Canoe Camping ที่แม่น้ำเงา

การเดินทางของเราครั้งนี้ เริ่มมาจาก พี่งบและพี่บี พี่ชายที่ฉันรักและเคารพ ทั้ง2เปิดหัวเรื่องกลางวงสนทนาที่เราจัดขึ้นช่วงบ่ายของเกือบทุกวันในร้าน Thailand Outdoor

“ต่ายต้องไปที่นี่ให้ได้ ยังไงก็ต้องไป”  “พี่ว่าเป็นแม่น้ำที่สวยที่สุดในเมืองไทยแล้ว” “อากาศดีมาก คนที่นั่นน่ารักมาก” ‘จุดกางเต๊นที่นั่นสวยที่สุดแล้วจริงๆ” “น้ำในแม่่เงาใสจนเหมือนเรือลอยได้เลยนะ” ฉันหันซ้ายที ขวาที ไปตามเสียงที่บรรยายแม่เงาจากพี่ๆ แบบตาไม่กะพริบ ภาพแม่เงาค่อยๆ ลอยขึ้นมาในหัวใจ

“ไปคะ” และนั่นคือคำตอบสั้นๆ จากฉัน ถึงการเริ่มต้นของทริปนี้

เช้าวันนัดหมาย เราช่วยกันยกเรือกว่า 10 ลำ ขึ้นไปนอนบนหลังคารถ และออกเดินทางแต่เช้าตรู่มุ่งสู่อุทยานแห่งชาติแม่เงา จ.แม่ฮ่องสอน เส้นทางไปแม่เงานั้นเรียกได้ว่าไกลถึงไกลมาก และคดเคี้ยวไปมาจนเอวบิดอยู่หลายร้อยกิโล เวลาผ่านไปกว่า 12 ชั่วโมง ก็ถึงที่หมายอย่างปลอดภัย เราต่างแยกย้ายจับจองพื้นที่กางเต๊นที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือด้วยความรีบเร่ง เพราะที่นี่มีแสงไฟให้เราใช้เพียงแค่ 1-2 ชั่วโมงเท่านั้น เมื่อเต๊นถูกจัดการดึงเชือกเส้นสุดท้ายเสร็จ ทุกอย่างรอบตัวก็มืดสนิท พร้อมกับเปลือกตาของเราที่ปิดสนิทลงพร้อมๆ กับแสงไฟ

เช้าวันรุ่งขึ้นเราตื่นมาพร้อมความสดชื่น เพราะที่ที่เราอยู่เป็นลานกางเต๊นที่สวยที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา พื้นหญ้าเขียวขจี ล้อมรอบไปด้วยต้นสักขนาด 2 คนโอบนับสิบนับร้อยต้น ด้านหน้าเป็นแม่น้ำเงาใสสะอาดจนเห็นพื้น พร้อมชายหาดเล็กๆ พอให้เราลงไปเล่นน้ำหรือนั่งล้อมวงกินข้าวกันได้อย่างสบายๆ

27

หลังจากจัดการกับอาหารเช้าและธุระส่วนตัวเรียบร้อย ทุกคนต่างแยกย้ายไปเก็บของจำเป็นสำหรับค้างแรมลงกระเป๋ากันน้ำ โยนขึ้นรถและขับรถขึ้นไปทางต้นน้ำ จุดหมายปลายทางของเราต้องขับรถโขยกเขยกผ่านหมู่บ้านอุ้มโล๊ะไปหนึ่งอึดใจ เพื่อเลือกที่เหมาะๆ สำหรับลงเรือ และจอดรถทิ้งไว้ที่นี่ จากนั้นขนสัมภาระทั้งหมดลงเรือ และเริ่มออกเดินทาง
72

ฉันคิดมาตลอดว่าการพายเรือล่องไปตามน้ำนั้นช่างแสนง่าย ก็แค่ปล่อยเรือให้ตามน้ำไปชิลๆ ในช่วงแรกของการเดินทางช่างราบรื่น พายเรื่อยๆ ลมเย็นสบาย คุยเล่นกันไปตลอดทาง

