างกัน:-
   - ไม้ / Fiberglass จะเป็นวัสดุรุ่นแรกๆ ที่นำมาใช้ผลิต หากแต่มีข้อจำกัด เพราะไม้จะมีปัญหากับความชื้น, อุณหภูมิที่เปลี่ยน
แปลง และความร้อน ซึ่งมีผลในการคลายตัวและบิดตัวได้
   - Carbon Fiber จึงถูกผู้ผลิตพัฒนา นำมาใช้เสริมชั้น เพื่อเพิ่มความแข็งแรง และลดโอกาสที่จะเกิดการบิดตัว
   - Carbon / Foam เป็นการใช้วัสดุสังเคราะห์สมัยใหม่ ที่ถูกปรับปรุงขึ้นเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ Limbs (อันนี้แล้วแต่ผู้ผลิตแต่ละค่าย
จะปรับปรุง บ้างก็ว่า เพิ่มความเร็วลูก, มี Forgiveness ที่ดี , ลดแรงสั่นสะเทือน, น้ำหนักเบา, ฯล)
ด้วยเหตุที่เป็นวัสดุสังเคราะห์ ผู้ผลิตจึงมีโอกาสที่จะพัฒนาคุณภาพ และคุณสมบัติ ให้ได้ดียิ่งขึ้นไปเรื่อยๆ


ตั้ง Brace height
   Brace height คืออะไร?
   Brace height เป็นระยะห่าง ระหว่างสายกับจุดที่ลูกธนูสัมผัสกับ Plunger
(หากแต่ว่า ส่วนใหญ่ตำแหน่งของ Plunger จะอยู่ประมาณแนวเดียวกัน กับจุดสัมผัสตรงคอที่จับ Grip พอดี ซึ่งจะวัดได้ง่ายกว่า
เราเลยมักจะวัดระยะห่าง ระหว่างสายกับ จุดสัมผัสตรงคอที่จับ Grip แทน)

image004

Brace height ควรจะต้องอยู่ในระยะ ตามตารางที่บริษัทผู้ผลิตแนะนำ ขึ้นอยู่กับขนาดความยางของธนูที่ต่างกัน

70 inch bow = 8.50 to 9.75 inches,
68 inch bow = 8.25 to 9.50 inches,
66 inch bow = 8.00 to 9.25 inches.
64 inch bow = 7.75 to 9.00 inches.

   Brace height จะมีผล อย่างไรกับลูกธนู?
การเพิ่ม Brace height (โดยการหมุนเพิ่มเกลียวให้กับสาย เพื่อทำให้สายสั้นลง) จะเป็นการเพิ่มแรงเค้นให้กับ Limbs
ซึ่งมีผลให้น้ำหนักสายทั้งก่อนยิง และขณะน้าวสาย เพิ่มขึ้นด้วย
การลด Brace height (โดยการหมุนคลายเกลียวให้กับสาย เพื่อทำให้สายยาวขึ้น) ก็จะมีผลในทางตรงกันข้าม
   อย่างไรก็ตาม การเพิ่ม Brace height ก็จะมีผลทำให้ความเร็วลูกลดลงอยู่บ้างเล็กน้อย (หลักกลศาสตร์ - ด้วยระยะดีดตัว Power Stroke ของ Limbs แคบลง ถึงแม้จะเป็นเศษเสี้ยววินาที ก็ทำให้ช่วงระยะเวลาที่ลูกธนูอยู่บนสาย เพื่อรับพลังงานจากสายลดลง = ความเร็วลูกก็ลดลง)
   เพราะฉะนั้นการตั้ง Brace height ที่เหมาะสม จะเป็นสิ่งที่ดีที่สุด ไม่มากไป ไม่น้อยไป (ให้สังเกตุว่า ตารางที่แสดงข้างต้น จะเป็นช่วงระยะที่เหมาะสม ไม่ได้เจาะจงแน่นอนว่าต้องกี่นิ้วเปะ) ต้องหาระยะที่เหมาะกับคันของตัวเอง


