Home

มุมปืนลม ตอน Beeman R9
แก๊งค์ปืนลม
มุมปืนลม
มุมปืนลม 2
มุมปืนลม 3
มุมปืนลม 4
Diana M52
Beeman R9
เป้าปืนลม
ไบคาล IZH46M
Field Target
[ปืนคลาสสิก] [คาวบอยและลูกทุ่งตะวันตก] [แก๊งค์ปืนลม] [เตาและตะเกียง] [ชมรมธนู]

นับเป็นเวลาหลายปีแล้วที่ผมเริ่มหลงไหลปืนลมจนมาเขียนคอลั่มน์นี้อยู่กับ Guns World
ตลอดเวลาที่ผ่านมาผมได้สั่งซื้อหนังสือและนิตยสารเรื่องปืนลมมาจากต่างประเทศมาอ่าน
มากมายหลายเล่ม เมื่อดูมากๆเข้าก็มักจะเกิดกิเลส เพราะหนังสือเหล่านั้นมักจะมีภาพปืน
ลมสวยๆ ดีๆ แถมยังราคาไม่แพงให้เห็นอยู่เสมอ ดูแล้วก็ได้แต่เก็บมาฝันเพราะกฎหมายบ้าน
เรายังถือว่าปืนลมเป็นอาวุธปืนเต็มขั้นจึงทำให้ต้องนำเข้าผ่านร้านปืนสถานเดียวเหมือนกับ
ปืนชนิดอื่น

ส่วนร้านปืนบ้านเราก็ไม่ค่อยจะสั่งปืนลมกันเข้ามาเลย เพราะว่าโค้วต้าปืนจำกัด สั่งปืนลมก็
เปลืองโค้วต้าเท่าปืนจริงแต่กำไรน้อยกว่า ร้านที่สั่งปืนลมก็สั่งแต่ยี่ห้อเดียวที่คนส่วนมากรู้จัก
เพราะขายได้แน่ๆไม่เสี่ยง ดังนั้นปืนลมที่สั่งมาขายบ้านเรา(ที่ไม่ใช่ปืนแข่งขัน) จึงมีแต่เดี
ยน่า เดียน่า แล้วก็เดียน่า

ที่เขียนอย่างนี้ไม่ใช่ว่าเดียน่าไม่ดี ดีครับ แต่ที่ดีกว่าก็ยังมี น่าจะมีเข้ามาให้เลือกซื้อกันบ้าง

หลังจากฝันอยู่นานความฝันก็เป็นจริง โดยที่ต้องขอขอบคุณกระทรวงมหาดไทยและนาย
ทะเบียนที่เริ่มผ่อนผันให้คนธรรมดาๆอย่างผมขอใบอนุญาตสั่งปืนลมเข้ามายิงเล่นเองได้
ท่านคงจะเริ่มเห็นแล้วว่า ปืนลมนั้นไม่ได้เป็นอาวุธที่ร้ายแรงเลย ธนูสักอันยังจะเป็นอาวุธ
ได้ดีกว่า(พูดอย่างนี้ต่อไปซื้อธนูจะต้องขอใบอนุญาตมั๊ยเนี่ย) และปืนลมยังเป็นอุปกรณ์พื้น
ฐานในการพัฒนาการกีฬายิงปืนของประเทศอีกด้วย

หลังจากสามวันกับพิธีการศุลกากรอันซับซ้อนจนน่าตกใจของประเทศเราแล้ว (ที่น่าตกใจ
เพราะดูแล้วกลัวว่าประเทศเราคงแข่งขันกับประเทศอื่นได้ยากถ้ายังทำงานกันแบบนี้) เมื่อ
วานศุกร์ที่ผ่านมานี้เองผมก็ได้รับปืนลมกระบอกใหม่ล่าสุดกลับมาบ้าน

ครับ มันคือ Beeman R9 ที่ผมเคยลงรูปไว้ในมุมปืนลมตอนที่ผ่านๆมา

ภาพที่ 1 Beeman R9

บริษัท Beeman เป็นบริษัทที่เชี่ยวชาญในตลาดปืนลมในอเมริกา Beemanมักจะเน้นปืนลม
ระดับปานกลางไปจนถึงสูง โดยที่ไม่เล่นตลาดล่างที่เป็นตลาดของ เดซี่, ครอสแมน และปืน
ลมจากจีนแดง แต่เท่าที่ทราบ Beeman ไม่ได้ผลิตปืนลมเองเลย ปืนทั้งหมดที่ติดยี่ห้อ
Beeman เป็นปืนคุณภาพสูงที่นำเข้ามาจากบริษัททางยุโรป ไม่ว่าจะเป็น Feinwerkbau ,
Webley, Theoben and Weihruch (อ่านว่า ไวเร้าค์)

