คุณเชื่อมั๊ยครับว่า Parallel Universe หรือจักรวาลที่ทับซ้อนกันอยู่มีจริง ผมเริ่มเชื่อนะ

ตั้งแต่ปี 1954 นักฟิสิกส์จากมหาวิทยาลัย Princeton นำเสนอทฤษฎีแหกคอกที่ช็อคผู้คนว่า มีจักรวาลที่เหมือนกับที่เราอยู่นี้เปี๊ยบ ขนานอยู่ในกาลเวลา โดยที่แตกสาขาไปจากจักรวาลที่เรากำลังดำเนินชีวิตอยู่ หรือบางทีจักรวาลที่เราอยู่นี้ก็อาจจะแตกตัวออกมาจากจักรวาลอื่นด้วยเหตุการบางอย่างที่มีผลลัพธ์ที่แตกต่าง (Alternate Outcome) เช่นอาจจะมีจักรวาลเส้นขนานที่ไดโนเสาร์ยังมีอยู่ขณะที่มนุษย์สูญพันธุ์ไป หรือ จักรวาลที่เยอรมันชนะสงครามโลก ฟังดูประหลาดมาก

ผมเริ่มมองเห็นจักรวาลเส้นขนานนี้ได้ลางๆ

หลายคนอ่านแล้วอาจจะเอาเข้าไปโยงเข้าไปสู่เรื่องศาสนา หรืออาจจะไปถึงเรื่องของไสยศาสตร์ เรื่องเหนือธรรมชาติไปโน่น ผมไม่ถึงขนาดนั้นนะ แต่ผมคิดว่าผมเจอเครื่องมือที่ใช้เดินทางสู่ Parallel Universe ได้สองสามอย่างแล้วครับ ลองตามผมมาเดินทางด้วยกันซิครับ


เรือหางยาวลำใหญ่พาเราลัดเลาะเข้าไปในลำคลองที่แทรกตัวไปสู่เทือกเขาเบื้องหน้า หมอกบางๆปกคลุมเขาที่เขียวขจีหนาแน่นไปด้วยไม้ใหญ่ สายลมเย็นที่พัดผ่านผิวหนังเราพาความสดชื่นเข้าไปถึงหัวใจ นกหลายตัวบินร่อนผ่าน สรรพเสียงของป่าดงดังแววมาจากสองข้างของลำน้ำ

เรือจอดเกยตื้นในตรงที่ลำน้ำนั้นไหลลงมาราวกับน้ำตกเล็ก เราปีนลงจากเรือ แล้วแยกย้ายกันเดินไปหามุมสงบของตัวเอง

ผมหมายตาไปที่โค้งน้ำที่สายน้ำไหลเอื่อยและปกคลุมไปด้วยร่มไม้ใหญ่ครึ้ม ผมค่อยๆคลานเข่าเข้าไป แล้วแคสสายฟลายส่งเหยื่อที่เป็นรูปแมลงตัวเล็กๆลงไปที่จุดนั้น

ทันใดนั้นผิวน้ำที่เรียบราวกับกระจกก็แตกกระจายเป็นฟองขาว

ผมเดินเลาะเลียบลำน้ำใสนั้น ที่หาดทรายเต็มไปด้วยรอยเท้าสัตว์ป่าประเภทเก้ง, กวางไปจนถึง กระทิง และช้าง น้ำที่ใสราวกับกระจกไหลโค้งไปมาตามร่องเขา ระหว่างที่เดินไปนั้นผมก็พิจารณาทุกส่วนของลำน้ำนั้นทั้งความลึก, ความเร็วของกระแสน้ำ, กอไม้ และร่องรอยอื่นๆแม้แต่แมลงตัวเล็กที่บินอยู่ใกล้ผิวน้ำ เพราะนั่นคือเครื่องหมายของปลาที่ซ่อนตัวอยู่ใต้ผิวน้ำนั้น

