เสียงเอะอะในแค้มป์ทำให้ผมตื่นขึ้นจากเปล

แค้มป์ของเราครั้งนั้นตั้งอยู่ริมแม่น้ำสายงาม เราล่องแพไม้ไผ่ผ่านป่าใหญ่มาแล้วสองวันเต็มๆจนไม่แน่ใจว่าเรายังอยู่ในเขตไทยหรือประเทศเพื่อนบ้าน เมื่ออยู่กลางป่าลึกเช่นนี้เส้นแบ่งเขตก็ดูเหมือนจะเลือนลาง

DTD04

ผมเดินเข้าไปหากลุ่มคนที่มุงกันอยู่ที่ชายแค้มป์นั้น เมื่อเดินเข้าไปใกล้ผมก็เห็นได้ว่ามีสัตว์ตัวหนึ่งนอนอยู่กลางวง มันคือเก้งตัวผู้ขนาดย่อมๆที่มีรอยเลือดเปรอะอยู่ข้างลำตัว และกลางวงนั้นก็มีชายร่างสูงถือปืนกระบอกยาวนั่งอยู่ด้วย ใบหน้าของเขายิ้มอย่างที่ผมไม่สามารถเข้าใจ ผู้คนรอบข้างก็มองเขาอย่างชื่นชม

เพื่อนรุ่นพี่ที่ผมเคารพเหมือนพี่ชายซึ่งเป็นผู้นำคณะของเราในครั้งนั้นบอกผมว่า ชายผู้ถือปืนนั้นชื่อพะโด่ทูเป็นพรานจากหมู่บ้านกระเหรี่ยงห้วยม่วงที่อยู่ใกล้บริเวณนี้ มาล่าสัตว์แล้วมาเจอคณะของเราซึ่งมีเพื่อนๆของเขาหลายคนร่วมอยู่ด้วยจึงแวะเข้ามาขอพักด้วย

ผมกลับไปนอนด้วยภาพเก้งนอนตายที่ยังติดตา แม้ว่าผมจะเข้าใจได้ว่าเราเป็นมนุษย์ที่กินเนื้อสัตว์กันอยู่ทุกวันและเนื้อที่ผมกินก็มาจากสัตว์ที่ต้องถูกฆ่า แต่ผมก็เติบโตมาในรอยต่อของยุคสมัย ขณะที่พ่อพาพี่ชายคนโตเข้าป่าล่าสัตว์ ผมที่ยังเด็กเกินกว่าที่จะไปด้วยก็นั่งดูละคร “กฎแห่งกรรม” ที่พยายามเล่าเรื่องว่าสัตว์ก็ล้วนมีครอบครัวและรักชีวิต การล่าก็เป็นบาปและย่อมมีผลกรรมตามสนอง แต่ก็ได้อ่านนวนิยายเที่ยวป่าล่าสัตว์ไปด้วยพร้อมๆกัน

เมื่อผมตื่นขึ้นมาอีกทีในรุ่งเช้า เก้งตัวนั้นถูกแปรสภาพไปหมดจนไม่มีอะไรเหลือให้เห็น นอกจากเศษขน ส่วนหนึ่งของเนื้อที่พะโด่ทูแบ่งให้ก็กลายเป็นอาหารของเราด้วยในวันต่อมา

ผมพลันนึกถึงคำพูดของใครคนหนึ่งที่บอกว่า “บาปอยู่ที่คนทำ กรรมอยู่ที่คนกิน”


 

หลายปีต่อมา ต่างสถานที่และต่างเวลา

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

เราเดินกันมาหลายวันในป่าสูง ผมแบกเป้เดินไปตามเส้นทางบนไหล่เขาที่ชันสูงขึ้นไปสู่ปลายทางของการเดินป่าของเราในครั้งนั้น พี่โต้งพิทักษ์ป่าที่เดินอยู่หัวขบวนโบกมือให้เราหยุด เมื่อเห็นชายกลุ่มหนึ่งเดินย้อนสวนทางลงมา