Weihruch เป็นบริษัทเยอรมันที่มีชื่อเสียงเรื่องปืนลมไม่น้อยหน้าเดียน่าซึ่งเป็นบริษัท
สัญชาติเดียวกันเลย Weihruch นั้นเชี่ยวชาญเป็นพิเศษในด้านปืนลมสปริงทั้งสั้นและยาว
ซึ่งผลิตออกมามากมายหลายแบบให้เลือก

ปืนที่มีชื่อเสียงมากที่สุดกระบอกหนึ่งของ Weihruch ก็คงจะเป็น HW 80 หรือที่รู้จักกันใน
อเมริกาภายใต้ชื่อ Beeman R1  R1 ดังได้เพราะฝีมือการผลิตที่เยี่ยมยอด, ชุดลั่นไกที่ดี
มากระดับเดียวกับปืนแข่งขัน และมันก็ยังเป็นปืนลมสปริงกระบอกแรกๆที่สามารถให้ความ
เร็วกระสุนขึ้นไปทะลุความเร็วที่ 1,000 ฟิตต่อวินาทีได้ (กระสุนขนาด .177) ซึ่งก็หมายถึง
พลังงานของหัวกระสุนที่สูงขึ้นและวิถีกระสุนที่ราบเรียบมากขึ้น

ต่อมา Weihruch ก็ได้พัฒนาปืนสปริงรุ่นใหม่ๆอย่างไม่ยอมหันไปมองเทคโนโลยี่อื่นๆอย่าง
เช่นปืน CO2 หรือปืนอัดอากาศเลย เรียกได้ว่ายืนยันจุดแข็งของตัวเองอย่างเหนียวแน่น ปืน
ยาวสปริงกระบอกหนึ่งที่ออกมาหลังจาก HW80 ก็คือ HW95 และนี่ละครับคือเจ้า Beeman
R9 พระเอกของตอนนี้

R9 เหมือนกับน้องเล็กของ R1 มันมีรูปร่างคล้ายR1 เป็นอย่างมาก แต่มีขนาดและน้ำหนักที่
ลดลง ถึงแม้จะมีขนาดเล็กลง R9 ก็สามารถส่งกระสุนขนาด .177 ไปด้วยความแรงไม่แพ้พี่
คนโตของมัน( R1มีขนาด .22ให้เลือก แต่ R9 ไม่มี) และด้วยเหตุนี้แหละที่ทำให้ R9 ได้รับ
ความนิยมเป็นอย่างมากตั้งแต่วันแรกที่มันถูกแนะนำตัวออกมาเลยทีเดียว

ทันทีที่เปิดกล่องออกดูผมก็เกิดความประทับใจ R9 สวยงามปราณีตกว่าภาพที่ผมเห็นในแคต
ตาล็อก หรืออินเตอร์เน็ตก่อนที่จะสั่งซื้อมาก ส่วนที่เป็นเหล็กถูกรมดำหนาเป็นเงาราวกับ
ปืนไรเฟิลชั้นดี ชิ้นส่วนต่างๆฟิตแน่น พานท้ายแม้จะไม่ใช่ไม้วอลนัทแต่ก็เป็นไม้บีช
(beech)เนื้อแน่นเหลาและขัดตกแต่งจนเนียนสวย การทำผิวไม้เป็นแบบด้านดูธรรมดาแต่ก็
เรียบร้อยไม่มีที่ติ แถมยังติดยางรองพานท้ายกันกระแทกมาให้ด้วย

ภาพที่2 ตัวปืนรมดำหนาและเงาวับ ด้านซ้าย
ของของโครงปืนตอกชื่อรุ่นและบอกไว้อย่าง
ชัดเจนว่า Made in Germany โปรดสังเกตุ
ตำแหน่งของปุ่มเซฟอยู่ที่ด้านท้ายของโครงปืน

 

ภาพที่3 ด้านขวาของโครงปืนมีปุ่มสีแดงยื่น
ออกมาเมื่อปลดเซฟแล้วเป็นการเตือนว่าปืน
พร้อมแล้วที่จะยิง