ตั้ง Tiller
   Tiller คืออะไร?
   Tiller เป็นระยะห่าง ระหว่างสายกับโคน Limbs ทั้งบน-ล่าง (บริเวณที่ติดกับ Riser ตรง Limbs pockets) ในการยิงธนู Limbs
ทั้งสองจะต้องทำงานในลักษณะสัมพันธ์กัน เนื่องด้วยคันธนู Recurve ผู้ยิงจะใช้นิ้ว 3 นิ้ว ในการน้าวสาย 1 นิ้ว อยู่เหนือ 2 นิ้ว
อยู่ใต้ลูกธนู นั่นหมายถึงว่า ในขณะน้าวสาย Limb ล่างจะรับแรงเค้นมากกว่า Limb บนอยู่(เพราะแรงดึงของนิ้วที่มากกว่าอยู่ 1 นิ้ว)

   บริษัทผู้ผลิตธนูที่มีชื่อเสียง คำนึงถึงเหตุผลนี้ จึงได้ผลิต Limbs เป็นคู่ๆ โดยผลิตให้ Limb อันไหนใช้เป็นตัวบนหรือตัวล่างอย่าง
ชัดเจน ไม่ควรสลับกัน Limbs ทั้งสอง จะต้องทำงานได้พอๆ กัน พร้อมๆ กันเมื่อปล่อยสาย ไม่เช่นนั้นถ้า Limb ใด Limb หนึ่งให้พลังงาน
หรือสปีด เร็วกว่าอีกอัน ผลการยิงก็จะไม่เสถียร เพราะฉะนั้น ที่เราต้องการตั้งก็คือ ระยะ Tiller ของ Limb บน ควรจะต้องมากกว่า
ระยะ Tiller ของ Limb ล่างอยู่ 1/4" หรือ 0.5 ซม. เพื่อให้ Limb บนให้รับแรงเค้นมากกว่า Limb ล่าง ซึ่งจะชดเชยกันในจังหวะน้าวสาย

   วิธีวัด ก็คล้ายกับ การวัด Brace height แต่เราจะวัดระยะที่บริเวณ โคน Limbs ทั้งบน (บริเวณที่ติดกับ Riser ตรง Limbs pockets)
 และเทียบกับด้านล่าง ระยะเท่าไหร่ก็ตาม Limb บนต้องมากกว่าล่าง อยู่ 1/4" หรือ 0.5 ซม.


ติด Rest
   Rest เป็นตำแหน่งที่ใช้วาง / พาดลูกธนู
   Rest มีให้เลือกในท้องตลาด อยู่มากมาย หลายยี่ห้อ หลายวัสดุ หลายราคา แต่ Rest สำหรับคัน Recurve เท่าที่เห็นจะไม่หนีจาก
ใน 3 แบบ ดังต่อไปนี้
1. Basic Rest ทำด้วยพลาสติก น้ำหนักเบา ราคาถูก ประสิทธิภาพดีสมราคา เสียก็เปลี่ยนใหม่ได้ง่าย เพียงลอกสติกเกอร์ด้านหลัง
แล้วก็ติดลงไปที่คันได้เลย

image005
black rest

2. Flip Rest หรือ Flipper Rest มักทำด้วยอลูมิเนียม ราคาปานกลาง จุดสัมผัสกับหางลูกธนูจะสัมผัสน้อยกว่าแบบ Basic Rest
เพราะก้านตัวพักลูกจะพับตามลูกธนูที่พุ่งชนผ่าน และคืนกลับตำแหน่งเดิมด้วยสปริง