ชาย 5 คนนั้นชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นคณะพิทักษ์ป่าพร้อมปืนในมือ แต่ก็ยังเดินผ่านลงมาแล้วบอกเราว่าจะลงไปหาปลาในลำน้ำด้านล่าง

เมื่อพวกเขาเดินผ่านไป ผมหันมามองพี่เหลา พิทักษ์ป่าที่ถือปืนลูกซองปิดท้ายขบวนอยู่ หน้าตาพี่เหลาบอกให้ผมรู้ได้ว่าเขากำลังโกรธ

“ผมว่าที่โผล่จากเป้นั่น น่าจะเป็นปืนลูกซองนะครับพี่เหลา”

“ผมก็ว่าอย่างนั้นแหละคุณ แต่ตรงนี้มันออกมานอกเขตของเราแล้ว ตรงนี้เป็นพื้นที่ของอีกอุทยาน ผมทำอะไรไม่ได้จริงๆ”

“ถ้าเป็นเขตเราน่ะ พวกผมจัดการไปแล้ว” พี่โต้งสำทับมาอีกคน

ผมเชื่อ เพราะผมเดินป่ากับพวกเขามาหลายครั้งหลายหน ผมเห็นในความตั้งใจที่จะปกป้องป่าที่เหลืออยู่ไม่มากผืนนี้ พวกเขาเดินป่ากันอย่างทรหดนานครั้งละหลายๆวันด้วยอุปกรณ์, อาวุธ และสเบียงอาหารที่จำกัด เพียงเพื่อตรวจตราไม่ให้ใครเข้ามาล่าสัตว์ตัดไม้ในพื้นที่

ผมย้อนนึกไปถึงการสนทนาในวงอาหารเย็นในวันก่อนที่เราจะออกเดินป่าในครั้งนั้น

“ถ้าอยากจะช่วยนะครับ” พี่เป็ด หัวหน้าเขตฯ เอ่ยขึ้นเมื่อผมถามว่ามีอะไรที่ผมจะช่วยเหลือได้บ้าง “ช่วยไปสืบที่ร้านอาหารในรีสอร์ตตะวันฉายทางบ้านสามัคคีไทย ที่ติดกับเขตฯให้ผมหน่อยซิครับ มีคนบอกผมว่าถ้าไปที่นั่น อยากกินอะไรขอให้บอก เก้ง, กวาง, หมี,​ เลียงผา เขาหาให้ได้หมด สั่งได้เลย ถ้าไม่มีของก็รอไม่เกินสองสามวันก็มารับได้ ลองไปสั่งดู พวกผมไปเองไม่ได้เพราะเขารู้ว่าเป็นใคร พยายามจะดักจับพรานที่จะขึ้นมาหาตามใบสั่ง พยายามมาหลายครั้งแล้ว เหลวทุกที”

หลังจากนั้นไม่นานนักผมก็ผ่านไปยังร้านอาหารที่ว่านั้น แต่ผิดแผนครับไม่ต้องสืบไม่ต้องปลอมตัวมาเลย เพราะที่ร้านขึ้นป้ายอย่างชัดเจนด้วยเมนูอาหารป่าหลากหลายจากเนื้อ เก้ง, กวาง, เลียงผา ฯลฯ อย่างไม่เกรงกลัวกฎหมาย

ที่ทำให้ผมประหลาดใจมากกว่าเมนูที่ติดหราก็คือ รถยนต์คันงามหลายคันจากในเมืองที่มาจอดอยู่หน้าร้าน ผู้คนจำนวนไม่น้อยที่นั่งกินอาหารอยู่ หลายคนที่ผมพอจะดูออกจากการแต่งกายว่าเป็นข้าราชการที่ไม่ใช่ชั้นผู้น้อย

ผมไม่แน่ใจจริงๆว่าเพื่อนๆพิทักษ์ป่าของผมกำลังสู้กับคนที่แอบถือปืนเข้าป่า หรือคนที่ขับรถหรูมานั่งกินอยู่ในร้านอย่างเปิดเผยกันแน่