R9 นั้นจัดเป็นปืนลมที่เรียกว่า Adult Precision Airgun (คนละความหมายกับ Adult
Movie นะครับ) ซึ่งก็คือเป็นปืนสำหรับผู้ใหญ่เล่นและทำมาเพื่อความแม่นยำและการใช้งาน
อย่างจริงจัง ตัวปืนขนาดกำลังเหมาะกับรูปร่างคนไทย ความยาวทั้งกระบอกประมาณ 43นิ้ว
ลำกล้องยาว 16นิ้ว เมื่อส่องดูลำกล้องก็เห็นลำกล้องเงาวับสะท้อนแสงจนแสบตา เกลียวลำ
กล้อง 12เกลียวเวียนขวา

ภาพที่ 4 Beeman R9 มีขนาดกำลังดีสำหรับ
รูปร่างมาตรฐานชายไทย น้ำหนักไม่มากเกิน
ไปที่จะยืนประทับยิง

น้ำหนักตัวปืนก็กำลังเหมาะ 3.3 ก.ก. ไม่หนักเกินไปที่จะแบกไปยิงกระป๋องเล่นตามชายป่า
แต่ก็ไม่เบากินไปจนทำให้การประทับยิงไม่มั่นคง ศูนย์หลังแบบไมโครมิเตอร์ปรับได้
ละเอียดทั้งซ้ายขวาและสูงต่ำโดยการหมุนแป้นกลม ข่องบากศูนย์หลังสามารถเลือกได้สี่ชนิด
คือสี่เหลี่ยมกว้าง, สี่เหลี่ยมแคบ, รูปตัว U, และ รูปตัว V (กรุณาดูจากภาพประกอบ)  ศูนย์
หน้าอยู่ในครอบทรงกระบอกมองเห็นได้ชัดเจนดี สามารถเปลี่ยนใบศูนย์ได้

ภาพที่ 5 ศูนย์หลังติดอยู่ที่ท้ายลำกล้องสามารถ
ปรับสูงต่ำและซ้ายขวาได้โดยไม่ต้องใช้เครื่องมือ
 

ภาพที่ 6 ดูศูนย์หลังชัดๆกันอีกที ศูนย์หลังนี้
สามารถถอดออกง่ายๆ(ในกรณีที่จะติดกล้อง)
โดยการไขน๊อตเพียงสองตัว

ภาพที่ 7 ข่องบากศูนย์หลังสามารถเลือกได้สี่
ชนิด คือสี่เหลี่ยมกว้าง, สี่เหลี่ยมแคบ, รูปตัว U
, และ รูปตัว V โปรดสังเกต ช่องใส่กระสุนที่
ท้ายลำกล้อง

ภาพที่ 8 ศูนย์หน้ามีอุโมงค์ครอบ เปลี่ยนใบศูนย์ได้

ตามสเปกแล้ว R9 ให้ความเร็วกระสุนขนาด .177 ประมาณ 1,000 ฟิตต่อวินาที ซึ่งคิดเป็น
พลังงานปากลำกล้องประมาณ 16.6 ฟุต-ปอนด์ ซึ่งก็นับว่าแรงมากในกลุ่มปืนลมด้วยกัน
ทางโรงงานระบุความแม่นยำมาที่ 0.15นิ้ว Center-to-center (วัดจากกลางกระสุนถึง
กลางกระสุน) ซึ่งเราก็จะมาทดสอบกัน

ทันทีที่ได้รับปืนมา ผมก็จัดแจงนัดไปทดสอบกันที่บ้านคุณยุทธดนัย เจ้าของคอลั่มน์ปืน
คลาสสิกใน Guns world

เราจัดแจงปักเป้าที่ระยะ 10 เมตร และ 15 เมตร และเริ่มต้นทดสอบกัน การขึ้นลำ R9 ทำได้
โดยการหักลำกล้องซึ่งจะต้องใช้แรงพอสมควร(บอกแล้วว่าเล่นปืนลมแล้วจะมีร่างกายแข็ง
แรง) ตามสเป็กบอกว่าต้องใช้แรงประมาณ 40 ปอนด์ แต่ลำกล้องที่ยาวก็พอจะช่วยผ่อนแรง
ได้บ้าง การบรรจุกระสุนก็ทำได้เหมือนปืนลมชนิดหักลำกล้องทั่วๆไปคือป้อนกระสุนเข้าสู่
ท้ายลำกล้องตรงๆทีละนัดก่อนที่จะปิดลำกล้องเข้าสู่ที่เดิม ทุกครั้งที่ขึ้นลำห้ามไกจะเข้าโดย
อัตโนมัติ ก่อนจะยิงจะต้องปลดก่อนโดยต้องกดปุ่มที่ด้านซ้ายของโครงปืน