ผมนั่งลงมองธรรมชาติรอบตัว คงมีอีกไม่กี่ที่ในโลกนี้ที่ยังคงสภาพความสมบูรณ์เช่นนี้อยู่ การตกปลาแบบฟลายฟิชชิ่งในธรรมชาตินั้นพาเราเข้าไปสู่ธรรมชาติที่งดงามทั่วทุกมุมโลก ที่ที่เราไม่มีทางจะดิ้นรนไปหากไม่ได้ตกปลา หรือถ้าผ่านไปก็คงมองข้ามเดินเลยผ่านในไม่กี่วินาที

การใช้ความคิดที่จะอ่านเครื่องหมายต่างๆในธรรมชาติของการตกปลาแบบนี้ทำให้เราหลุดพ้นไปจากเรื่องวุ่นวายรกสมองอื่นๆทั้งหมด หากเพียงเราสามารถตัดกิเลสของการพยายามได้ปลาให้ได้จำนวนมากลง เพียงสักพักหนึ่งของการตกปลาในที่สวยงามเช่นนี้ จะทำให้สมองของเราตกตะกอนสงบนิ่ง เวลารอบตัวเราก็จะเดินไปอย่างเชื่องช้าอ้อยอิ่ง

เมื่อคิดย้อนออกไปสู่โลกที่คนส่วนใหญ่กำลังใช้ชีวิตกันอยู่อย่างสับสน, วุ่นวาย และรีบร้อนแล้ว ดูเหมือนว่าโลกนั้นจะอยู่ห่างไกลออกไปเหลือเกินราวกับเป็นจักรวาลที่ทับซ้อนขนานกันอยู่อย่างมิได้ต่อเชื่อมกัน


เราพายเรือแคนูล่องไปตามลำน้ำกว้างท่ามกลางป่าใหญ่ พระอาทิตย์ที่เพิ่งขึ้นพ้นยอดไม้ส่องแสงอบอุ่นไปทั่ว เสียงนกยูงร้องมาไกลๆ นอกจากนั้นและเสียงลมแล้ว ทุกอย่างรอบตัวเราช่างเงียบสงัดจนเราได้ยินเสียงเรือแหวกน้ำไปเบาๆ และเสียงหยดน้ำที่หยดลงจากพายทุกครั้งที่เรายกขึ้น

ว่ากันว่า น้ำที่หยดลงจากพายก็เหมือนจะล้างความขุ่นมัวจากหัวใจเรา

หลายวันมานี้เราไม่ได้ทำอะไรมาก นอกจากพายเรือล่องตามน้ำ แดดร้อนก็ลงไปแช่ เห็นที่สวยๆก็แวะพักทำอาหาร เย็นค่ำก็จอดเรือตั้งแค้มป์ อาจจะหาอาหารที่ธรรมชาติแบ่งปันมาให้บ้าง

พอมืดลงกองไฟเล็กๆก็ให้ทั้งความสว่างและอบอุ่นให้ทุกคนล้อมวงเข้ามาแบ่งปันอาหาร, เหล้าป่า และเรื่องราวที่แต่ละคนได้พบเห็นกันมา ค่ำคืนก็งดงามไปด้วยมิตรภาพที่ปราศจากการเสแสร้ง, ดาวเต็มฟ้าและเสียงของสายน้ำที่ไหลขับกล่อมทั้งคืน

แคนูแค้มปิ้งเป็นการเดินทางที่พาเราออกไปอยู่กับความสงบ ลำน้ำบางสายไหลขนานอยู่กับถนนไม่ไกลนักแต่ก็มีป่าคั่นขวางอยู่จนทำให้เรารู้สึกเหมือนอยู่ห่างไกลออกไปจากโลกที่เราคุ้นเคย หรืออาจจะไกลไปกว่านั้น