 

ในช่วงกว่าสิบปีนับตั้งแต่ผมรู้จักพะโด่ทูที่ริมน้ำวันนั้น ผมวนเวียนกลับไปสู่บ้านห้วยม่วงอีกนับสิบครั้ง

หลายอย่างของหมู่บ้านนั้นดึงดูดให้ผมกลับไปซ้ำแล้วซ้ำเล่า ถ้าจะให้ผมนิยามความรู้สึกนั้นสั้นๆ ก็คงต้องบอกว่ามันคือ “ความจริง”

DTD03

ชีวิตที่นั่นเป็นของจริงเรียบง่าย ไม่มีความซับซ้อนดัดจริตที่เราสร้างทับถมกันขึ้นมาชั้นแล้วชั้นเล่าในสังคมเมืองจนไม่สามารถแยกแยะความจริงขึ้นมาให้เห็นได้ เมื่อแรกที่ผมเข้าไป พวกเขาแทบไม่มีความต้องการใช้เงิน แต่ละครอบครัวมีที่นาแปลงน้อยเทรกอยู่ในป่าใหญ่เอาไว้ปลูกข้าวแค่พอกิน กับข้าวก็หากันแค่พอกิน ผักสดๆ,​ แตงลูกใหญ่จากปลายนา เมื่อผมถามถึงหมู,​ไก่ที่เลี้ยงอยู่ในลานบ้าน ก็ได้คำตอบว่าเขาจะกินกันบ้างในเทศกาลพิเศษเท่านั้น

เป็นชีวิตจริง ป่าจริง มิตรภาพก็ของจริง

ทั้งหมดนี้ฟังดูเหมือนหมู่บ้านในนิทานที่ยังคงมีอยู่จริง

ครั้งนี้ผมตั้งแค้มป์อยู่ริมลำน้ำห้วยม่วงไม่ห่างนาแปลงเล็กของจามูเจที่เพิ่งเก็บเกี่ยวเสร็จไปมากนัก ใกล้ๆกันเป็นแค้มป์ของคนในหมู่บ้านที่ลงมาพักแรมอยู่เป็นกลุ่ม

IMG_4536

 

ขณะที่ผมกำลังถือคันเบ็ดเดินออกจากแค้มป์เพื่อไปตามหาอีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ผมกลับมาสู่บ้านห้วยม่วงซึ่งก็คือปลาพลวงภูเขาที่อาศัยอยู่ในลำห้วยแห่งนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีมากมายในเขตอนุรักษ์ของหมู่บ้าน เด็กหนุ่มจามูเจก็ตะโกนบอกผมว่า

“เดินตกปลา พี่เกิ้นมองสูงๆไว้บ้างนะครับ ปีนี้เสือดาวเอาวัวในหมู่บ้านไปกินสี่ตัวแล้ว” ผมหันไปยิ้มและโบกมือกับเขา แม้จะตื่นเต้นเพราะอ่านนิยายป่ามามาก ผมก็รู้ว่าเสือดาวอยู่ร่วมกับชาวบ้านที่นี่มานานหลายปีโดยไม่เคยมีใครเป็นอะไรทั้งคนทั้งเสือ

พะโด่ทูสำทับมาอีกคน “เอาปลาตัวโตๆมากินกันสักตัวก็ได้นะ เฮาอนุญาต เฮาอนุรักษ์ไว้กินกัน” เขาบอกมาหลายครั้งแล้วเพราะรู้ว่านอกจากผมจะตกปลาไม่ค่อยได้แล้ว ผมยังปล่อยทุกตัวที่ตกได้กลับลงน้ำ