ภาพที่ 9 คุณยุทธดนัยสาธิตท่ามาตรฐาน
ในการขึ้นลำปืนลมชนิดหักลำกล้อง ดูไว้
นะครับท่านี้จะช่วยผ่อนแรงได้มาก

 

ภาพที่ 10 คุณยุทธดนัยทดลองชุดแรกโดยการนั่งยิง
 

ผมกับคุณยุทธดนัยทดลองยิงคนละหลายนัดเพื่อทดสอบการทำงานของปืน บาลานส์ของ
ปืนค่อนข้างดีทำให้ถือปืนได้ค่อนข้างนิ่ง อาการสั่นสะท้านแบบปืนลมสปริงทั่งๆไปไม่คอยมี
มากนัก แรงสะท้อนหนักแน่นแต่ก็สั้นๆทีเดียวจบไม่มีแกว่ง ซึ่งก็นับว่าเป็นลักษณะของปืน
ลมสปริงพันธุ์ดี

ขุดลั่นไกตั้งมาจากโรงงานค่อนข้างหนักประมาณ 5 ปอนด์กว่าแต่ลั่นแบบคมกริบ ไม่มี
ระยะลากในจังหวะที่สองให้รู้สึกเลย ชุดลั่นไกนี้มีชื่อเรียกว่า rekord trigger มันเป็นอีก
อย่างหนึ่งที่สร้างชื่อในตลาดปืนลมให้กับ Weihruch เพราะเป็นชุดลั่นไกในปืนใช้งานที่
สามารถปรับได้ราวกับปืนแข่งขัน ผมใช้ไขขวงปรับน้ำหนักไกลงให้เบาอีกนิด โดยหมุน
ปรับน๊อต ที่อยู่หลังไกทวนเข็มไปประมาณ3/4รอบ เพียงแค่นี้ก็ได้น้ำหนักไกประมาณ 3
ปอนด์ พอแล้วสำหรับปืนใช้งานลักษณะนี้

ผมเริ่มทดสอบอย่างจริงจังโดยการนั่งยิงโดยใช้ข้อศอกพาดโต๊ะด้วยศูนย์ที่มากับปืนที่ระยะ
สิบเมตร กลุ่มกระสุนออกมาสูงและกระจายซ้ายขวาเล็กน้อยประมาณหนึ่งนิ้ว ก็ต้องแก้ตัว
ว่าเกิดจากที่สภาพแสงไม่เป็นใจท้องฟ้ามืดครึ้ม เมื่อต้องเล็งจี้ไปที่กลางเป้าดำ เป้าก็ดำศูนย์
หน้าหลังก็ดำก็เลยทำให้เล็งค่อนข้างยาก

ยิงจริงจังได้เพียงหนึ่งเป้าห้านัด ฝนก็เทลงมาไล่ เก็บของวิ่งเข้าบ้านกันแทบไม่ทัน

ภาพที่ 11 ชุดไกทำมาปราณีตเรียบร้อยมาก
ด้านหลังไกมีน๊อตตัวใหญ่ใช้ปรับน้ำหนักไก

 