4

24

44

เมื่อผ่านน้ำนิ่งมาได้พักใหญ่ ก็เริ่มเข้าสู่เส้นทางที่มีแแก่ง ด้วยที่ยังไม่ชำนาญกับการพายเรือ Canoe มากนัก อ่านทางน้ำก็ไม่เป็น และมัวแต่เพลิดเพลินกับความสวยงาม 2 ริมฝั่งของแม่เงา รู้ตัวอีกทีหัวเรือก็ไปเกยกับหินกลางลำน้ำเรียบร้อยแล้ว และด้วยอารามตกใจ (ที่จริงๆ แล้วไม่มีอะไรน่าตกใจเลย) ฉันก็ร้อนลนที่จะเอาเรือออกจากหินด้วยการเขย่าเรืออย่างบ้าคลั่ง สุดท้ายหัวเรือก็หลุดออกมาจากหินได้สำเร็จ แต่กลายเป็นว่า น้ำกลับพัดเอาท้ายเรือลงแก่งแทนที่จะเป็นหัวเรือ ฉันยังคงความตกใจ ลนลาน และโวยวายอย่างเสมอต้นเสมอปลาย ท้ายที่สุด Canoe ก็เทเราทั้ง 3 คนบนเรือลงน้ำพร้อมกับอุปกร์บนเรือทุกชิ้น รวมทั้ง “กล้อง” และอุปกรณ์ทำงานทั้งหมดลงน้ำไปพร้อมกันด้วย

15

“มึงซวยแล้วววววววว”  เป็นคำอื่นไปไม่ได้อีกแล้วนอกจากคำนี้

“แบงค์! กล้องล่ะ! ” ฉันตะโกนถามน้องช่างภาพด้วยความตกใจ

“ไม่เป็นอะไรพี่ต่าย ผมชูกล้องขึ้นฟ้าก่อนตกน้ำอีกพี่ 55555 ” น้องแบงค์ช่างภาพตะโกนตอบกลับมา

(หลังจากทุกอย่างสงบเพิ่งจะคิดได้ว่าควรถามน้องก่อนว่าเป็นอะไรรึเปล่า ไม่ใช่ถามถึงกล้อง! อยากตบกบาลตัวเองจริงๆ )

เมื่อความโกลาหลบนเรือย้ายที่มาอยู่ในลำน้ำ ทุกคนต่างชูอุปกรณ์กล้องทั้งหมดขึ้นเหนือหัวอย่างพร้อมเพรียง และปล่อยตัวไหลไปตามน้ำแบบว่านอนสอนง่าย เสียงหัวเราะเริ่มเข้ามาแทนที่ความตกใจ รอยยิ้มเริ่มเข้ามาแทนที่หน้าตาบูดเบี้ยวเมื่อ 5 วินาทีก่อนหน้า เสียงเพื่อนๆ ตะโกนถามไถ่ถึงอาการ เมื่อทราบว่าพวกเราไม่ได้บาดเจ็บอะไรก็ต่างโล่งใจและตามมาด้วยเสียงหัวเราะสนุกสนานตามคาด

13

เราปล่อยเรือให้ไหลตามกระแสน้ำไปเรื่อยๆ จนหยุดนิ่ง จึงว่ายน้ำตามไปเก็บกู้เรือ ที่นอนเอาก้นชี้ฟ้าให้หงายขึ้นเพื่อสำรวจของที่สูญหาย ถ้าไม่นับอุปกรณ์ถ่ายทำชิ้นนึงของเรา ที่นอนสงบนิ่งอยู่ใต้แม่เงาเรียบร้อยแล้วนั้น ก็ถือว่าของทุกอย่างอยู่ครบถ้วน (ในวันรุ่งขึ้นพี่เจ้าหน้าที่ก็กลับมางมของให้เราจนเจอ ต้องขอบคุณไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ) เว้นเสียก็แต่ไม้พายของฉัน ที่ตอนนี้หลงเหลืออยู่เพียงครึ่งอัน

11

หลังจากกลับสู่สภาพปกติ พี่งบ พี่ชายผู้อาบน้ำเงามาก่อนฉันเมื่อคราวที่แล้ว บอกให้ฉันใช้เชือกผูกของทุกอย่างเข้าไว้กับตัวเรือ เผื่อกรณีไปสะดุดหินเรือคว่ำไม่เป็นท่าเข้าอีก ของจะได้ยังอยู่ติดกับเรือไม่หลุดลอยหายไปไหน