ในยามที่เรือแคนูล่องลอยไป น้ำใสรอบเรือมิเพียงสะท้อนเงาของเราและสรรพสิ่งรอบด้าน แต่หากยังสะท้อนความคิดให้แจ่มกระจ่าง ความคิดที่วุ่นวายและขุ่นมัวก็สลายไปพร้อมๆกับนำ้ที่หยดลงจากพายทุกครั้งที่ยกขึ้นเหนือน้ำ


พระอาทิตย์กำลังจะลับเหลี่ยมเขาเยื้องไปทางขวามือ ผมวางเป้แล้วนั่งลงมองวิวสุดสายตาด้านหน้าที่เต็มไปด้วยเทือกเขาสลับซับซ้อนนับไม่ถ้วน แทบไม่ต่างจากภาพที่ผมเคยเห็นเมื่อเกือบ 20 ปีก่อน เวลาและการเปลี่ยนแปลงที่นี่ดูจะเดินอย่างเชื่องช้ากว่าจักรวาลที่ขนานกันอยู่มาก

มองดูแล้วนึกขำยิ่งนักที่คนจากในเมืองหลายคนมักจะใช้คำว่า “พิชิต” กับขุนเขาที่เขาตะเกียกตะกายขึ้นไปได้และใช้เวลาเพียงไม่กี่นาทีบนนั้น ทั้งๆที่ขุนเขานั้นยังมีเรื่องราวอีกมากมายทั้งที่ผ่านมาและกลายเป็นตำนานและที่ยังคงดำเนินอยู่ต่อไป

ในป่ายังคงมีหมู่บ้านน้อยใหญ่กระจายกันอยู่ ชาวบ้านป่าล้วนจะเรียนรู้ที่จะร่วมกับป่าได้มานานมากแล้ว แต่คนเมืองอย่างผมการได้มาเดินป่าหลายๆวันให้มุมมองและความคิดที่แตกต่างจากชีวิตที่เคยอยู่ในเมืองไปมาก

ที่เชิงเขานั้น ผมนั่งสงบนิ่งอยู่นานไม่น้อย การหายใจของผมดูเหมือนจะเป็นไปอย่างสบายและเต็มปอดโดยไม่ต้องพยายาม ไม่มีอะไรที่ดูรีบร้อน ของที่จำเป็นต่อชีวิตก็เหลือเพียงไม่กี่ชิ้นที่มีติดตัว เรื่องราวที่เคยมองว่าเป็นปัญหาที่ยิ่งใหญ่ ความอยากได้อยากมีอยากเป็นที่เคยทับถมเมื่อมองจากมุมนี้ดูเหมือนจะเป็นไร้สาระสิ้นดี

ช่วงเวลานี้อาจจะเรียกว่าเวลาที่หลุดพ้น บางทีมันอาจจะเป็นเวลาที่เราหลุดพ้นสู่จักรวาลคู่ขนาน

ทฤษฎี Parallel Universe บอกว่าจะมีจักรวาลคู่ขนานเกิดขึ้น ทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง หากเป็นเช่นนั้นจริงก็อาจจะมีตัวผมอีก version หนึ่งที่ยังอยู่ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ทับถมอยู่ใต้เรื่องราวที่ผมมองว่าไร้สาระ อยู่ในสังคมที่แก่งแย่งสะสมกันราวกับว่าจะมีชีวิตอยู่เป็นอมตะ ในขณะที่อีก Version ที่ผมได้ไปเดินถือคันเบ็ดฟลายอยู่ตามลำธาร, พายแคนูอยู่ในลำน้ำสวย, นั่งอยู่บนยอดเขา แล้วมานั่งเขียนบนความอยู่นี้

หากเป็นเช่นนั้นจริง ทุกคนก็คงสามารถตัดสินใจที่ทำความเปลี่ยนแปลงเพื่อนำตัวเราไปสู่จุดที่เราต้องการของจักรวาลคู่ขนานได้ไม่ยากเลย แล้วแต่ว่าคุณและผมจะตั้งใจจริงแค่ไหน

1 COMMENT