Flipper rest

3. Magnetic Rest จะคล้ายกับ Flipper Rest แต่พัฒนาโดยให้มีแม่เหล็กเป็นตัวดูดให้ก้านตัวพักลูก คืนกลับตำแหน่งเดิมโดยใช้แรง
จากแม่เหล็ก (ตัวกลมๆ แบนๆ ด้านมุมล่างขวามือ) หางลูกธนูก็พุ่งชนผ่านจุดสัมผัสไปได้อย่างนุ่มนวลกว่า ทั้งสองแบบข้างต้น แต่
แน่นอนราคาจะสูงกว่า บางแบบก็ออกแบบมาให้ปรับระยะขึ้น-ลง ซ้าย-ขวา เพื่อให้ง่ายต่อการปรับตั้งจุดสัมผัสของลูกธนูกับPlunger

MagneticRest MagneticRest2

   Rest ที่เราจะติดตั้งลงบนคันธนู จะต้องติดตั้งให้หันไปถูกด้าน คันธนูสำหรับคนถนัดขวา กับคนถนัดซ้ายจะกลับข้างกัน (รูปที่
แสดงข้างบน เป็นแบบใช้กับคันธนูสำหรับคนถนัดขวา)
   สำหรับ Flipper Rest และ Magnetic Rest ควรปรับแต่งอย่าให้ก้าน Rest ยาวเกินลูกธนู ออกมามากเกินไป อาจจะประมาณ
สัก 1 มม. ก็พอ

image014

ติด Nocking point
   Nocking point คือจุดที่ Nock ของลูกธนูจะหนีบติดอยู่กับสาย เราจะกำหนดให้อยู่ในตำแหน่งเดิมทุกครั้ง โดยการทำ Nocking
 point เอาไว้ ขั้นตอนนี้ต้องมีเครื่องมือชิ้นหนึ่งเข้ามาช่วยหน่อยครับ เรียกว่า T-Square

t Square

   T-Square เป็นอุปกรณ์ที่สามารถหนีบไว้กับสายธนู เพื่อหาจุดตั้งฉากกับคันธนู, อีกยังใช้วัด Brace height, Tiller ก็ได้ด้วย
เป็นอุปกรณ์ที่นักธนูจะต้องมีติดตัวไว้เสมอ

image017

   ตำแหน่งที่จะติด Nocking point บนสาย จะอยู่ตำแหน่งประมาณ 3 – 10 มม. สูงกว่าแนวระนาบตั้งฉาก กับจุดที่ลูกธนูสัมผัสกับ
Rest (ดูรูปประกอบ)

หมายเหตุ ตำแหน่งนี้เป็นเพียง Nocking point แบบชั่วคราว ใช้เป็นจุดเริ่มต้นอ้างอิงเท่านั้นครับ สังเกตุนะครับ ว่าเป็นช่วงระยะ
ไม่ใช่ตำแหน่งเปะๆ เพราะในขั้นตอน จูนนิ่ง หลังจากนี้อาจจะต้องปรับ Nocking point ให้ขยับขึ้นสูง หรือลงต่ำกว่านี้ (ซึ่งจะเป็นผล
สัมพันธ์จากความแข็ง-อ่อนของลูกธนูที่เราใช้ กับน้ำหนักน้าวสายของธนู Draw weight ในขั้นตอนการจูน ปรับ/ตั้ง คันต่อไป)

   วัสดุที่จะมาทำเป็น Nocking point ในขั้นตอนนี้อยากจะให้ใช้เป็นแบบที่สามารถขยับขึ้น-ลงได้ตามที่ต้องการ อาจจะมัดด้วย
เชือกเป็นปมให้แน่พอสมควร และพอจะคลายปรับขยับได้ (แต่ก็ไม่ใช่หลวมจนขยับเคลื่อนตำแหน่งเลื่อนไปได้เองเวลายิง)
   
   สำหรับ Nocking point แบบถาวร หลังจากที่เราตำแหน่งที่เหมาะสมกับน้ำหนักน้าวสาย (Draw Weight) แล้ว เราอาจจะพัน
ด้วย สาย Serving, ไหมขัดฟัน (Dental Floss) หรืออาจจะใช้กระดาษกาว (Masking tape) พันให้เป็นปมแล้วหยอดด้วยกาวช้าง
Super Glue (Cyano-acrylate) ทิ้งไว้ให้แห้งสนิทดี บ้างก็อาจจะใช้ Nocking point ทองเหลืองหนีบติดกับสายเลย
   