การเดินทางดำเนินต่อไปอย่างสนุกสนาน ด้วยความใสดุจกระจกของแม่น้ำเงา ทำให้บางช่วงให้ความรู้สึกเหมือนเรือกำลังลอยได้ บางช่วงก็เห็นปลามากมายแหวกว่ายอยู่ไม่ไกลเรือ และบ่อยครั้งที่เห็นชาวบ้านกำลังดำผุดดำว่าย งมหอย จับกุ้ง จับปลา เพื่อเป็นอาหารของครอบครัว วิถีชีวิตของคนที่นี่เรียบง่าย ไม่เบียดเบียน รอยยิ้มหาง่ายกว่าเงินทอง และน้ำใจของชาวแม่เงา ก็ใสซื่อ บริสุทธิ์ไม่แพ้กับแม่น้ำเงาที่พวกเค้าอาศัย

74 65 63

เมื่อพระอาทิตย์เริ่มอ่อนแรงลง เราจอดเรือที่ริมหาดทรายที่หนึ่งระหว่างทาง เพื่อตั้งแค้มป์ คืนนี้เราจะนอนกันที่นี่ นอนแนบชิดกับแม่เงาที่เราหลงรัก

อาหารค่ำแบบง่ายๆ ถูกทำขึ้นอย่างรวดเร็ว เราล้อมวงกินข้าวด้วยกันท่ามกลางตะเกียงสีส้มดวงจิ๋ว บรรยากาศในแค้มป์เต็มไปด้วยความสนุกสนาน เรื่องราวระหว่างทางของวันนี้ถูกหยิบมาพูดกันอย่างสนุกปาก และไฮไลน์ก็คงไม่พ้นเรื่องเรือสะดุดหินของฉันที่กลายเป็นเรื่องโจ๊กประจำทริปนี้ไปโดยปริยาย เสียงหัวเราะของพวกเราค่อยๆ จางหายไปกับอากาศหนาว และเงียบสนิทราวกับปิดสวิตในเวลาต่อมา

40

34

เช้าวันรุ่งขึ้น ฉันถูกปลุกจากเสียงน้ำไหลและนกมากมายที่ส่งเสียงเจี้อยแจ้ว ราวกับชุมนุมร้านกาแฟตอนเช้าในต่างจังหวัด อากาศก่อนพระอาทิตย์ขึ้นหนาวเย็นแต่สดชื่นเป็นที่สุด อากาศที่หาไม่ได้ในเมืองใหญ่ ฉันนั่งเอาขาจุ่มน้ำเย็นๆ ดื่มกาแฟร้อนหอมกรุ่น นั่งมองเพื่อนๆโบกสะบัดสายฟลายที่มองไกลๆ เหมือนกำลังเต้นระบำอยู่กลางแม่น้ำ ไม่มีรถติด ไม่มีอินเทอร์เน็ต ไม่มีทีวี ไม่มีโทรศัพท์ ไม่รีบเร่ง ไม่ร้อนรน สูดอากาศได้เต็มปอด ปล่อยทุกอย่างไปอย่างที่มันควรจะเป็น ณ วินาทีนั้น ที่ฉันเรียกมันว่า

“ความสุข”

79 16

เมื่อทุกอย่างพร้อม การเดินทางก็เริ่มขึ้นอีกครั้ง ทุกคนพายเรือแบบสบายอกสบายใจ บางช่วงที่น้ำนิ่ง เราพร้อมใจกันยกพายขึ้น นอนเหยียดยาวบนเรือ และชื่นชมความงามของแม่น้ำเงาให้เต็มที่ ความสุขที่เกิดขึ้นซ้ำไปซ้ำมาไม่มีหยุด มันเพิ่มพลังชีวิตให้เราได้อย่างประหลาด ระหว่างพายเรือ เราต่างพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องราวของกันและกันอย่างเพลิดเพลิน และรำพึงรำพันกันน้บครั้งไม่ถ้วน ว่าโชคดีเพียงใดที่ได้อยู่ที่นี่ เวลานี้ บนแม่เงาที่ใสสะอาด สิ่งรอบตัวมีแต่ธรรมชาติที่สวยงามดุจในนิทาน เรายิ้ม เราหัวเราะ เรามีความสุขเหลือเกิน ณ เวลานั้น