DSC00819 (1)ผมเดินลัดเลาะไปตามทางข้างลำห้วย น้ำในห้วยที่นี่ไม่เคยขาดแม้ในหน้าแล้ง ผมเดินผ่านป้ายเขต “ป่าอนุรักษ์” หมู่บ้านห้วยม่วงมีการกำหนดเขตอนุรักษ์กันไว้โดยชาวบ้านด้วยกันเอง โดยจะไม่มีการล่าสัตว์ในบริเวณนี้เด็ดขาด ผมเคยได้ยินมาแล้วที่ว่าคนจากหมู่บ้านออกมาล่าสัตว์ตั้งหลายวันไม่ได้อะไร เดินมาเจอเก้งข้างถนนฝั่งป่าอนุรักษ์เขาก็ไม่ยิง  ลำน้ำในเขตนี้ก็เช่นกัน เต็มไปด้วยปลาชนิดต่างๆแต่เขาก็ไม่จับ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

ป่ารอบๆห้วยม่วงยังเขียวทึบเต็มไปด้วยไม้ใหญ่ ต้นสักขนาดใหญ่หลายต้นยืนต้นตรงสูงตระหง่านปนอยู่กับต้นไม้อื่นๆอีกมากมาย แม้จะมีไร่ข้าวแปลงเล็กๆแซมอยู่บ้าง สลับกับป่าไผ่และดงสาบเสือของไร่เก่าที่เขาทำหมุนเวียนสลับกันเพื่อไม่ให้ดินเสียสภาพ แต่ว่าก็ว่าเถอะในสิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ผมยังไม่เคยเห็นไม้ใหญ่ในป่าห้วยม่วงถูกตัดไปแม้แต่ต้นเดียวมากี่ครั้งป่าก็ยังคงสภาพเดิมจนผมแทบจำต้นไม้ได้ทุกต้น ระหว่างทางเดิน ผมเจอรอยเก้งและหมูป่าลงมากินน้ำเกือบตลอดทาง

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

“พรึ่บ” เสียงดังจากยอดไม้ด้านหลังผมทำให้ผมใจหายวาบ คำพูดของจามูเจแว่บขึ้นมาทันที แต่เมื่อหันไปผมก็เห็นชะนีฝูงหนึ่งโหนไปมาบนยอดไม้ เจ้าตัวหนึ่งมองผมอย่างสงสัย ชะนีเป็นหนึ่งในสัตว์ที่ชาวกะเหรี่ยงจะไม่ทำร้ายจึงมีอยู่ใกล้หมู่บ้านทั่วไปหมด

ผมเดินตกปลาอย่างเพลิดเพลินอยู่กับลำห้วยนั้นหลายชั่วโมง แต่อย่าถามว่าผมได้ปลามั๊ย เพราะบางครั้งคำถามเช่นนั้นนับเป็นคำหยาบคาย

เสียงโหวกเหวก ดังมาจากเชิงเขาฝั่งตรงข้ามของหุบ บางครั้งดังราวกับเสียงโฮ่ของอินเดียนแดงที่เราเคยเห็นในหนังคาวบอย บางครั้งก็เป็นเสียงเคาะไม้ บางครั้งก็เป็นเสียงตะโกนร้องเพลงดังลั่นหุบ

ในฤดูนี้หลังเก็บเกี่ยวเสร็จ ชาวบ้านห้วยม่วงจะรวมกลุ่มกันออกล่าสัตว์เก็บไว้เป็นอาหาร วิธีหลักของพวกเขาก็คือการไล่เหล่าหรือการต้อนสัตว์ไปหาพรานปืนที่ซุ่มรออยู่ แม้ผมจะเติบโตมาด้วยคำสอนที่ว่าการฆ่าสัตว์เป็นบาป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการล่าสัตว์ป่าเป็นสิ่งผิดที่ควรประณาม แต่เมื่อผมได้เรียนรู้เรื่องราวของพวกเขามากขึ้น ผมก็เริ่มเข้าใจว่าความจริงนั้นมีหลายด้าน

หลายคนอาจจะถามว่าทำไมเขาไม่เลี้ยงหมูเลี้ยงไก่กินเองแทนการล่าสัตว์ คำตอบก็คือว่าถ้าเขาปลูกข้าวได้แค่พอกินแล้วจะเอาอะไรมาเลี้ยงไก่เลี้ยงหมู จะเลี้ยงด้วยอาหารสัตว์ซีพี จะเอาอะไรไปขนมาจากในเมืองแล้วจะเอาเงินที่ไม่เคยมีจากไหนไปซื้อ