   
Plunger หรือ Pressure point หรือ Pressure button
   Plunger เป็นตัวสปริงปรับความสมดุลของลูกธนูที่พุ่งออกไปในแนวระนาบ (โดยจะบังคับทิศทาง ซ้าย-ขวา)

image019

   Plunger อยู่ตรงไหน?
   Plunger จะหมุนติดอยู่ตำแหน่งเดียวกับ Rest

image021

   Plunger มีความสำคัญมากสำหรับธนูที่ปล่อยสายด้วยนิ้ว (Finger Shooting) โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับการยิงธนู Recurve
ซึ่งเป็นการปล่อยสายด้วยนิ้ว
   เนื่องมาจากการปล่อยสายวิธีนี้ เป็นการทำให้ลูกธนูที่พุ่งออกไปจะเคลื่อนไหวลักษณะ Horizental bending สายธนูจะหลุดอ้อม
ปลายนิ้ว ออกไปทางซ้ายก่อน (คนที่น้าวสายยิงด้วยมือขวา) ปลายหางลูกธนู ( Nock ที่ติดอยู่กับสาย) ก็ถูกสายบังคับให้ตามสาย
ไปทางซ้ายด้วย บวกกับแรงดีดส่งจากสาย ลูกธนูจะเกิดการงอตัว หัวลูก (Arrow point) ก็จะถูกบังคับหันออกไปทางซ้ายด้วยเช่นกัน
ดังนั้นด้านขวาของลูกธนูบริเวณที่วางอยู่บน Rest ถูกแรงงอตัวเป็นจุดสัมผัสกดลงไปตรง Plunger
   
   ในขั้นตอน เซ็ทอัพเบื้องต้นนี้ ผมจะไม่ขอลงในรายละเอียดมากนัก เพียงให้แค่ปรับระยะ Plunger เพื่อให้ตำแหน่งของหัวลูกธนู
อยู่อย่างในรูปภาพประกอบ ข้างล่างนี้ก่อน (การปรับ Plunger ในขั้นปรับตั้ง / จูนนิ่ง จะมีรายละเอียดมาก ขอเอาไปลงในขั้นตอนนั้น
ทีเดียว เพราะถือเป็นหัวใจของการจูนนิ่ง)

   หาที่แขวนคันธนู ให้อยู่ในแนวดิ่งนิ่งๆ เพื่อที่เราจะสามารถเล็งผ่านสายธนูที่แขวนอยู่ได้สะดวก (ไม่ต้องน้าวสาย หรือต้องไม่มีแรง
กดใดใดลงไปบริเวณ Limbs ทั้งสอง) เล็งให้สายอยู่ในแนวกึ่งกลางของ Limbs ทั้งบน-ล่าง และ กึ่งกลาง Riser ธนู เพียงปรับหมุน
Plunger จุดสัมผัสลูกธนูก็จะเลื่อนเข้า-ออก ซึ่งจะทำให้ตำแหน่งด้านหัวลูกธนูที่อยู่ด้านหน้าเคลื่อนตามที่เราต้องการ เพียงให้ตั้ง
ตำแหน่งขอบด้านขวาของหัวลูก แตะแนวด้านซ้ายของสายธนู (ดังในรูป)

image023

หมายเหตุ  สำหรับคันมือซ้าย จะกลับด้านกัน


เอาละครับ มาถึงตรงนี้ ส่วนประกอบหลักๆ ของคันธนู ก็อยู่ในสภาพพร้อมยิงแล้ว ลูกธนูก็พร้อม... คนก็พร้อม...
 ตอนนี้เราเอาธนูมาลองยิงกันเลยไหมครับ อยากรู้จังว่าจะเป็นอย่างไง......

 รณพักตร์

มิถุนายน 2551

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com