57 48 31

49

19

เราพายเรือบ้าง หยุดบ้าง พักข้างทางบ้าง ลอยลำไปมาบ้าง หรือแม้กระทั่งแข่งกันบ้างในบางครั้ง แผลอแป๊บเดียว ก็เกือบถึงจุดหมายปลายทางซ่ะแล้ว ฉันยกพายขึ้นมาไว้บนตัก และนั่งมองธรรมชาติรอบตัวอย่างเงียบๆ ฉันรักเสียงน้ำไหล เสียงลมเบาๆ เสียงเรือแหวกน้ำ เสียงหัวเราะของเพื่อนๆ และเสียงแห่งความสงบเงียบ ฉันหยิบพายขึ้นมาโบกสะบัดในน้ำเงาอีกครั้ง พร้อมสูดหายใจลึกๆ แบบเต็มปอด มองไปที่จุดหมายปลายทางของทริปนี้ แล้วคิดในใจว่า

“เวลามักเดินทางผ่านเราไปอย่างรวดเร็วเสมอ เร็วเกินกว่าจะเสียเวลาทำสิ่งที่เราไม่ชอบ เพราะแค่เรื่องที่เราชอบ เราก็มีเวลาไม่มากพอเท่าที่เราต้องการแล้ว”

25

เราพายเรือมาถึงโค้งน้ำสุดท้าย และเลือกพักในจุดที่เห็นแม่เงาได้ชัดเจนจากด้านบน เมื่อจัดการยกเรือขึ้นบกเป็นที่เรียบร้อย ก็ใกล้เวลาพระอาทิตย์ตกดินพอดี ฉันนั่งนิ่งเฝ้ามองแม่เงาอย่างสงบเงียบเป็นเวลาเนิ่นนาน ดังกับว่า อยากจะเก็บภาพแม่เงาที่อยู่ตรงหน้าขณะนี้ไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะนับจากวันนี้ไปไม่มีใครจะรู้ได้ว่า ณ วันที่เราได้กลับมาสู่แม่เงาอีกครั้ง ในครั้งนั้นความเจริญที่กำลังจะเข้ามา จะเปลี่ยนแม่เงาไปขนาดไหน ความเจริญเป็นสิ่งที่ดี แต่บางครั้งก็น่ากลัว ดั่งเช่นที่ฉันกังวลในขณะนี้ ว่าในอนาคต แม่น้ำที่สวยที่สุดอย่างแม่น้ำเงา หรือ วิถีชีวิตที่สวยงามของชาวแม่เงา จะเปลี่ยนไปเช่นไร แต่ถึงกระนั้น ถ้ามีใครถามว่า แม่น้ำที่สวยที่สุดในประเทศไทยคือที่ใด

คำตอบในใจของฉันก็ยังคงเป็น

“แม่น้ำเงา”

ทุกครั้งไปไม่เปลี่ยนแปลง
22

75

Rabbit

 

“แม่น้ำเงา” เป็นสายน้ำที่ทอดยาวอยู่ในอุทยานแห่งชาติแม่เงา จังหวัดแม่ฮ่องสอน ครอบคลุมพื้นที่ริมแม่น้ำเงา ในเขต อ.สบเมย จ.แม่ฮ่องสอนและ อ.ท่าสองยาง จ.ตาก ลักษณะเป็นเขาสูงชันตอนใต้ของเทือกเขาถนนธงชัยมีความลาดชันจากทิศใต้ไปทิศเหนือ แม่น้ำเงาจึงไหลจากใต้ไปเหนือ นอกจากนี้ยังมีแม่น้ำสำคัญอีกหลายสายที่ไหลผ่าน ได้แก่ แม่น้ำยวม แม่น้ำโขง และแม่น้ำริด แม่น้ำเงาเป็นต้นน้ำลำธารของแม่น้ำหลายสาย ซึ่งส่วนใหญ่ลำน้ำเหล่านี้ไหลไปลงแม่น้ำสาละวิน รวมทั้งเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่สวยงามทางธรรมชาติ