แล้วมันจะแปลกอะไรหากเขาจะ “เลี้ยง” สัตว์ไว้ในป่ารอบๆตัว แล้ว “เก็บเกี่ยว” มาแค่พอกิน

IMG_4333

ชาวกระเหรี่ยงห้วยม่วงอาศัยอยู่กับป่ามานับสิบนับร้อยปี ทุกอย่างในชีวิตเขาเป็นของจริง ต้องปลูกข้าวให้ได้พอกินไม่งั้นครอบครัวก็อด ต้องรักษาป่ารักษาสัตว์ไว้ให้คงอยู่แต่ก็ต้องล่าให้ได้ ไม่งั้นครอบครัวก็อด พวกเขาใช้ชีวิตกันเหมือนอินเดียนแดงที่เราเห็นในภาพยนต์และชื่นชมวิถีชีวิตกันในเรื่อง Dances with Wolves วีถีงดงามที่ถูก “ความเจริญ”ทำลายหมดไปเมื่อหลายร้อยปีก่อน

IMG_4543

พวกเขาอยู่กับป่ามานับร้อยปี เขาทำไร่ เขาล่าสัตว์ แต่ป่าก็ยังมีอยู่รอบตัว สิบปีที่ผมผ่านเข้ามา สัตว์ป่าไม่ได้น้อยลง ยังคงมีเพียงพอที่จะเป็นอาหารและเหลืออยู่แพร่พันธุ์ในป่าอีกมาก มีแม้กระทั่งสัตว์บางชนิดที่เราร่ำร้องกันว่าใกล้จะสูญพันธุ์ก็ยังมีให้พบเห็น ไม่ใช่ทุกหมู่บ้านในป่าจะเป็นแบบนี้ แต่ผมก็ได้เห็นวิถีเช่นนี้มาหลายแห่งแล้ว

IMG_4364

เมื่อมองอย่างคนเมืองเราอาจจะคิดว่าวิถีชีวิตเช่นนี้โหดร้ายและป่าเถื่อน แต่เมื่อมองกลับมา คนเมืองอย่างเราเสียอีกที่เชิดชูกระบวนการอนุรักษ์กันชนิดที่ห้ามแตะต้องธรรมชาติ แต่ไม่เคยรักษาป่ารอบตัวไว้ได้และตักตวงจากธรรมชาติกันหนักข้อขึ้นเรื่อยๆโดยไม่รู้ตัวและไม่รู้สึกผิด นั่นอาจจะเป็นเพราะเราอยู่ในสังคมสมมุติที่สร้างความซับซ้อนไว้หลายชั้นจนห่างไกลจากความจริง และพยายามโยนสิ่งที่เรียกว่าบาปกรรมให้ไกลจากมือพ้นจากสายตา  ….  แต่ไม่เคยห่างจากปากท้อง

บางทีความคิดของเรานั่นแหละที่อาจจะต้องเปลี่ยน

ขณะที่ผมคิดอะไรเพลินๆ เสียงปืนก็ดังแว่วมาจากสันเขาฝั่งโน้น


 

กองไฟหริบหรี่แต่ก็เป็นความอบอุ่นในป่าดง ฟางใหม่ๆที่ปูรองกับพื้นเปรียบได้กับเก้าอี้นุ่มของพงไพรให้เราได้เอนหลังรอบกองไฟ

OLYMPUS DIGITAL CAMERA

หมูป่าขนาดย่อมๆตัวหนึ่งถูกหั่นเป็นชิ้นๆสุมด้วยใบไม้อยู่บนร้านย่างเนื้อเหนือกองไฟที่อยู่ไม่ห่างออกไป หมูป่าเป็นสัตว์ที่ชาวบ้านชอบและอยากได้เป็นอาหารมากที่สุด ด้วยจำนวนที่เพิ่มได้อย่างรวดเร็วถ้ามีป่าให้อยู่, ตัวหนึ่งให้เนื้อเยอะมากมายแบ่งกันได้ทั่วถึง และแถมยังไม่ผิดกฎหมายที่จะล่า