ภาพที่ 12 กลุ่มกระสุนจากการนั่งยิงด้วยศูนย์
เปิดที่มาจากโรงงานในระยะ 10 เมตร

วันรุ่งขึ้นเรานัดทดสอบกันอีกครั้ง คราวนี้ผมจัดการถอดศูนย์หน้าหลังออกเก็บ และติดกล้อง
ให้กับเจ้า R9 กล้องที่ใช้ก็เป็น Bushnell Sportview 3-9 x32 Variable Objective ซึ่งก็นับว่า
เป็นกล้องราคาไม่แพงที่สามารถติดตั้งกับปืนลมได้ดีรุ่นหนึ่ง ขากล้องที่ใช้ก็พึ่งไปหาซื้อมา
แต่ยังไม่ถูกใจนัก เพราะรุ่นนี้แข็งแรงดีแต่ยังขาดที่ไม่มีสมอล็อกกับตัวปืนกันเคลื่อน ตัวที่มี
สมอก็ดูไม่ค่อยแข็งแรง จะต้องส่งต้นฉบับอยู่แล้วก็เลยต้องซื้อรุ่นนี้มาก่อนกะว่าค่อยมาดัด
แปลงทำสมอเอาเอง ต้องย้ำอีกครั้งนะครับว่าการติดตั้งกล้องให้กับปืนลมสปริงท่านจะต้อง
พิถีพิถันมากๆ แรงสะท้อนถอยหลังของปืนลมนั้นถึงแม้จะไม่หนักหน่วงแบบไรเฟิล .308 แต่
ก็มีลักษณะพิเศษที่เด้งหน้าเด้งหลังทำให้ขากล้องเคลื่อนหรือกล้องพังกันมาเยอะแล้ว เพราะ
ฉะนั้นอย่างน้อยที่สุดตอนซื้อกล้องก็ต้องเลือกรุ่นที่เขียนข้างกล่องว่าให้ใช้กับปืนลมได้ เอา
ไว้จะเขียนเรื่องกล้องติดปืนลมกันเป็นพิเศษสักตอนครับ

ภาพที่ 13 ที่โครงปืนมีร่องสำหรับติดกล้อง
มาให้พร้อมรูสำหรับลงสมอกันกล้องเคลื่อน
อีกสามรู

 

ภาพที่ 14 R9 หลังจากที่ติดกล้อง Sportview
 3-9 เท่า คุณสมฤดีที่มาร่วมทดสอบด้วยก็
ยืนยันว่า R9 ก็ไม่ใหญ่เกินไปสำหรับหญิงสาว
แต่ยังติแถมท้ายว่าหนักไปนิด แบบนี้ ผมต้อง
หาเรื่องสั่ง R7 ซึ่งเป็นน้องเล็กของ R9 มาแล้วซิ

เราตั้งเป้าที่ระยะ 10เมตร และ 15เมตรเช่นเดิม หลังจากตั้งศูนย์แล้วผมก็ทดสอบโดยการนั่ง
วางข้อศอกยิงบนโต๊ะอีกครั้ง ผมไม่ใช้วิธีพาดยิงเพราะปืนสปริงจะมีการดีดตัวทันทีที่
เหนี่ยวไกทำให้ได้กลุ่มกระสุนที่ไม่ดีนัก ผมเริ่มยิงที่ระยะ10เมตรก่อน เป้าแรกสามนัดทำให้
เราเริ่มรู้จักกับความแม่นยำที่แท้จริงของ R9 เพราะกลุ่มกระสุนเบียดกันแน่นจนเป็นรูเดียว
ผมทดสอบอีกสองเป้าเป้าละห้านัดที่ระยะเดิม ก็ได้ผลเป็นที่น่าพอใจเป็นอย่างมากเพราะ
กลุ่มกระสุนเบียดกันแน่นเป็นรูเดียวขนาดเล็กกว่าวงสิบของเป้าปืนสั้นอัดลม (กรุณาดูภาพ
ประกอบ) ผมยืดระยะยิงออกไปที่ 15เมตร และนั่งยิงโดยวางศอกบนเข่าโดยใช้เป้ารูปหนู
นัดแรกสูงไปนิด(เป้าขวาสุด)เพราะว่ากล้องปรับตั้งไว้ที่ระยะ10เมตรและวิถีกระสุนยังไม่
โค้งตกที่ระยะ15เมตร เมื่อเปลี่ยนที่เล็งลงมาประมาณครึ่งนิ้วก็สามารถส่งกระสุนเข้าเป้าได้
อย่างแม่นยำ(ปนฟลุ๊คเล็กน้อย)

ภาพที่ 15 คุณนิธินักสะสมปืนคลาสสิกอีก
คนที่ชักจะติดใจปืนลม ตอนนี้กำลังรำลึก
อดีตโดยการยิงท่าเดียวกับตอนเป็นนัก
กีฬามหาวิทยาลัยเมื่อยี่สิบปีก่อน ที่นั่งอยู่
คือคุณยุทธดนัย ที่คว้า Anschutz M335
ลงมาถล่มเป้าเหล็กด้วย กระบอกนี้เป็นคิว
ต่อไปในมุมปืนลมครับ เพราะเป็นปืนดีราคาถูก

ภาพที่ 16 กลุ่มกระสุนจากการนั่งยิง 5นัด
 ด้วยศูนย์กล้อง เห็นอย่างนี้แล้วไม่เสียดาย
เงินที่ซื้อเจ้า R9 มาเลย