แม่น้ำเงา เป็นลำน้ำสายสำคัญที่สุดในพื้นที่นี้ เนื่องจากเป็นลำน้ำที่ยาวที่สุดไหลผ่านพื้นที่จัดตั้ง อุทยานแห่งชาติ ซึ่งไหลผ่านพื้นที่มีความยาวประมาณ 42 กิโลเมตร โดยเริ่มจากบริเวณบ้านสบโขงไหลขึ้นเหนือถึงบริเวณสบเงา มาบรรจบกับแม่น้ำยวม แม่น้ำเงาเป็นเส้นแบ่งของจังหวัด โดยพื้นที่ตะวันตกเป็นอำเภอท่าสองยาง จังหวัดตาก และพื้นที่ทางตะวันตกจะเป็นอำเภอสบเมย จังหวัดแม่ฮ่องสอน ชาวเขาจะใช้ลำน้ำนี้เป็นเส้นทางคมนาคมโดยทางเรือ ในการติดต่อกับอำเภอสบเมย ลำห้วยในพื้นที่ที่ไหลลงสู่ แม่น้ำเงามีหลายสาย เช่น ห้วยแม่เลาะน้อย ห้วยแม่บาง ห้วยแม่เละละโคร ห้วยโอโละโกร ห้วยโกงอูม เป็นต้น

ชื่อ “แม่น้ำเงา” เนื่องจากน้ำที่มีความใสมากจนแลเห็นเงาในน้ำได้ ลักษณะของลำน้ำจะมีความคดเคี้ยวไปตามเกาะแก่งต่าง ๆ ในฤดูฝนกระแสน้ำจะเชี่ยวมาก ในฤดูแล้งจะเหมาะแก่การล่องแพชมธรรมชาติ เพราะสองฝั่งของลำน้ำจะมีต้นไม้ พันธุ์ไม้ออกดอกให้เห็น อยู่เป็นจำนวนมาก

การเดินทาง

1.จากอำเภอแม่สะเรียง เดินทางบนทางหลวงสาย 105 ลงทางใต้ผ่านอำเภอสบเมย ระยะทาง 35 กิโลเมตร จะพบป้ายอุทยานแห่งชาติแม่เงาอยู่ทางซ้ายก่อนถึงสะพานข้ามแม่น้ำเงา เลี้ยวซ้ายเข้าไปอีก 4 กิโลเมตรถึงอุทยานแห่งชาติแม่เงา

2.จากอำเภอแม่สอด เดินทางบนทางหลวงสาย 105 ลงทางขึ้นเหนือผ่านอำเภอท่าสองยางมุ่งหน้าอำเภอแม่สะเรียง  ระยะทาง 192 กิโลเมตร จะพบป้ายอุทยานแห่งชาติแม่เงาอยู่ทางขวาหลังจากข้ามสะพานแม่น้ำเงา เลี้ยวขวาเข้าไปอีก 4 กิโลเมตรถึงอุทยานแห่งชาติแม่เงา

3.การเดินทางโดยรถโดยสารประจำทาง ลงที่อำเภอแม่สะเรียงแล้วเหมารถไปยังอุทยานแห่งชาติแม่เงาระยะทาง 40 กิโลเมตร

4.การเดินทางไปหมู่บ้านด้านใน รถยนต์สามารถเข้าถึงหมู่บ้านแม่หลุยส์ระยะทาง 25 กิโลเมตรจากที่ทำการอุทยาน จากนั้นถ้าจะเข้าไปยังบ้านอุมโล๊ะและสบโขงจำเป็นต้องใช้รถขับเคลื่อนสี่ล้อที่มีกำลังดี ทางในหน้าฝนจะยากลำบากมากทางเลือกทีดีกว่าคือการว่าจ้างเรือจากสะพานแม่เงาเข้าไปส่ง

แหล่งท่องเที่ยว

1.ภายในอุทยานแม่เงามีเส้นทางเดินป่าทั้งระยะสั้นและระยะไกล หลายเส้น เช่นเส้นทางระยะใกล้ไปน้ำตกแม่วะหลวง เส้นทางระยะไกลไปน้ำตกโอโล๊ะโกร ติดต่อผู้นำทางได้ที่อุทยานฯแม่เงา

2.การเดินทางไปชมทะเลหมอก เดินทางไปบนทางหลวงสาย 105 ไปทางอำเภอสบเมย ระยะทาง 6 กิโลเมตรจะพบป้ายทางขึ้นบ้านห้วยม่วงอยู่ทางขวา จากทางแยกระยะทาง 6 กิโลเมตรถึงบ้านห้วยม่วง จากบ้านห้วยม่วงทางรถขึ้นไปได้อีก 7 กิโลเมตร จากนั้นจะต้องเดินไปตามทางป่าอีกประมาณ 4 กิโลเมตร ควรติดต่อผู้นำทางไปจากอุทยานฯแม่เงา