DSC00935 (1)

จามูเจรินเหล้าป่าใส่กระบอกไม้ไผ่ยื่นส่งให้ผม

“ต้องให้จามูเจรินเหล้า ถึงจะอร่อยนะครับพี่เกิ้น” เขาบอกผมด้วยภาษาไทยสำเนียงกระเหรี่ยง

“รินอร่อยจริง แต่จามูเจรินเหล้าไม่ดี กินแล้วเมาทุกที” ผมตอบปนหัวเราะ

จามูเจเป็นเด็กหนุ่มวัยที่มักจะเป็นเด็กแว้นอยู่ในเมือง เพื่อนฝูงวัยเดียวกับเขาหลายคนเลือกที่จะหางานทำในเมืองหลังจากเรียนจบ แต่เขาเลือกที่จะกลับมาอยู่ที่บ้านเกิด

บางทีอาจจะไม่ใช่สิ่งที่เขาเลือก แต่มันเป็นความจริงที่เขาต้องเผชิญ น้องสาวของจามูเจป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดมานานนับปีก่อนจะเสียชีวิตไป เมื่อเดือนที่แล้วพ่อของจามูเจก็เพิ่งเสียชีวิตไปอีกคนเพราะเส้นโลหิตในสมองแตก จามูเจลูกชายคนโต จึงกลายเป็นเสาหลักของครอบครัวที่จะต้องปลูกข้าวและหาอาหารเลี้ยงแม่และน้องๆ

“พ่อผมเครียดมาก เพราะต้องหาเงินไปช่วยรักษาน้อง ก็เลยตายตามน้องไปอีกคน” เขาพูดกับผมด้วยน้ำเสียงซื่อๆ

จากพรานเด็กที่ชวนผมไปดูเขาต่อไก่เมื่อไม่กี่ปีก่อน ตอนนี้ จามูเจกลายเป็นพรานใหญ่มือดีคนหนึ่งของห้วยม่วง หมูป่าวันนี้ก็เป็นฝีมือจามูเจ ผมเห็นรอยยิ้มของจามูเจกลางวงล้อมของเพื่อนๆ ซึ่งทำให้ผมนึกถึงรอยยิ้มของพะโด่ทูที่ผมไม่เข้าใจในวันแรกที่พบกัน

บัดนี้ผมเข้าใจแล้วว่ามันคือรอยยิ้มของความภาคภูมิใจที่สามารถหาอาหารมาเลี้ยงครอบครัวและผู้คนรอบข้างได้

เราคุยกันอีกมากมายหลายเรื่อง ทั้งเรื่องเก่าเรื่องใหม่ รอบกองไฟนั้นเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะ พวกเขาแทบจะไม่มีสมบัติอะไรติดตัว แต่ก็ไม่ต้องแบกรับทุกข์ของอนาคตไว้เหมือนคนเมืองอย่างเราๆ ถึงแม้กระนั้นผมก็พอจับความได้ถึงความทุกข์ที่เป็นผลพวงจาก “ความเจริญ”ที่คืบคลานเข้ามาใกล้ เด็กๆหลายคนลงไปเรียนหนังสือที่พื้นล่างซึ่งมีค่าใช้จ่ายตามมาถึงพ่อแม่ไม่ว่าจะเป็นค่ากินอยู่หรือค่าเดินทาง ซึ่งก็หมายถึงเงินที่พวกเขาไม่เคยจำเป็นต้องใช้และไม่เคยมีสะสม ฯลฯ

พะโด่ทู หั่นเนื้อหมูป่าย่างชิ้นนึงส่งให้ผม

“นี่เนื้อสันหลัง อร่อยที่สุดแล้ว”