ภาพที่ 17 เป้ารูปหนูจากการยิงในระยะ
15 เมตร เข้าหัวทั้งสามตัว

จากนั้นผู้ร่วมทดสอบทั้งหลายก็ช่วยกันกระหน่ำยิง โดยคราวนี้เราใช้เป้าเหล็กรูปสัตว์
(silhouette) ตั้งที่ระยะ10ถึง15เมตร ก็ไม่เหลือครับ สามารถใช้ R9 ยืนยิงได้อย่างสบาย
ความแรงของกระสุนก็เหลือเฟือที่จะผลักให้เป้าเหล็กล้มได้ โดยเฉพาะเป้ารูปไก่ซึ่งเล็กที่
สุดกระเด็นไปไกลถึงเมตรเศษทำให้ต้องเดินหากันยุ่งไปหมด

ภาพที่ 18 เล่นปืนลมก็ดีอย่างนี้ละครับ
นั่งเอกเขนกยิงกันที่บ้านไม่ต้องไปสนาม
 ยิงไปก็สังสรรค์กันไปเรื่อยๆ เพลิดเพลินครับ

R9 นอกจากจะเป็น Field Airgun แล้ว ด้วยความแม่นยำและความแรงของมันก็ทำให้
สามารถนำไปยิงแข่งในเกมส์ Silhouette และ Field Target ได้อย่างไม่เสียเปรียบใคร

เรายิงเป้าเหล็กเล่นกันจนฝนไล่อีกครั้ง ด้วยความทึ่งในความแม่นยำในระยะ10เมตรจึงทำ
ให้ผมเริ่มวางแผนการทดสอบเป็นครั้งที่สาม

ที่สนามกลางแจ้งของสนามยิงปืน ร.1พัน1 วิภาวดีรังสิต ผมติดเป้าที่ระยะ 25เมตรโดยใช้
เป้าปืนสั้นอัดลม ผมทดลองศูนย์ห้านัดแรก กลุ่มสูงไปจากจุดเล็งประมาณ 2นิ้ว ผมปรับ
กล้องไปสามสิบคลิ๊กก็เข้าตรงจุดเล็งพอดี ทดลองยิงด้วยท่านั่งอีกห้านัดก็ได้กลุ่มเป็นที่น่าพอ
ใจ สี่นัดเบียดอยู่ใกล้กันวัดได้ 3/4นิ้ว แต่มีอีกนัดที่โดดขึ้นสูงก็เลยทำให้ขนาดของกลุ่ม
กระสุนกลายเป็น 1.5นิ้ว แต่ก็นับว่าใช้ได้แล้วสำหรับการยิงในท่านี้ เอาไว้มีโอกาสจะไป
ทดลองยืดระยะยิงออกไปอีกเพราะด้วยความเร็วกระสุนขนาดนี้น่าจะยิงได้ถึง 50เมตร

ภาพที่ 19 เป้าจากการยิงที่ระยะ 25เมตร
มีหลุดขึ้นไปสูงหนึ่งนัดต้องยอมรับว่าเป็นเพราะ
ฝีมือคนยิง มิฉะนั้นกลุ่มจะเล็กกว่า 1นิ้ว

เริ่มจากความต้องการที่จะได้ปืนลมยาวที่จะเอาไว้แบกไปยิงกระป๋องเล่นตามชายป่า (แต่
ตั้งใจจะยิงกระป๋องที่ระยะ 50เมตรนะ จะบอกให้) เพื่อจะฝึกฝีมือปืนยาวของผมให้พัฒนา
ก่อนที่จะสั่งR9 ผมเปิดดู catalog และ internet อยู่นาน เมื่อได้รับปืนมา R9 ก็ไม่ได้ทำให้
ผมผิดหวังเลย

ภาพที่ 20 Beeman R9  ติดกล้อง Bushnell
Sportview 3-9x พร้อมเสมอไม่ว่าจะเป็น
เป้ากระดาษ, เป้า Silhouette และ กระป๋อง

ถ้าพูดอย่างพรานใหญ่ก็คงต้องบอกว่า "R9 ก็จะเป็นปืนคู่มือของผมไปตราบใดที่
ผมยังสามารถแบกมันออกไปล่ากระป๋องได้"

ตาเกิ้น     15 มกราคม 2543

คุยกันรอบกองไฟ

เซ็นสมุดเยี่ยม

สมัครสมาชิก Thailand Outdoor ฟรี

กรุณาใส่ email และคลิ๊ก submit
Powered by YourMailinglistProvider.com