3.ล่องแพชมธรรมชาติ อุทยานฯแม่เงามีแพไว้บริการนักท่องเที่ยว 2 เส้นทางคือ จากบ้านแม่หลุยส์มายังที่ทำการอุทยาน ใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมง และจากที่ทำการอุทยานไปยังสะพานน้ำเงาใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง

ที่พัก

ที่อุทยานแห่งชาติแม่เงามีลานกางเต๊นท์ที่สวยงามที่สุดแห่งหนึ่งมีห้องน้ำที่สะอาดและได้รับการดูแลอย่างดีเยี่ยม แต่อาจจะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นในช่วงวันหยุดยาว มีร้านอาหารขนาดเล็กที่สวยงามแต่ไม่พอที่จะให้บริการหากมีนักท่องเที่ยวไปพร้อมกันมากๆ จึงควรเตรียมอาหารไปเอง

สิ่งที่ควรรู้สำหรับ Canoe Camping ที่แม่น้ำเงา

– ควรออกเดินทางให้เช้าที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถึงแม่เงาจะอยู่ใน จ.แม่ฮ่องสอน แต่เชื่อเถอะ มันไกลกว่าที่คุณคิดไปมากโขเลยล่ะ

  • อุทยานแห่งชาติแม่เงา มีไฟฟ้าให้ใช้ช่วงเวลา 19:00-20:00 น. เท่านั้น เตรียมตะเกียงและอุปกรณ์ให้ความสว่างมาให้พร้อม และแน่นอน ที่นี่ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์หรืออินเทอร์เน็ตใดๆ ทั้งสิ้น เพราะฉะนั้นก่อนเดินทางเข้าสู่แม่เงา จัดการธุระที่ค้างคาของคุณให้เรียบร้อยซ่ะก่อน
  • ถ้าคุณคิดจะนำเรือมาล่องเอง คุณควรฝึกทักษะการพายเรือมาบ้างและแน่ใจว่าคุณบังคับมันให้ไปในทิศทางที่ต้องการได้
  • อุทยานไม่มีเรือให้เช่า แต่จะมีบริการล่องแพไม้ไผ่ระยะใกล้และไกล สามารถติดต่อทางอุทยานล่วงหน้าได้เลย
  • ลานกางเต๊นของแม่เงา สวยมาก ควรมีเวลาได้ซึมซับอย่างน้อยสักสองคืน
  • ยากันยุง เป็นอีกสิ่งที่จำเป็นมากสำหรับการไปแม่เงา
  • อุทยานอนุญาติให้คุณตกปลาได้ แต่ต้องเป็น Fly Fishing และ ในจุดที่กำหนดไว้เท่านั้น โดยต้องเสียค่าธรรมเนียมตามที่อุทยานและหมู่บ้านกำหนด (รายได้เพื่อการพัฒนาหมู่บ้าน)
  • ที่นี่ไกล ควรเตรียมอาหารการกินมาให้พร้อม
  • อุปกรณ์ทุกอย่าง ควรอยู่ในถุงกันน้ำและผูกติดทั้งหมดไว้กับเรือ
  • ถึงน้ำจะไม่ลึก แต่คุณควรใส่เสื้อชูชีพเสมอเมื่อลงเรือ
  • แม่เงาในช่วงไร้แสงอาทิตย์นั้นหนาวกว่าที่คุณคิด อย่าลืมเตรียมเครื่องกันหนาวไปด้วย
  • ช่วงที่แหมะกับการพายเรือคือช่วงฤดูหนาว (เดือนพฤศจิกา-มีนาคม) เพราะน้ำจะใสที่สุด อากาศดีที่สุด
  • คุณควรมีเวลาให้กับแม่เงาอย่างน้อย 4-5 วัน
  • อุทยานมีเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เปิดให้นักท่องเที่ยวไปได้ โดยสอบถามกับทางอุทยานได้โดยตรง
  • อย่ามาแม่เงาในตอนกลางคืน เพราะมันน่ากลัวเกินไปและทำให้คุณหลงทางได้ง่าย คุณคงไม่อยากเริ่มต้นด้วยประสบการณ์ที่ไม่ดีหรอก จริงมั้ย?