สิ่งที่เขายื่นให้ผนนั้นไม่ใช่แค่เนื้อย่าง แต่มันคือมิตรภาพและความจริงใจ เพราะเนื้อที่นี่ไม่ใช่ของหาได้ง่ายๆ การล่าสัตว์ด้วยการไล่เหล่านั้นต้องระดมคนมาแทบทั้งหมู่บ้าน ทุกคนจะต้องปีนป่ายขึ้นเขาที่ชันดิกอยู่เป็นวันๆ หรือหลายๆวันกว่าจะได้เนื้อสักตัวหนึ่ง

เนื้อที่ได้มาอย่างยากลำบาก จะถูกใช้ประโยชน์ทุกส่วนไม่มีอะไรทิ้งขว้าง แม้แต่หนังหนาๆที่เคี้ยวไม่เข้าก็ถูกย่างไฟให้แห้งไปเก็บไว้เหนือเตาไฟในบ้านเป็นอาหารในวันอดอยาก  เนื้อที่ได้ทั้งหมดจะถูกแจกจ่ายกันไปให้กับคนที่มาช่วยกัน และแบ่งให้ทั่วถึงในหมู่บ้านแม้แต่ครอบครัวที่ไม่มีกำลังที่จะมาช่วย


 

ผมมองอาหาร “ดีๆ” สารพัดชนิดที่วางอยู่เต็มโต๊ะ

“เรื่องที่คุณเกิ้นเล่ามาก็น่าสนใจนะ แต่จะไปแก้ไขยังไงได้ล่ะ ผมเข้าใจนะที่ว่าชาวบ้านบางที่เขาอยู่กับป่าได้ แต่เรื่องลักลอบล่าสัตว์ป่านี่ต้องจัดการอย่างเข้มงวด เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่เขาต้องจัดการ เรื่องอุปกรณ์ของเจ้าหน้าที่ขาดแคลนเราก็ขอเงินบริจาคและจัดซื้อให้อยู่เรื่อยๆ”

ผมได้รับเชิญจากเพื่อนรุ่นพี่ที่ผมนับถือให้มาคุยกับ “ผู้ใหญ่ของวงการอนุรักษ์” ท่านหนึ่ง ทั้งๆที่ไม่ชอบมากินร้านอาหารใหญ่ๆในห้างสรรพสินค้า ผมก็ยินดีมาด้วยความหวังที่จะสื่อ “ความจริง” หลายๆอย่างที่ได้พบเห็นรวมทั้งนำเสนอแนวความคิดของผมที่อาจจะแปลกแยกจากกระแสอนุรักษ์แต่อาจจะเป็นทางออกที่เป็นไปได้ของ “ความจริง” หลายๆด้านนี้

“ความคิดของคุณเกิ้นที่ว่าอยากจะให้มีพื้นที่อนุรักษ์ที่แตกต่างออกไป ให้ชาวบ้านล่าสัตว์ได้บ้าง ให้คนนอกตกปลาล่าสัตว์ได้บ้าง แล้วเก็บเงินมาให้ชุมชน, มาขยายพันธุ์สัตว์ และมาสนับสนุนเจ้าหน้าที่เพื่อใช้กับการอนุรักษ์นั่นน่ะ พี่ก็เคยเห็นว่ามันได้ผลดีมากกับประเทศอื่นๆ แต่มันทำในประเทศไทยไม่ได้หรอก บ้านเราเป็นเมืองพุทธ ล่าสัตว์ยังไงมันก็บาป ยิ่งสัตว์ป่านี่ไม่มีทางเลย และพูดก็พูดเถอะไม่มีฝ่ายการเมืองคนไหนจะสนับสนุนความคิดแบบนี้หรอก เพราะมันไม่มีผลประโยชน์ให้กับเขาเลย”

“เรามาเข้าเรื่องที่พี่ชวนคุณเกิ้นมาคุยวันนี้ก่อนดีกว่า ทางมูลนิธิฯกำลังทำงานร่วมกับบริษัท ป.ต.ต. ซึ่งกำลังจะให้ทุนก้อนใหญ่ มาปลูกป่า มีป่าเสื่อมโทรมหลายแห่งที่เราอยากจะเข้าไปดูแล ส่วนใหญ่ก็เกิดจากการทำไร่ของพวกชาวเขานั่นแหละ ผมนั่ง ฮ. ดูแล้ว พื้นที่มีแต่ป่าไผ่ ป่าสาบเสือ คงต้องไถปรับให้โล่งก่อนแล้วค่อยปลูกป่า ทำถนนให้รอบ จะได้ควบคุมไฟป่าได้ง่ายๆ

ที่อยากให้ช่วยคือเรื่องประชาสัมพันธ์ ตอนนี้บริษัทน้ำมันนี่เขาแม้จะให้ทุนสนับสนุนการอนุรักษ์มากมาย แต่ก็ยังโดนคนต่อต้าน นักอนุรักษ์หลายคนแม้กระทั่งพี่เองก็ถูกมองว่าไม่เป็นกลาง ถึงอยากจะชวนคนอย่างคุณเกิ้นที่คนทั่วไปยังมองว่าเป็นกลางมาช่วยเขียนบทความ และทำสารคดีให้คนเข้าใจบ้าง……..”

“ไปตักอาหารเพิ่มอีกหน่อยซิลูก นี่เรากินบุฟเฟ่ต์นะ เดี๋ยวไม่คุ้ม เอาแซลม่อนมาให้พ่อด้วย มันแพงจะได้คุ้มหน่อย เราก็กินแซลม่อนเยอะๆนะ มันดีต่อสุขภาพแล้วจะได้ฉลาดด้วย” ประโยคนี้ “พี่” เขาไม่ได้พูดกับผมแต่หันไปบอกลูกชายวัยรุ่นที่ดูท่าทางอยู่ดีกินดีจนเริ่มอ้วนและนั่งตาปรืออยู่กับเก้าอี้

คืนนั้นผมเดินออกมาจากร้านอาหารและหันกลับไปมองห้างสรรพสินค้าใหญ่โตนั้นอย่างสับสน ไม่เพียงแต่ในป่าลึกเท่านั้นที่เส้นแบ่งเขตความถูกต้องดูเหมือนจะเลือนลาง

หมายเหตุ:

  • ปลาแซลม่อนที่คนเมืองนิยมกันกันอย่างมากมายท่วมท้นนั้นล้วนเป็นปลาแซลม่อนจากฟาร์มเลี้ยง การเลี้ยงปลาแซลม่อนคือสาเหตุหลักอันดับต้นๆของการทำลายป่าชายเลนทั่วโลก และเป็นแหล่งการแพร่เชื้อโรคไปสู่ปลาแซลม่อนในธรรมชาติจนลดน้อยลง นอกจากนี้เนื้อปลาแซลม่อนจากฟาร์มเหล่านี้ก็เลี้ยงมาด้วยยาปฏิชีวนะสารพัดชนิด และเต็มไปด้วยพยาธิและเชื้อโรค
  • ห้างสรรพสินค้าใหญ่ใจกลางกรุงเพียงแห่งเดียว ใช้ไฟฟ้ามากเป็นสองเท่าของจังหวัดชายแดนที่บ้านห้วยม่วงอยู่ และพอๆกับกำลังผลิตไฟฟ้าจากเขื่อนขนาดย่อม 2 เขื่อนรวมกัน เขื่อนที่ชาวอนุรักษ์ร่วมกันต่อต้าน แต่ไม่ได้รู้สึกอะไรเมื่อไปเดินสบายอยู่ในห้าง http://www.energythai.com/2011/departmentstore/
  • เรื่องทั้งหมดนี้เป็นเรื่องที่แต่งขึ้นโดยมีเค้าโครงแต่ละส่วนจากเรื่องจริงในต่างเวลาต่างสถานที่มาประกอบกัน ชื่อสถานที่และชื่อบุคคลทั้งหมดเป็นชื่อสมมุติและผู้เขียนมิได้จงใจพาดพิงถึงใครทั้งสิ้น

LEAVE A REPLY